ของประทานแห่งความสว่าง
เซอร์ คริสโตเฟอร์ เร็นออกแบบและสร้างคริสตจักรกว่า 50 แห่งในกรุงลอนดอนช่วงปลายศตวรรษที่ 17 แบบที่เขาเขียนมีลักษณะเด่นสองประการคือ หลังคามียอดแหลมสูงและมั่นคงแข็งแรง แต่ลักษณะประการที่สองลึกซึ้งยิ่งกว่า คือ หน้าต่างของโบสถ์ทุกบานจะต้องเป็นกระจกใส ซึ่งตรงข้ามกับกระจกที่มีลวดลายและสีสันสวยงาม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคริสตจักรในยุคนั้น เหตุผลหนึ่งมาจากคำพูดของเขาที่ว่า “ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าประทานให้กับมนุษย์คือความสว่าง” ในความคิดของเร็น การยอมให้แสงสว่างทอดลงมายังผู้คนที่กำลังนมัสการคือการเฉลิมฉลองของขวัญนั้น
ความสุขจากความผิดหวัง
ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนพระคริสตธรรมผมไปทดสอบทักษะทางดนตรีเพื่อจะได้ร่วมทีมดนตรีของโรงเรียนที่เดินทางไปในที่ต่างๆ ผมตื่นเต้นเมื่อคิดว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ แต่แล้วผมก็ต้องเศร้า เมื่อไม่ผ่านการทดสอบ ท่ามกลางความผิดหวัง ผมได้แต่วางใจว่าพระประสงค์ของพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าความปรารถนาของผม
อีก 80% ที่เหลือ
ไม่นานมานี้ ผมเห็นป้ายโฆษณาอันหนึ่งเขียนว่า 80% ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกอยู่ในท้องทะเล ตัวเลขที่น่าตกใจนี้กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสิ่งมีชีวิตมักอยู่ในที่ที่เรามองไม่เห็น
หลายหัวดีกว่าหัวเดียว
คำอธิบายหนังสือชื่อ ปัญญาของกลุ่มชน (The Wisdom of Crowds) บนอินเตอร์เน็ตบอกว่า “ในหนังสือที่น่าทึ่งเล่มนี้ เจมส์ ซุโรวิคกี้ นักเขียนคอลัมน์ธุรกิจของหนังสือนิวยอร์คเกอร์ได้ค้นพบแนวคิดง่ายๆ ว่า คนกลุ่มใหญ่จะฉลาดกว่าคนที่ฉลาดที่สุดเพียงหนึ่งคน ไม่ว่าคนนั้นจะปราดเปรื่องเพียงใด คนกลุ่มใหญ่จะแก้ปัญหาได้ดีกว่า สร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ดีกว่า ตัดสินใจฉลาดกว่า และอาจมองอนาคตได้ดีกว่า”
รับพรมากมาย
ในการเดินทางไปและกลับจากที่ทำงานในแต่ละวัน ผมมีเวลาเหลือเฟือที่จะอ่านสติกเกอร์ที่ติดอยู่ตามท้ายรถ บางข้อความก็หยาบคาย บางข้อความก็ฉลาดดี และบางข้อความก็น่ารังเกียจ แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมเห็นสติกเกอร์ใบหนึ่งที่ค่อนข้างท้าทายวิธีการใช้ชีวิตของผมข้อความบอกว่า “ได้รับพรมากเกินกว่าจะบ่น”
สิ่งที่เราพูด
คุณอาจเคยได้ยินว่า “คนฉลาดคุยเรื่องความคิด คนปัญญาปานกลางคุยเรื่องเหตุการณ์ส่วนคนโง่คุยเรื่องคนอื่น” อันที่จริงการพูดถึงคนอื่นอย่างให้เกียรตินั้นมีอยู่หลายวิธี แต่คำกล่าวนี้สะท้อนว่าผู้พูดมีประสบการณ์แง่ลบในโลกนี้ที่เราสื่อสารกันผ่านสื่อทุกอย่างทั้งในสังคมทั่วไปและในหน้าที่การงาน เรามักต้องรับรู้ชีวิตของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบางเรื่องไม่เหมาะที่เราจะรู้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
สู้กับความทะนงตน
เมื่อแม่ทัพกลับจากศึกสงครามพร้อมกับชัยชนะ ชาวโรมันโบราณจะจัดขบวนแห่เพื่อต้อนรับผู้พิชิตกลับบ้าน ในขบวนนี้จะประกอบไปด้วยทหารที่ไปร่วมรบ และเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนมา เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ ในขณะที่ขบวนแห่เคลื่อนผ่านกลางเมือง ประชาชนจะพากันโห่ร้องแสดงความยินดีกับความสำเร็จของวีรบุรุษของพวกเขา
จำลองการบินเสมือนจริง
เมื่อนักบินอยู่ในช่วงฝึกบิน พวกเขาจะใช้เวลาหลายชั่วโมงกับโปรแกรมจำลองการบินเสมือนจริง โปรแกรมนี้ช่วยให้นักเรียนมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ความท้าทายและอันตรายจากการขับเคลื่อนอากาศยานโดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิต นักบินไม่ต้องบินไปในอากาศ และหากพวกเขาทำเครื่องตกในการจำลอง ก็สามารถเดินจากไปได้อย่างสบายใจ
ไม่มีความเสี่ยง
ไม่นานมานี้ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ผมไม่คิดจะลองทำคือการกระโดดบันจีจัมพ์ ขั้นตอนที่เขาบรรยาย ทั้งน่าสนใจและน่าหวาดเสียว ผมคิดว่าไม่น่าสนุกที่จะกระโดดเอาหัวพุ่งลงจากสะพานสูงหลายร้อยฟุตโดยแขวนตัวเองไว้กับหนังยางเส้นยักษ์ แต่เขาไม่ได้กระโดดโดยไม่มีอะไรช่วย เขาอธิบายว่าต้องใช้เข็มขัดนิรภัยที่แข็งแรงถึงสองชุด เพื่อยึดเขาไว้กับเชือกที่ผูกและเพื่อความปลอดภัยเข็มขัดที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ ทำให้เขามั่นใจเมื่อกระโจนไปในอากาศ