Month: เมษายน 2022

ความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

เมื่อเพื่อนขอให้ฉันพูดกับเด็กสาววัยรุ่นในงานสัมมนาที่ส่งเสริมเรื่องความบริสุทธิ์ ฉันตอบปฏิเสธ ตอนที่เป็นวัยรุ่นเหลือขอนั้น ฉันต่อสู้และมีบาดแผลมานับสิบปีจากการผิดศีลธรรม หลังจากที่ฉันแต่งงานและแท้งลูกคนแรก ฉันคิดว่าพระเจ้าทรงลงโทษเพราะบาปในอดีต ในที่สุดฉันมอบชีวิตให้พระคริสต์ตอนอายุสามสิบ ฉันสารภาพบาปและกลับใจ...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระนั้นความรู้สึกผิดและละอายก็ยังท่วมท้น ฉันจะแบ่งปันพระคุณของพระเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อฉันเองยังไม่อาจรับของประทานแห่งความรักยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อฉันอย่างเต็มที่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป ขอบคุณพระองค์ที่ทรงลบล้างคำโกหกที่ผูกมัดฉันไว้กับตัวเก่าของฉันก่อนที่จะสารภาพบาป โดยพระคุณของพระองค์ ในที่สุดฉันก็ได้รับการอภัยที่ทรงประทานให้ฉันมาโดยตลอด

พระเจ้าทรงเข้าใจที่เรารู้สึกเศร้าเสียใจกับความเจ็บปวดและผลของบาปในอดีต อย่างไรก็ตามพระองค์ประทานกำลังแก่คนของพระองค์ที่จะเอาชนะความสิ้นหวัง หันจากบาป และลุกขึ้นด้วยความหวังใน “ความรัก” “ความเมตตา” และ “ความ(สัตย์ซื่อ)เที่ยงตรง” อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ (พคค.3:19-23) พระคัมภีร์กล่าวว่าพระเจ้าเองทรงเป็น “ส่วน” ของเรา คือเป็นความหวังและความรอดของเรา และเราเรียนรู้ที่จะวางใจในความประเสริฐของพระองค์ได้ (ข้อ 24-26)

พระบิดาผู้ทรงเมตตา ขอช่วยให้เราเชื่อในพระสัญญาของพระองค์ เมื่อเราได้รับความบริบูรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อเรา เราก็สามารถแบ่งปันข่าวดีเรื่องพระคุณของพระองค์ได้

สร้างร่วมกันเพื่อการรับใช้

ในวิถีชีวิตชนบทของชาวอามิช การสร้างโรงนาเป็นกิจกรรมทางสังคม ต้องใช้เวลาหลายเดือนสำหรับชาวนาและครอบครัวของเขาในการสร้างโรงนา แต่ชาวอามิชร่วมมือกันจึงจัดการได้อย่างรวดเร็ว มีการสะสมไม้ท่อนไว้ล่วงหน้า เครื่องมือถูกเตรียมไว้ในวันที่กำหนด ชาวอามิชทุกคนจะมารวมตัวกันแต่เช้า แบ่งหน้าที่และเริ่มลงแรงกันสร้างโรงนา ซึ่งบางครั้งเสร็จภายในวันเดียว

นี่เป็นภาพที่ถูกต้องของนิมิตที่พระเจ้าทรงมีต่อคริสตจักรและบทบาทของเรา พระคัมภีร์กล่าวว่า “ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น” (1 คร.12:27) พระเจ้าทรงฝึกเราแต่ละคนมาแตกต่างกัน และทรงแบ่งงานที่เราแต่ละคนจะ “ทำงานตามความเหมาะสม” ในฐานะอวัยวะของร่างกายที่ “ติดต่อสนิทและประสานกัน” (อฟ.4:16) ภายในชุมชนนั้น เราได้รับการชูใจให้ “ช่วยรับภาระของกันและกัน” (กท.6:2)

แต่บ่อยครั้งที่เรามักเผชิญโดยลำพัง เราเก็บความต้องการของเราเอาไว้ เพื่อต้องการที่จะควบคุมสถานการณ์ของเราเอง หรือเราล้มเหลวในการเอื้อมมือออกไปช่วยแบกรับความต้องการของคนอื่น แต่พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราเชื่อมสัมพันธ์กับคนอื่น พระองค์ทรงรู้ว่าสิ่งงดงามจะเกิดขึ้นเมื่อเราขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นและอธิษฐานเพื่อความต้องการของพวกเขา

ด้วยการพึ่งพากันและกันเท่านั้นเราจึงจะได้ประสบกับสิ่งที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เรา และบรรลุตามแผนงานอันน่าทึ่งที่พระองค์ทรงมีสำหรับชีวิตเรา นี่จะเป็นเหมือนกับการสร้างโรงนาในหนึ่งวัน

เครื่องหมายพยาน

“เห็นนี่ไหม” ช่างนาฬิกาส่องไฟฉายเล็กๆของเขาไปยังเครื่องหมายที่สลักไว้หยาบๆด้านในนาฬิกาของคุณปู่ที่เขากำลังซ่อมอยู่ในบ้านของเรา “ช่างซ่อมคนหนึ่งได้สลักเอาไว้ตรงนั้นเกือบศตวรรษมาแล้ว” เขากล่าว “มันเรียกว่า ‘เครื่องหมายพยาน’ และมันช่วยให้ผมรู้วิธีตั้งกลไก”

ก่อนยุคของการทำบันทึกเกี่ยวกับวิชาช่างและคู่มือการซ่อมนั้น “เครื่องหมายพยาน” ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้ช่างซ่อมในอนาคตจัดวางชิ้นส่วนของเครื่องจักรได้อย่างแม่นยำ มันเป็นมากกว่าเครื่องช่วยจำที่ช่วยประหยัดเวลา เครื่องหมายเหล่านี้มักจะถูกทำทิ้งไว้เป็นเหมือนความกรุณาให้กับคนที่จะมาทำงานถัดไป

พระคัมภีร์หนุนใจ​เรา​ให้​ทิ้ง “เครื่องหมาย​พยาน” ไว้ในขณะที่เรา​ทำ​งาน​เพื่อ​พระเจ้า​โดยการ​รับใช้​ผู้​อื่น​ใน​โลก​ที่แตกสลายนี้ อัครสาวกเปาโลเขียนถึงคริสตจักรในกรุงโรมว่า “เราทุกคนจงกระทำให้เพื่อนบ้านพอใจ เพื่อนำประโยชน์และการพัฒนามาให้เขา” (รม.15:2) นี่เป็นแบบอย่างของพระเจ้า “แห่งความเพียรและความชูใจ” (ข้อ 5) สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการเป็นพลเมืองดีทั้งของโลกนี้และของสวรรค์

“เครื่องหมายพยาน” ของเราอาจดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เครื่องหมายนี้สามารถสร้างความแตกต่างที่สำคัญมากในชีวิตของบางคนได้ คำพูดที่หนุนจิตชูใจ เงินที่มอบเป็นของขวัญแก่ผู้ขัดสน และหูที่รับฟัง เหล่านี้ล้วนเป็นความกรุณาที่ส่งผลกระทบอันยั่งยืน ขอพระเจ้าทรงช่วยที่คุณจะทำเครื่องหมายเพื่อพระองค์ในชีวิตของใครบางคนในวันนี้!

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา