ร่วมรับใช้กับเรา
พันธกิจมานาประจำวันมองหาผู้ร่วมรับใช้ในตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่าย Digital Marketing
หน้าที่และความรับผิดชอบ
- กำหนดแนวคิด วางกลยุทธ์ วางแผน ดำเนินการและจัดการกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลโดยรวม
- ติดตามข่าวสารล่าสุดและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล และจัดฝึกอบรมให้กับทีม
- บริหารจัดการและดูแลช่องทางการตลาดดิจิทัลทั้งหมด
- วัดผลและจัดการประสิทธิภาพของแคมเปญ ทบทวนกับเป้าหมายและ KPI
- จัดเตรียมและจัดการงบประมาณการตลาดดิจิทัล
- จัดทำรายงานประจำเดือน
- ติดตามข้อมูล SEO และ Google Analytics และทำการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์
- กำกับดูแลการปฏิบัติงานของทุกทีมและจัดการงานโครงการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทบทวนผลการปฏิบัติงานและติดตามความคืบหน้าและประเมินความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างสม่ำเสมอ
- ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย
คุณสมบัติ
- เป็นคริสเตียน
- มีอายุระหว่าง 30-35 ปี
- วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป สาขาการตลาด เทคโนโลยีดิจิทัล หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- ประสบการณ์ 3-5 ปี ในตำแหน่งหัวหน้างานการตลาดดิจิทัล
- มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
- มีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับช่องทางการตลาดดิจิทัลต่างๆ และมีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์
- มีความรู้ดีในการวิเคราะห์ข้อมูล SEO และ Google Analytics
- มีทักษะการบริหารเวลา
- มีทักษะในการคิดและการแก้ปัญหา
- มีทัศนะคติที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี และการสื่อสารที่ดี
สถานที่ทำงาน
18 ซ.รามคำแหง 16 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
Google Map
หากคุณสนใจร่วมรับใช้กับเรา
ส่ง Resume ของคุณมาหาเราได้ที่อีเมล thailand@odb.org…
ความงดงามของการยอมรับ
ในปี 2009 ภาพยนตร์เรื่อง “แม่ผู้นี้มีแต่รักแท้” (The Blind Side) ถ่ายทอดเรื่องจริงของวัยรุ่นไร้บ้านชื่อไมเคิล โอเฮอร์ ครอบครัวหนึ่งรับเขาเข้ามาอยู่ในบ้านและช่วยเขาเอาชนะอุปสรรคจนประสบความสำเร็จในการเล่นอเมริกันฟุตบอล ในฉากหนึ่ง ครอบครัวพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะรับไมเคิลเป็นลูกบุญธรรมหลังจากที่เขาได้อยู่กับพวกเขามาหลายเดือน ไมเคิลตอบพวกเขาด้วยความสุภาพอ่อนโยนว่า เขาคิดว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้แล้ว!
ช่างเป็นช่วงเวลาที่งดงามเช่นเดียวกับความงดงามของการรับเป็นลูกบุญธรรม ความรักนั้นแผ่ขยายออกไปเมื่อครอบครัวกางแขนรับสมาชิกใหม่เข้ามาอย่างสมบูรณ์ การรับเป็นลูกบุญธรรมนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหลายชีวิตเช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของไมเคิล
ในพระเยซู ผู้เชื่อได้เป็น “บุตรของพระเจ้า” โดยความเชื่อในพระองค์ (กท.3:26) พวกเราได้รับการยอมรับจากพระเจ้าและได้เป็นบุตรของพระองค์ (4:5) เมื่อพระเจ้าทรงรับเราเป็นบุตร เราได้รับพระวิญญาณขององค์พระบุตร เราเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดา” (ข้อ 6) และเราได้เป็นทายาทของพระองค์ (ข้อ 7) และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ (รม.8:17) เราได้กลายเป็นสมาชิกที่สมบูรณ์ในครอบครัวของพระองค์
เมื่อไมเคิล โอเฮอร์ถูกรับเป็นบุตร ชีวิต อัตลักษณ์ตัวตนและอนาคตของเขาเปลี่ยนแปลงไป แล้วสำหรับเราซึ่งพระเจ้าทรงรับเป็นบุตรจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเรารู้จักพระองค์ในฐานะพระบิดา อัตลักษณ์ของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราเป็นของพระองค์ อนาคตของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อมีพระสัญญาถึงมรดกแห่งสง่าราศีนิรันดร์
ใครต้องการความช่วยเหลือจากคุณ
คลิฟฟอร์ด วิลเลี่ยม ถูกตัดสินประหารชีวิตในคดีฆาตกรรมที่เขาไม่ได้ทำจากแดนประหารเขาพยายามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีของเขาใหม่ คำร้องของเขาถูกปฏิเสธตลอดเวลาสี่สิบสองปี แล้ววันหนึ่งอัยการเชลลี่ ทิโบโด เห็นคำร้องของเขา เธอพบว่าไม่เพียงไม่มีหลักฐานที่จะปรักปรำวิลเลี่ยม แต่ยังมีชายอีกคนหนึ่งได้สารภาพว่าเป็นฆาตกรในคดีนั้นแล้ว ในที่สุดเมื่ออายุเจ็ดสิบหกปี วิลเลี่ยมก็พ้นข้อกล่าวหาและได้รับการปล่อยตัว
ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์และอุรีอาห์เผชิญปัญหาใหญ่เช่นกัน พวกเขาได้บอกกับชาวยูดาห์ว่าพระเจ้าทรงยืนยันที่จะพิพากษาประชากรของพระองค์หากพวกเขาไม่กลับใจ (ยรม.26:12-13, 20) ข่าวนี้ทำให้พวกเจ้านายของยูดาห์และประชาชนโกรธ และหาทางสังหารผู้เผยพระวจนะทั้งสองคน พวกเขาจัดการอุรีอาห์สำเร็จ โดยท่านหนีไปอียิปต์แต่ก็ถูกนำตัวกลับมาถวายต่อกษัตริย์ผู้สั่งให้ “ประหารท่านเสียด้วยดาบ” (ข้อ 23) ทำไมพวกเขาไม่ได้ประหารเยเรมีย์ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “มือของอาหิคัม...อยู่กับเยเรมีย์ ฉะนั้นเยเรมีย์จึงมิได้ถูกมอบให้ประชาชนประหารชีวิต” (ข้อ 24)
เราอาจไม่รู้จักใครที่กำลังเผชิญกับความตาย แต่เราอาจรู้จักคนที่ต้องการความช่วยเหลือของเรา บางคนอาจกำลังถูกละเมิดสิทธิ บางคนอาจถูกมองข้ามความสามารถ บางคนที่เสียงของเขาอาจไม่มีใครได้ยิน อาจเป็นการเสี่ยงที่จะก้าวออกมาเหมือนทิโบโดหรืออาหิคัม แต่นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง มีใครบ้างที่กำลังต้องการให้เราช่วยโดยการทรงนำของพระเจ้า