ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Bill Crowder

เป็นผู้นำที่อยู่ข้างหน้า

หนังสือเรื่องเพื่อนตาย สหายศึก (Band of Brothers) ของสตีเฟน แอมโบรส เล่าถึงกองร้อยอีซี่ แห่งกองทัพสหรัฐ ตั้งแต่การฝึกที่จอร์เจียไปจนถึงการบุกนอร์มังดี ในวันดีเดย์ (6 มิถุนายน 1944) กระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงในยุโรป กองร้อยอีซี่อยู่ภายใต้การนำของริชาร์ด วินเทอร์ส นายทหารที่ยอดเยี่ยมเขาเป็นผู้นำที่อยู่ข้างหน้า เมื่ออยู่ในสนามรบวินเทอร์สมักพูดว่า “ตามผมมา!” นายทหารคนอื่นอาจพยายามอยู่ในที่ปลอดภัยด้านหลัง แต่ถ้าลูกน้องของวินเทอร์สจะต้องออกรบ วินเทอร์สจะนำพวกเขาไป

ผมเบื่อ

เมื่อลูกๆ ของเรายังเป็นวัยรุ่น เวลาที่ลูกกลับจากการพบปะกลุ่มอนุชน ผมมักจะถามลูกว่า “ประชุมอนุชนคืนนี้เป็นยังไงบ้าง” และพวกเขาจะตอบว่า “น่าเบื่อ” เป็นอย่างนี้อยู่หลายสัปดาห์ผมจึงตัดสินใจไปดูด้วยตนเอง ผมไปที่โรงยิมซึ่งเป็นสถานที่ประชุมและแอบดู ผมเห็นพวกเขามีส่วนร่วมในกิจกรรม หัวเราะ และฟังอย่างสนุกสนาน คืนนั้นระหว่างกลับบ้าน ผมถามพวกเขาถึงการประชุม และลูกๆ ก็ตอบเหมือนเคยว่า “น่าเบื่อ” ผมจึงบอกว่า “วันนี้พ่อไปที่นั่นก็เห็นลูกดูสนุกสนานดีนี่!” พวกเขาจึงตอบว่า “วันนี้อาจจะไม่ได้แย่เหมือนทุกครั้ง”

การเสียสละที่แท้จริง

เอริคเป็นคนดีคนหนึ่ง ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจเขามองว่างานของเขาคือการให้บริการชุมชนและทุ่มเททุกสิ่งในการปฏิบัติหน้าที่เห็นได้จากพระธรรมยอห์น 15:13 ซึ่งเขาติดไว้ที่ประตูล็อคเกอร์ของเขาที่สถานีตำรวจ

ในพระธรรมข้อดังกล่าว องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน” (ยน.15:13) แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุดมคติที่ยอดเยี่ยมข้อหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของเอริคในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ เป็นความมุ่งมั่นที่ต้องจ่ายราคาแพงเมื่อเขาเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เป็นการแสดงถึงหัวใจแห่งการเสียสละแท้ในชีวิตจริง

พระเยซูคริสต์ก็มีชีวิตตามพระธรรมยอห์น15:13 ซึ่งเต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่พระองค์ตรัสถ้อยคำนี้ พระเยซูตรัสถึงการเสียสละนี้ขณะที่อยู่ในห้องชั้นบน ตามด้วยการสนทนากับพระบิดาในสวนเกทเสมนีการถูกไต่สวนนอกกฏหมายและการถูกตรึงต่อหน้าฝูงชนที่เยาะเย้ยพระองค์

ในฐานะพระบุตรของพระเจ้า พระเยซูสามารถหลีกเลี่ยงการทนทุกข์ การทรมาน และความโหดเหี้ยมได้ พระองค์ไม่มีบาปและไม่สมควรตายแม้แต่น้อย แต่ความรักซึ่งอยู่เบื้องหลังการเสียสละที่แท้จริงได้ผลักดันให้พระองค์เสด็จไปที่กางเขน เป็นเหตุให้เราทั้งหลายได้รับการยกโทษ หากเรายอมรับการสละพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ด้วยความเชื่อ คุณวางใจในพระองค์ผู้ทรงสละชีวิตของพระองค์เพื่อคุณแล้วหรือยัง? -BC

 

การต้อนรับที่แท้จริง

ในปี 1987 ครอบครัวของเราย้ายมาอยู่ที่แคลิฟอร์เนียเพื่อรับงานศิษยาภิบาลของคริสตจักรแห่งหนึ่งในเขตลอง บีช วันที่เราบินไปถึงเมืองนั้น เลขาของผมไปรับเราที่สนามบินเพื่อพาไปส่งบ้าน ขณะที่รถติด สิ่งแรกที่ผมเห็น คือ สติ๊กเกอร์ติดท้ายรถที่มีข้อความว่า “ขอต้อนรับสู่แคลิฟอร์เนีย...เชิญกลับบ้านได้!” ช่างเป็นการต้อนรับสู่แคลิฟอร์เนียตอนใต้ ดินแดนแห่งแสงแดด ที่ไม่อบอุ่นเอาซะเลย!

กฎของคุณแม่

ผมได้พบกับผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความสุขคนหนึ่งชื่อว่า “คุณแม่ชาลี” ซึ่งรับเด็กกว่าสิบคนมาเป็นบุตรบุญธรรม โดยศาลเป็นผู้มอบหมายให้เธอเป็นผู้ดูแลเด็กเหล่านี้ และเธอได้ให้ที่พักพิงที่มั่นคงปลอดภัย รวมทั้งคำแนะนำและความรักแก่เด็กๆ เธอบอกผมว่า ทุกครั้งที่มีเด็กมาใหม่ สิ่งแรกที่เธอจะทำคือ อธิบาย “กฎของคุณแม่” ให้ฟัง ซึ่งก็คือมาตรฐานความประพฤติ บวกกับงานบ้านที่จำเป็นต้องช่วยกันทำในบ้านที่วุ่นวายหลังนี้ เพื่อสอนเด็กที่ไม่ค่อยได้รับการฝึกฝนมาก่อน ให้มีความรับผิดชอบ

เด็กบางคนอาจรู้สึกต่อต้าน “กฎของคุณแม่” เพราะคิดว่าจะทำให้พวกเขาหมดสนุก ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น มาตรฐานเหล่านั้นทำให้บ้านช่องมีระเบียบ ขณะเดียวกันเด็กๆ และคุณแม่ยังสามารถใช้ชีร่วมกันได้อย่างสันติ

ในทำนองเดียวกัน บางคนมองว่ามาตรฐานของพระเจ้าที่กำหนดไว้ในพระคัมภีร์เป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเราไม่สามารถสนุกสนานกับชีวิตได้ แต่แท้จริงแล้ว ขอบเขตที่พระเจ้าทรงวางไว้มีขึ้นเพื่อป้องกันเราจากการโน้มเอียงไปในทางที่แย่ที่สุด และช่วยให้เราตอบสนองต่อพระองค์อย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น ในพระธรรมเอเฟซัส 4 เปาโลได้ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับเรา เมื่อเราดำเนินตามแนวทางนั้นและปฏิบัติตามคำสั่งข้ออื่นๆที่มาจากความรัก เราจะได้รับการปกป้องและโอกาสที่จะได้รับความสุขแท้และนิรันดร์ - BC

เวลาแห่งความกลัว

ตอนที่ลูกคนแรกของเราเกิด มาร์ลีนภรรยาของผมเจ็บท้องคลอดนานถึง 30 ชั่วโมง ทำให้ทั้งแม่และลูกอยู่ในภาวะที่เครียดมาก หมอที่มาแทนหมอประจำก็ไม่คุ้นเคยกับภรรยาผมและไม่ได้ดูแลครรภ์มาตั้งแต่แรกสุดท้ายหมอรอนานเกินไปกว่าจะตัดสินใจผ่าคลอด ส่งผลให้ลูกชายของผมต้องเข้าห้องไอซียูสำหรับเด็กแรกเกิด คณะแพทย์ไม่สามารถทำอะไรเพื่อช่วยลูกของเราให้พ้นจากภาวะบอบช้ำรุนแรงได้เลย

โดยพระคุณของพระเจ้า แมทมีอาการดีขึ้นแต่ผมนึกไม่ออกเลยว่าเคยมีช่วงใดในชีวิตที่ทำให้ผมกลัวเท่ากับตอนที่ผมยืนอยู่ข้างเตียงของลูกในห้องไอซียู อย่างไรก็ตามผมรู้ดีว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ขณะที่ผมทูลอธิษฐานต่อพระองค์

ในช่วงเวลาที่น่ากลัวในชีวิต (รวมทั้งช่วงเวลาอื่นด้วย) ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยปลอบประโลมใจที่เจ็บปวดได้เท่ากับความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วยกับเราและทรงห่วงใย ดาวิดเขียนไว้ในสดุดีว่า“แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราชข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆเพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์”(สดด.23:4)

เมื่อจิตใจเต็มด้วยความกลัว พระเจ้าทรงอยู่เคียงข้าง และจะนำเราผ่านพ้นการทดลองอันยากลำบากนั้นไปได้ - BC

 

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา