โดมแห่งเสียงกระซิบ
ภายในโดมสูงตระหง่านของมหาวิหารเซนต์ปอล นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบันได 259 ขั้นไปสู่โดมแห่งเสียงกระซิบได้ ใครก็ตามที่อยู่ตรงทางเดินตามแนววงกลมนั้นจะได้ยินคำกระซิบของคุณแม้จะอยู่อีกฝั่งที่ห่างไปเกือบร้อยฟุต วิศวกรอธิบายความประหลาดนี้ว่าเป็นเพราะรูปโค้งของโดมและคลื่นเสียงกระซิบที่มีคลื่นความถี่ต่ำ
เราเองก็ปรารถนาที่จะมั่นใจว่าพระเจ้าได้ยินคำกระซิบที่เจ็บปวดของเรา! พระธรรมสดุดีเต็มไปด้วยคำพยานว่าพระเจ้าทรงได้ยินเรา ทั้งเสียงคร่ำครวญ คำอธิษฐานและเสียงกระซิบ ดาวิดเขียนว่า “ในยามทุกข์ระทมใจ ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า ข้าพเจ้าร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของข้าพเจ้า” (สดด.18:6) ท่านและผู้เขียนสดุดีคนอื่นๆ ร้องทูลวิงวอนว่า “[ขอ]ทรงฟังคำอธิษฐาน” (4:1) เสียง (5:3) เสียงร้องคราง (102:20) บางครั้งก็เป็นคำกระซิบว่า “[ขอ]ทรงฟังข้าพเจ้า” (77:1) เมื่อ “ข้าพเจ้าตรึกตรองและวิญญาณจิตของข้าพเจ้าก็เสาะหา” (77:6)
ในส่วนของการตอบคำร้องทูลวิงวอนนั้น ผู้เขียนสดุดีบอกเช่นเดียวกับดาวิดในสดุดี 18:6 ว่าพระเจ้าทรงสดับฟัง “จากพระวิหารของพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า และเสียงร้องของข้าพเจ้าได้ยินไปถึงพระกรรณของพระองค์” เนื่องจากตอนนั้นยังไม่มีการสร้างพระวิหาร เป็นไปได้ไหมว่าดาวิดหมายถึงพระเจ้าทรงฟังจากที่ประทับของพระองค์บนสวรรค์
จาก “โดมแห่งเสียงกระซิบ” ของพระองค์ในฟ้าสวรรค์ พระเจ้าโน้มพระองค์ลงฟังเสียงพึมพำจากส่วนลึกที่สุด แม้กระทั่งเสียงกระซิบของเรา...และทรงได้ยิน
โตพอ
หลานชายของฉันวิ่งไปต่อแถวขึ้นรถไฟเหาะ เขายืนพิงหลังกับที่วัดส่วนสูงเพื่อดูว่าเขาโตพอจะเล่นได้หรือยัง เขาร้องด้วยความยินดีเมื่อศีรษะของเขาเลยขีดที่กำหนด
มีหลายสิ่งในชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการ “โต” พอใช่หรือไม่ เช่นการย้ายจากที่นั่งเด็กเล็กในรถมาสู่การคาดเข็มขัดนิรภัย และจากเบาะหลังมาเบาะหน้า การสอบใบขับขี่ การเลือกตั้ง การแต่งงาน เช่นเดียวกับหลานชายของฉัน เราอาจใช้ชีวิตเพื่อรอคอยที่จะเติบโต
ในสมัยพันธสัญญาใหม่ เด็กๆนั้นเป็นที่รัก แต่ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญมากนักในสังคมจนกว่าจะ “โตเป็นผู้ใหญ่” และถูกนับเป็นสมาชิกของตระกูล และสามารถเข้าสู่ธรรมศาลาได้เหมือนผู้ใหญ่ พระเยซูทรงฉีกกฎเกณฑ์ในยุคของ พระองค์ด้วยการต้อนรับคนยากไร้ คนเจ็บป่วย และแม้กระทั่งเด็กเล็กๆ พระกิตติคุณสามเล่ม (มัทธิว, มาระโก และลูกา) เล่าถึงพ่อแม่ที่นำเด็กเล็กๆมาหาพระเยซู เพื่อให้พระองค์ทรงวางพระหัตถ์และอธิษฐานเผื่อพวกเขา (มธ.19:13; มก.10:16)
เหล่าสาวกตำหนิพวกผู้ใหญ่เพราะมองว่าไม่เหมาะสม เมื่อพระเยซูทรงเห็นดังนั้นก็ “ไม่พอพระทัย” (มก.10:14) ทรงอ้าแขนต้อนรับเด็กเล็กๆ พระองค์มองว่าพวกเขาสำคัญในแผ่นดินของพระองค์ และท้าทายทุกคนให้เป็นเหมือนเด็กเหล่านี้ คือยอมรับในความอ่อนแอและความต้องการพระองค์เพื่อจะรู้จักพระองค์ (ลก.18:17) ความต้องการแบบเด็กๆของเราทำให้เรา “โต” พอที่จะรับความรักของพระองค์
ไข่อธิษฐาน
ที่นอกหน้าต่างห้องครัว นกโรบินตัวหนึ่งสร้างรังอยู่ใต้ชายคา ฉันชอบมองดูมันจัดแต่งหญ้าให้เป็นระเบียบแล้วนั่งลงกกไข่ ฉันคอยดูความคืบหน้าอยู่ทุกเช้า แต่ก็ไม่เห็นอะไร เพราะไข่นกโรบินใช้เวลา 2 อาทิตย์ในการฟักเป็นตัว
ความไม่อดทนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับฉัน ฉันมักจะเคร่งเครียดกับการรอคอย โดยเฉพาะเมื่ออธิษฐาน ฉันและสามีต้องรอเกือบ 5 ปีกว่าจะได้ลูกบุญธรรมคนแรก กว่าทศวรรษที่ผ่านมาแคธรีน มาร์แชลเคยเขียนไว้ว่า “คำอธิษฐานเหมือนกับไข่ ที่ต้องรอเวลาฟัก”
ผู้เผยพระวจนะฮาบากุกปล้ำสู้กับการรอคอยในการอธิษฐาน ฮาบากุกอึดอัดใจกับการที่พระเจ้าทรงเงียบเมื่อบาบิโลนข่มเหงแผ่นดินยูดาห์อย่างโหดร้าย ท่านตั้งใจที่จะ “ยืนเฝ้าดูอยู่ ข้าพเจ้าจะยืนที่หอคอย และมองออกไปเพื่อจะฟังดูว่า พระองค์จะตรัสอะไรแก่ข้าพเจ้า” (ฮบก.2:1) พระเจ้าทรงตอบโดยให้ฮาบากุกรอ “เวลาของมัน” (ข้อ 3) และทรงนำท่านให้ “เขียนนิมิตนั้นลงไป” เพื่อเมื่อถึงเวลา ข้อความจะได้เผยแพร่ออกไป (ข้อ 2)
สิ่งที่พระเจ้าไม่ได้บอกคือ “เวลาของมัน” ที่บาบิโลนจะล่มสลายคืออีก 60 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลานานถ้านับจากตอนที่พระเจ้าให้สัญญาไว้ คำอธิษฐานก็เหมือนกับไข่ที่จะไม่ฟักออกเป็นตัวทันที แต่ต้องรอเวลาตามพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อโลกนี้และต่อชีวิตของเรา
พระเยซูผู้ยิ้มแย้ม
ถ้าคุณได้รับบทพระเยซูในภาพยนตร์ คุณจะเข้าถึงบทบาทได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ท้าทายบรูซ มาร์เชียโน ผู้รับบทพระเยซูในภาพยนตร์จากพระคัมภีร์เรื่องมัทธิวในปี 1993 เขาตระหนักว่าผู้ชมหลายพันคนจะนึกถึงภาพพระเยซูจากผลงานของเขา ความกดดันที่จะทำให้คนเข้าใจพระคริสต์อย่าง “ถูกต้อง” ท่วมท้น เขาจึงคุกเข่าอธิษฐานทูลขอพระเยซูเพื่อจะเป็นพระเยซู
ฮีบรูบทแรกให้ความกระจ่างแก่บรูซ ผู้เขียนบอกเราถึงวิธีที่พระเจ้าพระบิดาทรงแต่งตั้งพระบุตรโดยการเจิมพระองค์ “ด้วยน้ำมันแห่งความยินดี” (1:9) ความยินดีนี้คือหนึ่งในการเฉลิมฉลอง เป็นความยินดีในความสัมพันธ์กับพระบิดา ซึ่งสำแดงออกอย่างเต็มพระทัย ความยินดีนี้เปี่ยมล้นในพระทัยพระเยซูตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ เช่นที่ฮีบรู 12:2 บรรยายว่า “พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์ ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญ และพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า”
เมื่อใช้แนวทางจากพระธรรมตอนนี้ บรูซจึงนำเสนอองค์พระผู้ช่วยให้รอดในภาพที่เปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดีที่ไม่เหมือนใคร ผลคือเขาเป็นที่รู้จักในบท “พระเยซูผู้ยิ้มแย้ม” เราเองก็ควรกล้าที่จะคุกเข่าและ “ทูลขอพระเยซูเพื่อเป็นพระเยซู” ขอพระองค์เติมเราให้มีพระลักษณะของพระองค์ เพื่อผู้คนรอบตัวเราจะได้เห็นการแสดงออกถึงความรักของพระองค์ในเรา
อธิษฐานอย่างพระเยซู
ทุกเหรียญมี 2 ด้าน ด้านหน้าเรียกว่า “หัว” ซึ่งมักเป็นรูปศีรษะผู้นำรัฐ มาตั้งแต่ยุคโรมัน ด้านหลังเรียกว่า “หาง” (ก้อย) ซึ่งอาจมาจากเหรียญสิบเพนนีของอังกฤษที่มีรูปสิงโตยกหาง
คำอธิษฐานของพระคริสต์ในสวนเกทเสมนีก็มีสองด้านเหมือนกับเหรียญ ในคืนก่อนจะสิ้นพระชนม์คือช่วงเวลามืดมิดที่สุดในชีวิตของพระองค์ พระเยซูอธิษฐานว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด” (ลก.22:42) เมื่อพระคริสต์ตรัสว่า “ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไป” นั่นเป็นคำอธิษฐานที่ตรงไปตรงมาจริงๆ พระองค์เปิดเผยความปรารถนาส่วนตัว “นี่คือสิ่งที่ตัวเองต้องการ”
แล้วพระเยซูทรงพลิกเหรียญ อธิษฐานว่า “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์” นั่นคือด้านของการละทิ้ง การละทิ้งตัวเองเริ่มได้ง่ายๆโดยพูดว่า “แล้วพระองค์ประสงค์สิ่งใด พระเจ้าข้า”
คำอธิษฐานสองด้านถูกกล่าวถึงในมัทธิว 26, มาระโก 14 และยอห์น 18 พระเยซูอธิษฐานทั้งสองด้าน ระหว่างขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไป (เราต้องการ) และอย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ (พระเจ้าต้องการ)
สองด้านของพระเยซู สองด้านของคำอธิษฐาน
ทรงเรียกให้ทิ้ง
เมื่อตอนเป็นสาว ฉันวาดฝันว่าจะได้แต่งงานกับคนที่คบกันสมัยเรียนมัธยม จนเมื่อเราเลิกกัน อนาคตของฉันพังทลายไปต่อหน้าและฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับชีวิต ในที่สุดฉันสัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงนำให้ฉันรับใช้พระองค์โดยการรับใช้ผู้อื่นและได้สมัครเข้าเรียนพระคริสตธรรม และความจริงก็ประดังเข้ามาว่า ฉันจะต้องละจากถิ่นฐาน เพื่อนและครอบครัว ฉันจำเป็นต้องย้ายที่อยู่เพื่อตอบสนองการทรงเรียกของพระเจ้า
พระเยซูทรงดำเนินอยู่ที่ชายทะเลกาลิลีเมื่อทรงเห็นเปโตรและอันดรูว์น้องชายกำลังทอดแหในทะเลเพื่อจับปลาเลี้ยงชีพ พระองค์ทรงเรียกเขาว่า “จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา” (มธ.4:19) และพระเยซูทรงเห็นชาวประมงอีกสองคนคือยากอบและยอห์นผู้เป็นน้องชาย และพระองค์ทรงเรียกเขาเช่นกัน (ข้อ 21)
เมื่อเหล่าสาวกมาหาพระเยซู พวกเขาก็ละทิ้งบางอย่างเช่นกัน เปโตรและอันดรูว์ “ละแหของเขา” (ข้อ 20) ยากอบและยอห์น “ละเรือและลาบิดาของเขาตามพระองค์ไป” (ข้อ 22) ลูกาบันทึกไว้ว่า เมื่อ “เขานำเรือมาถึงฝั่งแล้ว เขาก็สละสิ่งสารพัดทิ้ง ตามพระองค์ไป” (ลก.5:11)
ทุกครั้งที่พระเยซูทรงเรียกเรามาย่อมหมายถึงการทรงเรียกให้ละจาก บางอย่างด้วย ไม่ว่าจะเป็นแห เรือ บิดา เพื่อน หรือบ้าน พระเจ้าทรงเรียกให้เราเข้าสู่ความสัมพันธ์กับพระองค์ จากนั้นทรงเรียกให้เรารับใช้
ความรักที่เสียดแทง
คาร์ลาโทรหา ส่งข้อความถึงพี่ชาย และตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของเขา แต่ไม่อาจทำให้เขาเปิดประตูรับได้ เขาทนทุกข์กับภาวะซึมเศร้าและต่อสู้กับสิ่งเสพติด จึงหลบอยู่แต่ในบ้าน คาร์ลาพยายามแทรกเข้าไปในความโดดเดี่ยวของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล เธอนำอาหารหลายอย่างที่เขาชอบมาพร้อมกับข้อพระคัมภีร์หนุนใจและหย่อนข้ามรั้วเข้าไปให้
แต่ขณะที่ห่อของพ้นมือเธอ มันกลับติดอยู่กับเหล็กแหลมที่ประตูรั้ว ห่อของฉีกขาด ของข้างในหล่นลงบนพื้นกรวด ของฝากจากความรักและเจตนาดีของเธอดูเหมือนเสียเปล่า พี่ชายจะสังเกตเห็นของขวัญหรือไม่ ภารกิจนำความหวังที่เธอตั้งใจจะสำเร็จหรือไม่ เธอทำได้เพียงแค่หวังและอธิษฐานขณะรอให้เขาหายดี
สาระสำคัญคือพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงหย่อนพระบุตรองค์เดียวข้ามกำแพงบาปของเราเพื่อนำของขวัญความรักและการเยียวยาเข้ามายังโลกที่เหนื่อยล้าและโดดเดี่ยว (ยน.3:16) ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ทำนายมูลค่าของความรักนี้ไว้ในอิสยาห์ 53:5 พระบุตรผู้นี้จะถูก “บาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย...ฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา” บาดแผลของพระองค์จะนำความหวังในการเยียวยาในท้ายที่สุดมาให้ พระองค์ทรงรับ “บาปผิดของเราทุกคน” ลงบนท่าน (ข้อ 6)
บาปและความบกพร่องของเราทิ่มแทงพระเยซู ผู้ทรงเป็นของขวัญจากพระเจ้า ได้เสด็จมาหาเราวันนี้ด้วยฤทธิ์อำนาจและมุมมองที่สดใหม่ ของขวัญของพระองค์มีความหมายอย่างไรต่อคุณ - ELM
ภาชนะสะอาด
"ความเกลียดชังกัดกร่อนภาชนะที่บรรจุ” เป็นคำพูดของอดีตวุฒิสมาชิก อลัน ซิมสัน ในงานศพของ จอร์ช เอช.ดับบลิว.บุช เขาเล่าว่าประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐซึ่งเป็นเพื่อนรักของเขาเป็นคนมีเมตตา และมีอารมณ์ขันและความรักมากกว่าความเกลียดชังทั้งในการเป็นผู้นำและในความสัมพันธ์ส่วนตัว
ฉันรู้ซึ้งในคำกล่าวนี้ ความเกลียดชังส่งผลร้ายกับ ฉัน เมื่อฉันเก็บงำมันเอาไว้งานวิจัยทางการแพทย์เปิดเผยว่า เมื่อเราจมอยู่กับความคิดแง่ลบหรือระเบิดอารมณ์โกรธ ผลเสียต่อร่างกายคือความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นแรง จิตวิญญาณห่อเหี่ยว ร่างกายถูกบั่นทอน
ในสุภาษิต 10:12 กษัตริย์ซาโลมอนบอกว่า “ความเกลียดชังเร้าให้เกิดความวิวาท แต่ความรักครอบงำบรรดาการทรยศเสีย” การวิวาทที่เกิดจากความเกลียดชังในที่นี้คือ ความพยาบาทถึงขั้นต้องการเอาชีวิตของคนต่างเผ่าพันธุ์ นำไปสู่ความอยากให้แก้แค้นจนคนที่ดูหมิ่นกันต่างก็ตัดขาดจากกันและกัน
แต่วิถีของพระเจ้านั้นตรงข้ามคือปกคลุมด้วยความรัก หรือยกโทษความผิดทุกอย่าง ไม่ได้หมายถึงการมองข้ามความผิดหรือให้มีสิทธิ์ทำผิด แต่เราจะไม่ตอกย้ำความผิดเมื่อคนนั้นสำนึกอย่างแท้จริง และถ้าเขาไม่เคยขอโทษ เราจะระบายความรู้สึกของเราต่อพระเจ้า พวกเราที่รู้จักพระเจ้าผู้ทรงเป็นความรักจะต้อง “รักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้” (1 ปต.4:8)
สิ่งที่พระเจ้าเห็น
เช้าตรู่ ฉันย่องอย่างเงียบเชียบ ผ่านหน้าต่างห้องนั่งเล่นที่มองออกไปเห็นป่าหลังบ้าน ฉันมักเห็นนกเหยี่ยวหรือนกฮูกเกาะกิ่งไม้เฝ้าสอดส่องไปทั่ว เช้าวันหนึ่งฉันตกใจที่เห็นนกอินทรีหัวขาวเกาะบนกิ่งสูง สำรวจบริเวณโดยรอบราวกับเป็นเจ้าของดินแดนทั้งหมด มันคงจะกำลังมองหา “อาหารเช้า” สายตาที่เห็นทุกสิ่งของมันดูน่าเกรงขาม
ใน 2 พงศาวดาร 16 ฮานานีผู้ทำนาย (ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า) ทูลกษัตริย์ว่าการกระทำของพระองค์ถูกจับตาดูอยู่ ท่านทูลกษัตริย์อาสาของยูดาห์ว่า “ท่านพึ่งพระราชาของซีเรีย และมิได้พึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน” (ข้อ 7) จากนั้นฮานานีอธิบายว่า “พระเนตรของพระเจ้าไปมาอยู่เหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น เพื่อสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์โดยเห็นแก่ผู้เหล่านั้นที่มีใจจริงต่อพระองค์” (ข้อ 9) เพราะอาสาวางใจผิดที่ การสงครามจึงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
เมื่ออ่านพระธรรมตอนนี้ เราอาจเข้าใจผิดว่าพระเจ้าเฝ้าดูเราทุกย่างก้าวเพื่อคอยจู่โจมเราเหมือนนกล่าเหยื่อ แต่ถ้อยคำของฮานานีเน้นที่ด้านบวก ท่านบอกว่าพระเจ้าเฝ้ามองและเฝ้าคอยอยู่เสมอให้เราร้องหาพระองค์เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ
เช่นเดียวกับนกอินทรีหัวขาวตัวนั้น พระเนตรของพระเจ้าสอดส่องดูโลก ทรงพบความสัตย์ซื่ออะไรบ้างในคุณและฉันในเวลานี้ พระองค์จะประทานความหวังและความช่วยเหลือที่เราต้องการได้อย่างไร