ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Nancy Gavilanes

นำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

เมื่อแอปพลิเคชันนำทางแนะนำเส้นทางที่จะลดระยะการขับรถไปเกือบชั่วโมงจากลาสเวกัสไปยังลอสแอนเจลิส เชลบี อีสเลอร์และพี่ชายจึงขับไปตามคำแนะนำนั้น แต่ “ทางลัด” นั้นนำพวกเขาไปตามถนนลูกรังหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้พวกเขาติดอยู่กลางทะเลทรายโมฮาวีในแคลิฟอร์เนียท่ามกลางพายุฝุ่น พวกเขากลับมาได้ในที่สุด แต่ต้องใช้รถลากเพราะรถเกิดความเสียหายจากพื้นถนนที่ขรุขระ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นนั้นได้ขอโทษนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้เส้นทางที่ผิดเหล่านั้น

เป็นเรื่องสำคัญว่าเราพึ่งพาใครให้เป็นผู้นำทาง ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะช่วยนำและชี้ทางให้เราอยู่ในความจริง

เมื่อพระเยซูรู้ว่าในไม่ช้าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และถูกนำไปจากสาวก พระองค์ทรงยืนยันกับพวกเขาว่าจะไม่ทิ้งให้พวกเขาเดียวดาย พระองค์ทรงหนุนใจสาวกให้เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และตรัสถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้ คือพระวิญญาณแห่งความจริง ผู้จะอยู่กับพวกเขาตลอดไปและสถิตอยู่ในพวกเขา (ยน.14:15-17) “องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว” (ข้อ 26)

ขอให้เราติดตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่อไปเมื่อเราใช้ชีวิตในแต่ละวัน เรารู้ว่าพระองค์จะไม่มีวันนำเราให้หลงทาง

มั่นคงในความเชื่อ

สองสามปีก่อนระหว่างทางที่ฉันเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อไปทำงาน ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกับสุนัขหน้าตาดุร้ายเดินตรงมาหาฉัน ฉันเติบโตมากับบรรดาสุนัขที่เลี้ยงไว้ ปกติแล้วฉันจึงไม่กลัวเพื่อนขนฟูแต่ตัวนี้ดูอันตราย เมื่อสุนัขเข้ามาใกล้ มันก็เห่าใส่ฉัน ฉันพยายามจะยิ้มสู้ แต่แล้วมันก็พุ่งเข้ามาหา ฉันจึงร้องเสียงดัง โชคดีที่มันทำร้ายฉันไม่ได้เพราะมันมาไม่ถึงตัวเนื่องจากเจ้าของดึงสายจูงไว้แน่น

การเผชิญหน้าที่น่ากลัวครั้งนั้นเตือนฉันว่าในฐานะผู้เชื่อพระเยซู ซาตานก็ “ถูกผูกสายจูงไว้” เช่นกัน แต่มันกำลังรอที่จะโจมตีหากเราเปิดโอกาสให้ ในพระธรรม 1 เปโตร อัครทูตเปโตรเตือนเราว่า “ศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”(5:8) มันขู่เสียงดัง แยกเขี้ยวคำรามและพุ่งเข้าใส่เรา เพื่อพยายามทำให้ตกใจ ข่มขู่เราและทำให้เราเป็นอัมพาตด้วยความกลัว แต่เราสามารถยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อและ “ต่อสู้กับศัตรูนั้น” ได้ (ข้อ 9)

เมื่อคุณรู้สึกว่าศัตรูกำลังเยาะเย้ยหรือล่อลวงคุณ จงจำไว้ว่า ศัตรูนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพระเยซู เราร้องเรียกหาพระองค์ได้และพระองค์จะทรงช่วยเรา พระองค์ “ก็จะทรงโปรดปรับปรุงท่านให้มั่นคง และมีกำลังขึ้น” (ข้อ 10)

เมื่อเราตกอยู่ภายใต้การโจมตีฝ่ายวิญญาณ เราเลือกที่จะมีความเชื่อเหนือความกลัวได้ เพราะพระเยซูทรงอยู่กับเราทุกเวลา

ก้าวกระโดดด้วยความเชื่อ

นกเพนกวินจักรพรรดิที่อายุเพียงหกเดือนประมาณ 700 ตัวในแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตก ยืนเบียดเสียดกันอยู่ริมผาน้ำแข็งสูงตระหง่านราวสิบห้าเมตรเหนือผืนน้ำที่เย็นยะเยือก ในที่สุด นกเพนกวินตัวหนึ่งก็เอนตัวไปข้างหน้าและ “กระโดดด้วยความเชื่อ” ลงไปในน้ำเย็นเฉียบเบื้องล่างและว่ายน้ำออกไป ไม่นาน นกเพนกวินจำนวนมากก็กระโดดตามลงไป

โดยปกติแล้วลูกนกเพนกวินจะกระโดดจากที่สูงเพียงไม่กี่ฟุตลงไปในน้ำเพื่อว่ายน้ำเป็นครั้งแรก การกระโดดที่ท้าทายความตายของเพนกวินกลุ่มนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับภาพไว้ได้

บางคนอาจกล่าวว่าการกระโดดลงไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าของนกเพนกวินเหล่านี้ คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนๆหนึ่งเชื่อวางใจในพระเยซูเพื่อรับความรอด แต่ความเชื่อในพระองค์นั้นตรงกันข้าม ผู้เขียนฮีบรูกล่าวว่า “ความ​เชื่อ​คือ​ความ​แน่ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​หวัง​ไว้ เป็น​ความ​รู้สึก​มั่นใจ​ว่า สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่ได้​เห็น​นั้น​มี​จริง” (ฮบ.11:1)

ความเชื่อของเอโนคเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า “​ถ้า​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​แล้ว จะ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ไม่ได้​เลย” (ข้อ 6) ไม่มีใครเคยเห็นน้ำท่วมใหญ่ แต่โนอาห์ “​ยำเกรง​และ​ต่อ​เรือ​ใหญ่ เพื่อ​ช่วย​ครอบครัว​ของ​ตน​ให้​รอด​พ้น​จาก​ความ​ตาย” (ข้อ 7) เพราะท่านวางใจในพระเจ้า อับราฮัมติดตามพระเจ้าด้วยความเชื่อ “โดย​หา​รู้​ไม่​ว่า​จะ​ไป​ทาง​ไหน” (ข้อ 8)

ในตอนแรกที่เรามอบความไว้วางใจให้พระเยซูนั้น ก็เกิดขึ้นโดยความเชื่อ เมื่อเราติดตามพระองค์และความเชื่อของเราถูกทดสอบ เราสามารถระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อบุรุษเหล่านี้ แม้เราจะไม่รู้สาเหตุและวิธีการ แต่เราสามารถวางใจพระเจ้าในผลลัพธ์ที่ตามมาได้

การติดตามพระเจ้า

ในวันว่างของฉันขณะไปเที่ยวปารีสเมื่อสองสามปีก่อน ฉันมีเวลาเดินเล่นในเมืองที่โด่งดังนี้ตามลำพังก่อนจะไปพบเพื่อนเพื่อรับประทานอาหารเย็นที่หอไอเฟล ทุกอย่างราบรื่นดีจนเมื่อแบตเตอรี่โทรศัพท์ของฉันหมด ฉันไม่มีแผนที่จึงไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน แต่สาวเมืองกรุงอย่างฉันไม่ตื่นตระหนก ฉันก็แค่เดินเลียบแม่น้ำแซนไปเรื่อยๆและคอยมองดูหอไอเฟลที่สูงตระหง่าน วิธีของฉันได้ผลจนเมื่อฉันเข้าไปใกล้มากขึ้น จุดหมายก็หายลับไปหลังอาคารโดยรอบ

ฉันประหลาดใจมากที่โครงสร้างขนาดใหญ่โตสามารถซ่อนตัวอยู่ในที่แจ้งแบบนั้นได้! จนในที่สุดฉันก็รู้ว่าต้องการความช่วยเหลือ ฉันจึงถามทางและได้พบกับเพื่อนของฉัน

ชีวิตอาจคาดเดาไม่ได้เลย เมื่อเราเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายในชีวิต เราสามารถขอความช่วยเหลือและการทรงนำจากพระเจ้าได้ การทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์จะช่วยไม่ให้เราหลงทางหรือถูกล่อลวงให้อ้อมไปหรือล้มเลิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชีวิตดูยากลำบากหรือน่าสับสน เราสามารถหันไปหาพระเจ้าเพื่อขอการทรงนำได้

ในสุภาษิต 3:5-6 ซาโลมอนให้กำลังใจผู้อ่านโดยบอกพวกเขาว่า “จง​วางใจ​ใน​พระ​เจ้า​ด้วย​สุดใจ​ของ​เจ้า และ​อย่า​พึ่งพา​ความ​รอบ​รู้​ของ​ตนเอง จง​ยอมรับ​รู้​พระ​องค์​ใน​ทุก​ทาง​ของ​เจ้า และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​กระทำ​ให้​วิถี​ของ​เจ้า​ราบรื่น”

เมื่อเราแสวงหาพระปัญญาของพระเจ้าผ่านการอธิษฐานและการอ่านพระคัมภีร์ พระองค์จะทรงนำเรา ให้เราวางใจในพระองค์และเดินตามการทรงนำของพระองค์ต่อไป

อดกลั้นต่อกันและกัน

เมื่อวันก่อนฉันจอดรถติดไฟแดงและสังเกตเห็นสติ๊กเกอร์สีสดใสบนกระจกหลังของรถคันหน้าเขียนว่า “คนขับมือใหม่ กรุณาอดทน” เมื่อคิดถึงความเดือดดาลบนท้องถนนที่เราเคยได้ยิน (หรือพบเจอ) สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีเยี่ยมให้อดทนกับผู้ขับขี่คนอื่นๆ

ขณะมองที่สติ๊กเกอร์ ฉันสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้คนจะถือป้ายเตือนเราว่า เขาเป็น “พ่อแม่มือใหม่” หรือ “คริสเตียนใหม่” ถ้าเรารู้ว่าเพื่อนบ้านของเรา เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่พบเจอตลอดวันประสบกับอะไรมาบ้าง เราจะอดทนกับเขามากขึ้นหรือช่วยเขาแก้ปัญหาบ้างไหม

เราอาจจะเร่งรีบทำภารกิจของวันโดยพยายามหลีกเลี่ยงการถูกผู้อื่นขัดจังหวะ แต่ให้เราพิจารณาดูวิธีที่พระเยซูทรงดูแลผู้คน พระองค์ไม่รีบร้อน พระองค์ทรงมีเมตตาต่อผู้คน และทรงใช้เวลาในการปลอบโยน สอน และสำแดงความรักแก่ทุกคนที่พระองค์พบเจอ

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราถูกเรียกให้ “ดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจอันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น” (อฟ.4:1) อัครทูตเปาโลกล่าวโดยรวมถึงการ “มีใจถ่อมลงทุกอย่าง และใจอ่อนสุภาพอดทนนาน และอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก” (ข้อ 2) และพยายามทุกทางที่จะดำเนินชีวิตอย่างสันติและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับทุกคน (ข้อ 3)

เราอาจไม่รู้ว่าผู้คนเหล่านั้นเผชิญความท้าทายอะไรมาบ้าง แต่เราสามารถอดทนกับพวกเขาได้ ขอให้เราสำแดงความรักของพระเยซูแก่ทุกคนที่เราพบเจอในชีวิตแต่ละวันของเรา

วันที่ 1 - พระคุณแห่งการให้อภัย

ลูกา 23:34

ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า "โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"

การลักพาตัวพยาบาล แอลิกซ์ ดอร์เซนวิล และลูกสาวของเธอในปี 2023 ขณะอาศัยอยู่ในเฮติกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าพวกเธอจะถูกจับเป็นตัวประกันถึง 13 วัน แต่แอลิกซ์ ผู้เป็นชาวนิวแฮมป์เชียร์ได้กล่าวว่า เธอไม่ได้โกรธแค้นผู้ลักพาตัวเหล่านั้น และประตูคลินิกของเธอจะเปิดรับพวกเขาหากพวกเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา เธอกล่าวว่า “ฉันรักพวกคุณในพระคริสต์ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กอดพวกคุณในสวรรค์”

น่าทึ่งมากที่แอลิกซ์มีความกล้าหาญ มีความแข็งแกร่งที่จะให้อภัยผู้ลักพาตัวเธอได้ แต่เรารู้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่เราในเรื่องการแสวงหาพระคุณเพื่อให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา สร้างความหมางใจ หรือปฏิบัติไม่ดีต่อเรา

พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงเราเท่านั้น (มัทธิว 5:43-48) แต่พระองค์ได้ทรงสำแดงตัวอย่างของการให้อภัยสูงสุดเอาไว้บนไม้กางเขน พระคริสต์ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย และถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย แม้ใน “ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์” (โรม 5:10) แทนที่พระองค์จะสาปแช่งผู้ที่ทำร้ายพระองค์ พระองค์กลับตรัสว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)

แม้จะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น แต่ให้เราทูลขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยตัวเราจากความโกรธเคือง หรือความขมขื่นที่เราอาจจะมี พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์และกับผู้อื่น ให้เรายกโทษเหมือนที่พระเจ้าทรงยกบาปผิดให้แก่เรา (มัทธิว 6:12) ให้เราเดินอยู่ในความรักและทำตามแบบอย่างของพระคริสต์

แนนซี่ กาวิลลาเนส

ใคร่ครวญ :เราจะรู้จักให้อภัยมากกว่านี้ได้อย่างไร…

วันที่ 1 - พระคุณแห่งการให้อภัย

ลูกา 23:34

ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า "โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"

การลักพาตัวพยาบาล แอลิกซ์ ดอร์เซนวิล และลูกสาวของเธอในปี 2023 ขณะอาศัยอยู่ในเฮติกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าพวกเธอจะถูกจับเป็นตัวประกันถึง 13 วัน แต่แอลิกซ์ ผู้เป็นชาวนิวแฮมป์เชียร์ได้กล่าวว่า เธอไม่ได้โกรธแค้นผู้ลักพาตัวเหล่านั้น และประตูคลินิกของเธอจะเปิดรับพวกเขาหากพวกเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา เธอกล่าวว่า “ฉันรักพวกคุณในพระคริสต์ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กอดพวกคุณในสวรรค์”

น่าทึ่งมากที่แอลิกซ์มีความกล้าหาญ มีความแข็งแกร่งที่จะให้อภัยผู้ลักพาตัวเธอได้ แต่เรารู้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่เราในเรื่องการแสวงหาพระคุณเพื่อให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา สร้างความหมางใจ หรือปฏิบัติไม่ดีต่อเรา

พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงเราเท่านั้น (มัทธิว 5:43-48) แต่พระองค์ได้ทรงสำแดงตัวอย่างของการให้อภัยสูงสุดเอาไว้บนไม้กางเขน พระคริสต์ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย และถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย แม้ใน “ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์” (โรม 5:10) แทนที่พระองค์จะสาปแช่งผู้ที่ทำร้ายพระองค์ พระองค์กลับตรัสว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)

แม้จะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น แต่ให้เราทูลขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยตัวเราจากความโกรธเคือง หรือความขมขื่นที่เราอาจจะมี พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์และกับผู้อื่น ให้เรายกโทษเหมือนที่พระเจ้าทรงยกบาปผิดให้แก่เรา (มัทธิว 6:12) ให้เราเดินอยู่ในความรักและทำตามแบบอย่างของพระคริสต์

แนนซี่ กาวิลลาเนส

ใคร่ครวญ :เราจะรู้จักให้อภัยมากกว่านี้ได้อย่างไร…

วันที่ 1 - พระคุณแห่งการให้อภัย

ลูกา 23:34

ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า "โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"

การลักพาตัวพยาบาล แอลิกซ์ ดอร์เซนวิล และลูกสาวของเธอในปี 2023 ขณะอาศัยอยู่ในเฮติกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าพวกเธอจะถูกจับเป็นตัวประกันถึง 13 วัน แต่แอลิกซ์ ผู้เป็นชาวนิวแฮมป์เชียร์ได้กล่าวว่า เธอไม่ได้โกรธแค้นผู้ลักพาตัวเหล่านั้น และประตูคลินิกของเธอจะเปิดรับพวกเขาหากพวกเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา เธอกล่าวว่า “ฉันรักพวกคุณในพระคริสต์ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กอดพวกคุณในสวรรค์”

น่าทึ่งมากที่แอลิกซ์มีความกล้าหาญ มีความแข็งแกร่งที่จะให้อภัยผู้ลักพาตัวเธอได้ แต่เรารู้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่เราในเรื่องการแสวงหาพระคุณเพื่อให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา สร้างความหมางใจ หรือปฏิบัติไม่ดีต่อเรา

พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงเราเท่านั้น (มัทธิว 5:43-48) แต่พระองค์ได้ทรงสำแดงตัวอย่างของการให้อภัยสูงสุดเอาไว้บนไม้กางเขน พระคริสต์ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย และถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย แม้ใน “ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์” (โรม 5:10) แทนที่พระองค์จะสาปแช่งผู้ที่ทำร้ายพระองค์ พระองค์กลับตรัสว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)

แม้จะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น แต่ให้เราทูลขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยตัวเราจากความโกรธเคือง หรือความขมขื่นที่เราอาจจะมี พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์และกับผู้อื่น ให้เรายกโทษเหมือนที่พระเจ้าทรงยกบาปผิดให้แก่เรา (มัทธิว 6:12) ให้เราเดินอยู่ในความรักและทำตามแบบอย่างของพระคริสต์

แนนซี่ กาวิลลาเนส

ใคร่ครวญ :เราจะรู้จักให้อภัยมากกว่านี้ได้อย่างไร…

ทำงานร่วมกันเพื่อพระเยซู

ในระหว่างที่ไปร่วมทีมมิชชั่นเพื่อการประกาศในประเทศบราซิล เราได้ช่วยกันสร้างอาคารคริสตจักรในป่าอเมซอน พวกเราประกอบส่วนต่างๆของคริสตจักรเหมือนการต่อเลโก้ขนาดใหญ่บนฐานรากที่สร้างไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสา กำแพงคอนกรีต คานเหล็กสำหรับหลังคา และกระเบื้องมุงหลังคา จากนั้นเราก็ทาสีกำแพง

บางคนรู้สึกกังวลเพราะไม่แน่ใจว่าเราจะสร้างคริสตจักรให้เสร็จในช่วงฤดูมรสุมได้ แต่โดยพระคุณของพระเจ้าฝนที่ตกหนักก็เว้นระยะไป แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่โดยความช่วยเหลือของคนท้องถิ่นสองสามคน เราทำงานเสร็จได้ในเวลาที่รวดเร็ว

เมื่อเนหะมีย์และชนอิสราเอลที่กลับจากการเป็นเชลยพยายามสร้างกำแพงกรุงเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่ พวกเขาพบกับอุปสรรคมากมาย เมื่อศัตรูรู้ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังทำ เหล่าศัตรูพากันโกรธเกรี้ยวและสบประมาทพวกเขา (นหม.4:1-3) แต่เนหะมีย์อธิษฐานและประชาชนก็บากบั่นร่วมกัน “เราจึงสร้างกำแพงขึ้น และกำแพงทั้งสิ้นก็ต่อกันสูงครึ่งหนึ่งแล้ว เพราะประชาชนมีน้ำใจที่จะทำงาน” (ข้อ 6) เมื่อศัตรูขู่ที่จะโจมตี คนอิสราเอลร่วมใจอธิษฐานและจัดเวรยามระหว่างทำงาน (ข้อ 7-23) พวกเขาสร้างกำแพงขึ้นใหม่ภายในเวลา 52 วัน

บางครั้งเราต้องเผชิญกับภารกิจที่น่าหวาดหวั่น มีอุปสรรคปรากฏอยู่ตามเส้นทาง เราและพี่น้องในพระคริสต์อาจรู้สึกหมดหวัง แต่ในเวลาเช่นนี้อาจเป็นช่วงเวลาแห่งชัยชนะได้โดยการช่วยเหลือจากพระเจ้า จงวางใจว่าพระองค์จะช่วยยับยั้งพายุฝน และจงเพ่งมองไปที่พระองค์ผู้ทรงนำเราสู่ชัยชนะ

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา