ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Kirsten Holmberg

มอบให้พระเจ้า

ตอนเป็นวัยรุ่น เมื่อฉันถูกถาโถมด้วยปัญหาหนักหน่วงหรือการตัดสินใจที่ยาก แม่สอนให้ฉันใช้กระดาษและปากกาเพื่อเปิดมุมมอง เมื่อฉันไม่แน่ใจว่าจะเรียนหรือทำงานอะไร หรือจะรับมือกับความเป็นจริงอันน่าหวาดหวั่นของวัยผู้ใหญ่ได้อย่างไร ฉันเรียนรู้นิสัยการเขียนข้อเท็จจริงเบื้องต้น สิ่งที่ฉันทำได้และผลที่จะเกิดขึ้นไว้ หลังจากเทใจเขียนลงไปหมดแล้ว ฉันสามารถถอยออกมาและมองปัญหาได้อย่างชัดเจนขึ้นโดยไม่ใช้อารมณ์

ตามหาด้วยความกระตือรือร้น

ทุกกเสาร์เราจะไปชมการแข่งขันวิ่งเพื่อเชียร์ลูกสาวของเรา ซึ่งอยู่ในทีมนักวิ่งระดับมัธยมและต้องไปแข่งกับทีมอื่นทั่วประเทศ หลังจากที่เข้าเส้นชัย นักวิ่งจะมารวมตัวกับเพื่อนร่วมทีม โค้ช และพ่อแม่ฝูงชนจะมาห้อมล้อมนักวิ่งที่เข้าเส้นชัย ซึ่งมักจะมีมากกว่า 300 คน การจะหาคนคนหนึ่งให้พบท่ามกลางฝูงชนเป็นเรื่องยาก แต่เราก็หาลูกจนพบและเข้าไปสวมกอดนักกีฬาคนเดียวที่เรามาชม คือ ลูกสาวสุดที่รัก

ออกจากที่ลึก

ฉันกวาดตามองไปในน้ำอย่างละเอียด เตรียมพร้อมหากมีสัญญาณขอความช่วยเหลือ ตลอดเวลาหกชั่วโมงของการเข้ากะในตำแหน่งผู้ช่วยชีวิตคนตกน้ำ ฉันคอยมองอยู่ข้างสระน้ำเพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ที่กำลังว่ายน้ำ การทิ้งจุดประจำการ หรือการหละหลวมในหน้าที่อาจทำให้เกิดผลที่เลวร้ายขึ้นกับผู้ที่อยู่ในสระ หากคนที่ว่ายน้ำอยู่กำลังจะจมเพราะบาดเจ็บหรือเพราะขาดทักษะฉันมีหน้าที่คือดึงพวกเขาขึ้นจากน้ำแล้วพาไปยังขอบสระอย่างปลอดภัย

ให้ก่อน

เราต้องใช้ความอดทนเพื่อเยียวยาจิตใจของลูกชายและช่วยให้ปรับตัวเข้ากันได้กับครอบครัวของเรา บาดแผลทางใจจากวัยเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นเหมือนฟืนที่เติมเชื้อไฟให้กับนิสัยไม่ดี แม้ฉันจะเห็นใจในความลำบากที่เขาเคยเผชิญมา แต่ฉันพบว่าตัวเองเริ่มถอยห่างจากเขาเพราะนิสัยอย่างนั้น ฉันเล่าปัญหานี้ให้นักบำบัดของลูกฟังด้วยความละอายใจ แต่คำตอบอ่อนโยนที่ได้กลับมานั้นถูกต้องทีเดียว “เด็กต้องการให้คุณทำให้ดูก่อน...แสดงให้เขาเห็นว่าเขามีค่าคู่ควรที่จะรัก ก่อนที่เขาจะสามารถเป็นคนที่แสดงความรักได้”

เทเบิลร็อค

ไม้กางเขนประดับไฟขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่บนเทเบิลร็อค ที่ราบสูงที่เป็นหิน เมื่อมองลงมาจะเห็นเมืองที่ฉันอยู่ มีบ้านหลายหลังสร้างอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ไม่นานมานี้ เจ้าของถูกบังคับให้ย้ายออกเพราะอาจไม่ปลอดภัย แม้จะอยู่ใกล้ฐานหินที่มั่นคงของเทเบิลร็อค แต่บ้านเหล่านี้ก็ไม่มั่นคง มันเคลื่อนจากฐานวันละเกือบสามนิ้ว เสี่ยงต่อการรั่วของท่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะยิ่งทำให้ดินทรุดตัวเร็วขึ้น

ทางเดินที่ไร้แสงไฟ

ขณะที่ครอบครัวเรามุ่งหน้ากลับบ้านหลังจากเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด ถนนพาเราผ่านไปทางพื้นที่รกร้างในรัฐโอเรกอน หลังจากพลบค่ำ เราขับรถต่ออีก 2 ชั่วโมง ผ่านหุบเขาและที่ราบสูงเวิ้งว้าง มีแสงไฟข้างทางอยู่ไม่ถึงยี่สิบดวง ในที่สุดดวงจันทร์ก็โผล่ขึ้น มาตรงขอบฟ้า เราเห็นได้ชัดเจนขณะที่รถไต่ขึ้นไปบนเขา แต่มันลับตาไปเมื่อรถแล่นลงไปในที่ลุ่ม ลูกสาวของฉันบอกว่า แสงจันทร์ย้ำเตือนว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย ฉันถามลูกว่าลูกต้องมองเห็น แล้วจึงจะแน่ใจว่าพระองค์สถิตอยู่ด้วยใช่หรือไม่ เธอตอบว่า “ไม่เห็นก็แน่ใจ แต่ถ้าเห็นก็ดีค่ะ”

หลังจากที่โมเสสเสียชีวิต โยชูวาสืบทอดเป็นผู้นำชนชาติอิสราเอลและมีหน้าที่นำประชากรที่พระเจ้าเลือกสรรไว้เข้าสู่แผ่นดินพันธสัญญา โยชูวาเองก็คงรู้สึกกังวลตามธรรมดาของการรับหน้าที่แบบนี้ พระเจ้าจึงให้คำมั่นสัญญากับโยชูวาว่าจะอยู่กับเขาตลอดไปในหนทางข้างหน้า (ยชว.1:9)

หนทางชีวิตมักพาเราไปยังอาณาเขตที่ไม่รู้จัก เราต้องไปตามฤดูของชีวิตที่ทางข้างหน้าไม่ชัดเจน แผนการของพระเจ้าไม่ได้ชัดเจนเสมอไป แต่พระองค์สัญญาว่าจะอยู่กับเรา “เสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค” (มธ.28:20) ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เรามั่นใจได้มากกว่านี้ ไม่ว่าเราต้องเผชิญความไม่แน่นอนหรือความยากลำบากใด แม้เมื่อหนทางข้างหน้าไม่มีแสงไฟ แต่เรามีพระองค์ผู้เป็นความสว่างอยู่กับเรา

ปล่อยมือ

ในวันครบรอบแต่งงาน สามีของฉันขอยืมจักรยานแบบที่ปั่นเรียงกันสองคนมาเพื่อให้เราได้ใช้เวลาผจญภัยแบบโรแมนติคด้วยกัน พอเริ่มปั่นไป ฉันจึงรู้ว่าเวลาที่ฉันนั่งในตำแหน่งข้างหลัง ฉันไม่อาจมองถนนหนทางข้างหน้าได้ชัดเพราะถูกบดบังด้วยไหล่กว้างๆ ของสามี และแฮนด์จักรยานก็ติดอยู่กับที่ ไม่สามารถบังคับล้อได้ คนข้างหน้าเท่านั้นที่กำหนดว่าจะไปทางใด ที่นั่งของฉันมีเอาไว้นั่งเฉยๆ ฉันต้องเลือกว่าจะหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ หรือยินดีรับการเดินทางครั้งนี้และวางใจว่าสามีจะนำทางไปอย่างปลอดภัย

เมื่อพระเจ้าสั่งให้อับรามออกจากบ้านเกิดและครอบครัว พระองค์ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางมากนัก ไม่มีพิกัด ไม่มีคำอธิบายถึงดินแดนใหม่หรือรายละเอียดด้านทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ได้บอกแม้แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง พระองค์เพียงสั่งให้ “ไป” ยังดินแดนที่พระองค์จะบอกให้รู้ การที่อับรามเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า ทั้งที่ขาดรายละเอียดที่คนทั่วไปมักต้องการรู้ ทำให้ท่านได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความเชื่อ (ฮบ.11:8)

หากเราเผชิญความไม่แน่นอนหรือสถานการณ์ในชีวิตที่เราไม่อาจควบคุมได้ ขอให้เราทำตามอย่างอับราฮัมที่เชื่อฟังและวางใจพระเจ้าพระองค์จะทรงนำเราไปอย่างดี

งานเบื้องหลัง

ลูกสาวของฉันส่งข้อความถึงเพื่อนโดยหวังว่าจะได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว บริการส่งข้อความระบุว่าผู้รับได้อ่านข้อความแล้ว เธอจึงจดจ่อรอคำตอบ เวลาผ่านไปชั่วครู่ เธอรู้สึกโมโห บ่นไม่พอใจที่เพื่อนชักช้า ความหงุดหงิดลามไปเป็นความวิตก เธอคิดไปว่าที่เพื่อนไม่ตอบเป็นเพราะมีปัญหากับเธอ ในที่สุดเพื่อนก็ตอบ และลูกสาวของฉันก็โล่งใจที่เห็นว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนยังดีอยู่ เพื่อนของเธอเพียงแค่กำลังหารายละเอียดเพื่อจะตอบคำถามของเธอ

ดาเนียล ผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิมก็รอคอยคำตอบอย่างกระวนกระวาย หลังจากเห็นนิมิตสงครามครั้งใหญ่ ท่านอดอาหารและแสวงหาพระเจ้าด้วยการถ่อมใจอธิษฐาน (ดาเนียล 10:3,12) ผ่านไปสามสัปดาห์ ท่านยังไม่ได้รับคำตอบ (ดาเนียล 10:2,13) สุดท้าย ทูตของพระเจ้ามาหาท่านและยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานของท่าน “ตั้งแต่วันแรก” ทูตองค์นั้นได้ต่อสู้เพื่อคำอธิษฐานของเขา แม้ตอนแรกดาเนียลจะไม่ทราบแต่พระเจ้าทรงกระทำกิจตลอดเวลายี่สิบเอ็ดวัน นับแต่คำอธิษฐานคำแรกจนเมื่อทูตสวรรค์มา

แม้เราจะมั่นใจว่าพระเจ้าฟังคำอธิษฐานของเรา เราก็อาจกังวลใจเมื่อคำตอบของพระองค์ไม่ได้มาถึงในเวลาที่เราต้องการ เรามักสงสัยว่าพระองค์ทรงสนพระทัยหรือเปล่า แต่เรื่องของดาเนียลย้ำเตือนเราว่า พระเจ้าทรงกระทำกิจเพื่อผู้ที่พระองค์ทรงรัก แม้ในยามที่เรามองไม่เห็น

ผ่อนคลายในอ้อมกอด

เพื่อนของฉันให้ฉันมีสิทธิพิเศษ อุ้มลูกสาววัยสี่วันของเธอ แต่พอหนูน้อยมาอยู่ในอ้อมแขนฉันได้ไม่นานก็เริ่มดิ้น ฉันจึงกอดเธอแน่นขึ้น แก้มของฉันแนบกับศีรษะเล็กๆ พร้อมกับไกวและฮัมเพลงเบาๆ เพื่อปลอบ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ประสบการณ์การเป็นแม่สิบห้าปีของฉันก็ไม่อาจทำให้หนูน้อยสงบลงได้ เธอโยเยหนักขึ้น จนกระทั่งฉันวางเธอลงในอ้อมแขนของแม่ ทันใดนั้นความสงบก็กลับคืนมา เสียงร้องไห้แผ่วลง และทารกน้อยผ่อนคลายอยู่ในความปลอดภัยที่เธอไว้วางใจ แล้วเพื่อนของฉันรู้วิธีอุ้มและตบเบาๆ เพื่อให้หนูน้อยผ่อนคลาย

พระเจ้าก็ทรงปลอบโยนลูกของพระองค์เหมือนกับแม่ผู้อ่อนโยน น่าไว้วางใจ และพยายามอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ลูกสงบลง เมื่อเราอ่อนล้าหรือโศกเศร้า พระองค์ทรงอุ้มเราด้วยความรักในอ้อมพระกรของพระองค์ พระองค์ทรงรู้จักเราอย่างลึกซึ้ง เพราะทรงเป็นพระบิดาและพระผู้สร้างเรา “ใจแน่วแน่นั้น พระองค์ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์เพราะเขาวางใจในพระองค์” (อสย.26:3)

เมื่อปัญหาของโลกนี้ทับถมใจเราจนหนักหน่วง เราพักสงบได้ เพราะรู้ว่าพระองค์ทรงคุ้มครองและต่อสู้แทนเราผู้เป็นลูกของพระองค์ ดั่งพ่อแม่ที่รักลูก

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา