ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Patricia Raybon

บทเพลงของพระองค์

ผู้ควบคุมวงประสานเสียง อาริแอน อบีลาในวัยเด็กชอบนั่งทับมือตัวเองเพื่อซ่อนมันไว้ เธอเกิดมามีนิ้วไม่ครบโดยมีนิ้วติดกันทั้งสองมือ ไม่มีขาซ้ายและนิ้วเท้าขวาก็หายไปบางนิ้ว เธอรักดนตรีและเป็นนักร้องเสียงโซปราโน เธอเคยวางแผนจะเรียนด้านการเมืองที่วิทยาลัยสมิธคอลเลจ แต่วันหนึ่งครูของคณะนักร้องขอให้เธอเป็นผู้อำนวยเพลง ซึ่งทุกคนจะเห็นมือของเธอ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็รู้ว่าจะทำอาชีพอะไร เธออำนวยเพลงให้คณะนักร้องคริสตจักรและปัจจุบันเป็นผู้ควบคุมวงประสานเสียงที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง “คุณครูของฉันเห็นบางอย่างในตัวฉัน” อบีลากล่าว

เรื่องราวซึ่งสร้างแรงบันดาลใจของเธอเชื้อเชิญให้ผู้เชื่อถามว่า พระเจ้าผู้ทรงเป็นครูฝ่ายจิตวิญญาณทรงเห็นอะไรในเรา ไม่ว่าเรามี “ข้อจำกัด” อะไร เหนือสิ่งอื่นใดพระองค์ทรงเห็นพระองค์เอง “พระ​เจ้า​จึง​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​องค์ ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​เจ้า​นั้น ​พระ​องค์​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น และ​ได้​ทรง​สร้าง​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิง” (ปฐก.1:27)

ในฐานะที่เป็น “ผู้ที่ผดุงพระฉาย” อันทรงสง่าราศีของพระองค์ เมื่อผู้อื่นมองดูเราก็ควรสะท้อนถึงพระองค์ สำหรับอบีลานั่นหมายถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือพระเยซู ไม่ใช่มือที่ปราศจากนิ้ว นี่เป็นจริงสำหรับผู้เชื่อทุกคนด้วย 2 โครินธ์ 3:18 กล่าวว่า “แต่เรา​ทั้ง​หลาย​ไม่​มี​ผ้า​คลุม​หน้า​แล้ว จึง​แลดู​พระ​สิริ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​ตัว​เรา​ก็​เปลี่ยนไป​เป็น​เหมือน​พระ​ฉาย​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า”

เช่นเดียวกับอบีลา เราอำนวยบทเพลงชีวิตของเราด้วยฤทธิ์เดชที่นำการเปลี่ยนแปลงของพระเยซู (ข้อ 18) นำเสนอบทเพลงแห่งชีวิตที่ร้องเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

พระเจ้าผู้ช่วยกู้ของเรา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจอดเรือคายัคของเธอในทะเลเปิด เพื่อช่วยเหลือนักว่ายน้ำที่ตื่นตระหนกในการแข่งขันไตรกีฬา “อย่าจับกลางลำเรือ” เธอบอกกับนักว่ายน้ำ เพราะรู้ว่าจะทำให้เรือพลิกคว่ำ เธอแนะนำให้นักว่ายน้ำที่อ่อนล้าเกาะไม้พายหรือส่วนหัวเรือคายัค เพื่อพวกเขาจะยึดห่วงไว้และให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเรือคายัคช่วยเหลือต่อไป

เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตหรือผู้คนคุกคามทำให้คุณจมลง ในฐานะผู้เชื่อพระเยซู เรารู้ว่าเรามีพระผู้ช่วย “เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราคือเราเองจะค้นหาแกะของเรา . . . เราจะช่วยเขาให้พ้นจากสถานที่ทั้งหลายซึ่งเขาได้กระจัดกระจายไปอยู่” (อสค.34:11-12)

นี่คือสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลรับรองต่อประชากรของพระเจ้าเมื่อพวกเขาตกไปเป็นเชลย ผู้นำของพวกเขาทอดทิ้งและเอาเปรียบ ขโมยชีวิตของพวกเขาไปและห่วงแต่ “ตัวเอง และไม่ได้เลี้ยงแกะของ[พระเจ้า]” (ข้อ 8) เพราะเหตุนี้พวกเขาจึง “กระจายไปทั่วพิภพ ไม่มีใครเที่ยวค้นไม่มีใครเสาะหามัน” (ข้อ 6)

แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะช่วยแกะของเรา” (ข้อ 10) และพระสัญญานี้ยังคงอยู่

เราต้องทำสิ่งใดน่ะหรือ จงยึดองค์พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์และพระสัญญาของพระองค์ไว้ให้มั่น พระองค์ตรัสว่า “เราคือเราเองจะค้นหาแกะของเรา และจะเที่ยวหามัน” (ข้อ 11) นี่เป็นพระสัญญาล้ำค่าที่ควรยึดไว้ให้มั่น

ความหวังที่เบ่งบาน

ในเมืองฟิลาเดลเฟีย เมื่อพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นรกได้รับการถางและทำให้สดใสด้วยดอกไม้และต้นไม้ที่สวยงาม ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็พลอยมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นไปด้วย นี่เป็นข้อพิสูจน์ที่เป็นความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ

“มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่าพื้นที่สีเขียวนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิต” ดร.ยูจิเนีย เซาท์กล่าว “และนั่นเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะกับคนที่อาศัยในย่านที่ยากจน” เซาท์เป็นอาจารย์จากคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และเป็นผู้เขียนร่วมของงานวิจัยชิ้นนี้

คนอิสราเอลและยูดาห์ที่ถูกข่มเหงได้พบความหวังใหม่ในนิมิตของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ ที่พระเจ้าจะรื้อฟื้นพวกเขาขึ้นใหม่อย่างงดงาม ในท่ามกลางการลงโทษและการพิพากษาที่อิสยาห์ได้พยากรณ์ไว้ก่อนหน้านั้น พระสัญญาที่นำความหวังอันสดใสนี้ได้หยั่งรากลง “ถิ่นทุรกันดารและที่แห้งแล้งจะยินดี ทะเลทรายจะเปรมปรีดิ์และผลิดอกอย่างต้นดอกฝรั่น มันจะออกดอกอุดมและเปรมปรีดิ์ด้วยความชื่นบานและการร้องเพลง” (อสย.35:1-2)

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรในวันนี้ เราสามารถชื่นชมยินดีในวิถีทางอันงดงามที่พระบิดาในสวรรค์ทรงรื้อฟื้นเราด้วยความหวังที่สดใหม่และการทรงสร้างของพระองค์ เมื่อเราท้อแท้ การใคร่ครวญถึงพระสิริและความงดงามของพระเจ้าจะช่วยให้เรามีกำลังขึ้น อิสยาห์หนุนใจเราว่า “จงหนุนกำลังของมือที่อ่อนและกระทำหัวเข่าที่อ่อนให้มั่นคง” (ข้อ 3)

ดอกไม้เพียงไม่กี่ดอกจะจุดประกายความหวังของเราอีกครั้งได้หรือไม่ ผู้เผยพระวจนะตอบว่า ได้ พระเจ้าผู้ทรงประทานความหวังให้กับเราก็เช่นกัน

ส่องสว่าง

ฉันรู้สึกกังวลในการสอนชั้นเรียนเรื่องการอธิษฐานห้าสัปดาห์ที่โบสถ์ท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ผู้เรียนจะชอบหรือเปล่า พวกเขาจะชอบฉันไหม ความวิตกกังวลทำให้ฉันใช้เวลามากมายไปกับการเตรียมบทเรียน ภาพสไลด์ และเอกสาร จนเหลือเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ แต่ฉันยังไม่ค่อยได้ชวนใครมาเข้าร่วมชั้นเรียนเลย

เมื่ออธิษฐาน ฉันได้รับการเตือนว่าชั้นเรียนนี้เป็นงานรับใช้ที่จะทำให้คนมองไปที่พระเจ้า เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะใช้ชั้นเรียนนี้นำคนให้เห็นถึงพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ ฉันจึงไม่ต้องกังวลถึงการพูดต่อหน้าคนอื่น เมื่อพระเยซูทรงสอนคำเทศนาบนภูเขาแก่สาวก พระองค์ตรัสว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ความ​สว่าง​ของ​โลก นคร​ซึ่ง​อยู่​บน​ภูเขา​จะ​ปิดบัง​ไว้​ไม่ได้​ เมื่อ​จุด​ตะเกียง​แล้ว ไม่​มี​ผู้ใด​เอา​ถัง​ครอบ​ไว้ ย่อม​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง จะ​ได้​ส่อง​สว่าง​แก่​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เรือน​นั้น​” (มธ.5:14-15)

เมื่ออ่านพระคำตอนนี้แล้ว ฉันจึงประชาสัมพันธ์ชั้นเรียนลงในสื่อออนไลน์ มีคนเริ่มเข้ามาลงทะเบียน แสดงความขอบคุณและตื่นเต้นเกือบจะในทันที เมื่อเห็นการตอบสนองนั้น ฉันใคร่ครวญคำสอนของพระเยซูที่ว่า “จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้ทรงอยู่ในสวรรค์” (ข้อ 16)

ด้วยมุมมองนั้น ฉันจึงสอนชั้นเรียนอย่างมีความสุข ฉันอธิษฐานขอให้การกระทำเล็กน้อยของฉันจะกลายเป็นดวงไฟและเป็นกำลังใจให้ผู้อื่นส่องสว่างเพื่อพระเจ้าเช่นกัน

มองไปด้านบน

เมื่อไวลี่ย์ โอเวอร์สตรีท ผู้ผลิตภาพยนตร์ได้ถ่ายทอดสดภาพของดวงจันทร์ที่มองผ่านกล้องส่องทางไกลคุณภาพสูง ผู้ชมพากันตะลึงกับภาพที่เห็นในระยะใกล้นั้น ไวลี่ย์อธิบายว่า การได้เห็นภาพที่งดงาม “ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจว่ายังมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรามาก”

ดาวิดผู้เขียนสดุดีก็อัศจรรย์ใจกับแสงสวรรค์ของพระเจ้าเช่นกัน “เมื่อข้าพระองค์มองดูฟ้าสวรรค์อันเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ดวงจันทร์และดวงดาวซึ่งพระองค์ได้ทรงสถาปนาไว้ มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่าซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา” (สดด.8:3-4)

คำถามที่ถ่อมใจของดาวิดใส่มุมมองแห่งความยำเกรงให้กับเรา เมื่อได้รู้ว่าหลังจากที่พระเจ้าทรงสร้างสวรรค์และโลกใหม่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์อีกต่อไป อัครทูตยอห์นบอกว่า พระสง่าราศีของพระเจ้าจะเป็นแสงส่องสว่างให้เรา “นครนั้นไม่ต้องการแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของนครนั้น และพระเมษโปดกทรงเป็นดวงประทีปของนครนั้น... และจะไม่มีเวลากลางคืนในนครนั้นเลย” (วว.21:23-25)

ช่างเป็นความคิดที่อัศจรรย์ และเราสามารถมีประสบการณ์กับแสงสว่างแห่งสวรรค์ได้ในเวลานี้ ด้วยการแสวงหาพระคริสต์ผู้เป็นความสว่างของโลก ตามที่ไวลี่ย์ได้แนะนำว่า “เราควรมองไปด้านบนให้บ่อยขึ้น” เพื่อเราจะเห็นพระเจ้า PR

เพียงแค่ถาม

คุณหมอบอกเธอว่าไม่สามารถรักษาอาการจอประสาทตาลอกของเธอได้ แต่หลังจากดำเนินชีวิตโดยมองไม่เห็นมา 15 ปี ได้เรียนรู้การใช้ภาษาเบรลล์ ใช้ไม้เท้าและสุนัขนำทาง ชีวิตของหญิงชาวมอนทาน่าผู้นี้ก็เปลี่ยนไปเมื่อสามีของเธอถามหมออีกคนหนึ่งด้วยคำถามง่ายๆว่า คุณหมอช่วยเธอได้ไหม คำตอบคือได้ เมื่อคุณหมอพบว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแค่ต้อกระจก และคุณหมอได้ลอกตาข้างขวาให้ ในวันต่อมาเมื่อเปิดผ้าปิดตาสายตาของเธอหายเป็นปกติ การผ่าตัดครั้งที่สองที่ตาข้างซ้ายประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน

หวานกว่าน้ำผึ้ง

หัวข้อในการพูดของเขาคือเรื่องความตึงเครียดระหว่างเชื้อชาติ แต่ผู้พูดยังคงสงบนิ่งและผ่อนคลาย เขายืนบนเวทีต่อหน้าผู้ฟังกลุ่มใหญ่ พูดด้วยความกล้าหาญ แต่นุ่มนวล อ่อนน้อม เป็นมิตรและยังมีอารมณ์ขัน ไม่นานผู้ฟังที่เคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังหัวเราะไปกับผู้พูดเกี่ยวกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่พวกเขาเผชิญอยู่ จะคลี่คลายประเด็นร้อนแรงด้วยท่าทีสงบทั้งอารมณ์และคำพูดได้อย่างไร จะรับมือกับหัวข้อเจ็บแสบด้วยความสุภาพอ่อนหวานได้อย่างไร

กษัตริย์ซาโลมอนแนะนำวิธีการเดียวกันนี้แก่เราทุกคน “ถ้อยคำแช่มชื่นเหมือนรวงผึ้ง เป็นความหวานแก่วิญญาณจิตและเป็นอนามัยแก่ร่างกาย” (สภษ.16:24) ด้วยวิธีนี้ “ใจของปราชญ์...เพิ่มอำนาจในการสั่งสอนแก่ริมฝีปากของเขา” (ข้อ 23)

เหตุใดกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างซาโลมอนจึงอุทิศเวลาเพื่อบอกเราว่าควรพูดอย่างไร เพราะคำพูดอาจนำไปสู่การทำลาย ในสมัยของซาโลมอน กษัตริย์ต้องอาศัยผู้ส่งสารเพื่อจะทราบข้อมูลในประเทศของตน ผู้ส่งสารที่นิ่งและน่าเชื่อถือมีความสำคัญอย่างมาก พวกเขาใช้คำพูดอย่างระมัดระวังและเหมาะสม ไม่แสดงท่าทีมากเกินไปหรือพูดส่งเดช ไม่ว่าจะเรื่องใด

เราทุกคนจะได้ประโยชน์จากแสดงความคิดเห็นด้วยความเป็นธรรมและสุภาพรอบคอบ ซาโลมอนกล่าวว่า “แผนงานของดวงความคิดเป็นของมนุษย์ แต่คำตอบของลิ้นมาจากพระเจ้า” (ข้อ 1)

โลกแห่งการทรงจัดเตรียม

นาเดีย ชาวประมงผู้เพาะเลี้ยงปลิงทะเลเดินไปที่กระชังในทะเลน้ำตื้นใกล้กับหมู่บ้านในประเทศมาดากัสกาเพื่อเก็บ “ผลิตผล” เธอไม่ยี่หระที่ต้องทำงานตั้งแต่ตี 2 เธอบอกว่า “ก่อนเลี้ยงปลิงทะเล ชีวิตลำบากมาก ฉันไม่มีรายได้อะไรเลย” บัดนี้เธอได้เข้าร่วมโครงการ “อยู่ร่วมกับทะเล” นาเดียมองเห็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นและมั่นคง “พวกเราขอบคุณพระเจ้าที่มีโครงการนี้” เธอกล่าว

โครงการนี้เติบโตได้เพราะทรัพยากรธรรม-ชาติที่พระเจ้าทรงสร้าง ผู้เขียนสดุดีสรรเสริญในการจัดเตรียมของพระเจ้าว่า “พระองค์ทรงให้หญ้างอกมาเพื่อสัตว์เลี้ยง และผักให้มนุษย์ได้ดูแลเพื่อเขาจะทำให้เกิดอาหารจากแผ่นดิน” (สดด.104:14) และ “ทะเลอยู่ข้างโน้น...มีสิ่งเคลื่อนไหวนับไม่ถ้วนคือสัตว์ที่มีชีวิตทั้งเล็กและใหญ่” (ข้อ 25)

พระเจ้าทรงจัดเตรียมเพื่อเราผ่านทางสิ่งทรงสร้างทั้งสิ้น นี่คือความอัศจรรย์อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างปลิงทะเลตัวเล็กๆที่ช่วยสร้างห่วงโซ่อาหารทางทะเล และการเก็บปลิงทะเลขายก็ทำให้นาเดียและเพื่อนบ้านของเธอมีรายได้ประทังชีวิต

การทรงสร้างของพระเจ้ามีระเบียบแบบแผน พระองค์ทรงใช้ทุกสิ่งเพื่อพระเกียรติของพระองค์และเพื่อประโยชน์ของเรา ผู้เขียนสดุดีจึงกล่าวว่า “ข้ามีชีวิตอยู่ตราบใดข้าจะร้องเพลงถวายพระเจ้า” (ข้อ 33) เราเองก็ยกย่องพระองค์ได้เมื่อเราใคร่ครวญถึงการทรงจัดเตรียมทุกอย่างของพระองค์

จากคร่ำครวญเป็นสรรเสริญ

ณ ศูนย์รับบริจาคเสื้อโค้ทสำหรับเด็ก เด็กๆตื่นเต้นกับการหาเสื้อสีโปรดและขนาดที่พอดีตัว ผู้ประสานงานบอกว่าเด็กมีความมั่นใจมากขึ้นที่เสื้อตัวใหม่สร้างการยอมรับในหมู่เพื่อนและการไปโรงเรียนในช่วงหน้าหนาว

อัครทูตเปาโลต้องการเสื้อเช่นกัน ท่านเขียนถึงทิโมธี “จงเอาเสื้อคลุมซึ่งข้าพเจ้าได้ฝากไว้กับคารปัสที่เมืองโตรอัสมาด้วย” (2 ทธ.4:13) ท่านต้องการความอบอุ่นและเพื่อนเมื่ออยู่ในคุกโรมันอันหนาวเย็น “ไม่มีใครเข้าข้างข้าพเจ้าสักคนเดียว เขาได้ละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด” ท่านคร่ำ-ครวญเมื่อได้พบผู้พิพากษาชาวโรมัน (ข้อ 16) คำพูดของท่านแทงทะลุหัวใจเราด้วยความจริงอันเจ็บปวดของการเป็นมิชชันนารี

แต่คำพูดตอนท้ายในจดหมายฝากฉบับสุดท้ายของเปาโล ซึ่งเป็นการทิ้งท้ายพันธกิจอันน่าทึ่งนั้นท่านได้เปลี่ยนจากการคร่ำครวญเป็นการสรรเสริญ “แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทับอยู่ใกล้ข้าพเจ้า” (ข้อ 17) และถ้อยคำของท่านก็หนุนใจเรา เปาโลประกาศว่า “[พระเจ้า]ได้ทรงประทานกำลังให้ข้าพเจ้า ประกาศพระวจนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้คนต่างชาติทั้งปวงได้ยิน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงรอดพ้นจากปากสิงห์” (ข้อ 17)

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวิกฤตการณ์ ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นหรือเพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือ จงระลึกถึงพระเจ้า พระองค์ทรงสัตย์ซื่อในการฟื้นฟู จัดเตรียม และปลดปล่อย ทำไมน่ะหรือ ก็เพื่อสง่าราศีของพระองค์และเพื่อจุดมุ่งหมายของเราในอาณาจักรของพระองค์

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา