ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Nancy Gavilanes

ทำงานร่วมกันเพื่อพระเยซู

ในระหว่างที่ไปร่วมทีมมิชชั่นเพื่อการประกาศในประเทศบราซิล เราได้ช่วยกันสร้างอาคารคริสตจักรในป่าอเมซอน พวกเราประกอบส่วนต่างๆของคริสตจักรเหมือนการต่อเลโก้ขนาดใหญ่บนฐานรากที่สร้างไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสา กำแพงคอนกรีต คานเหล็กสำหรับหลังคา และกระเบื้องมุงหลังคา จากนั้นเราก็ทาสีกำแพง

บางคนรู้สึกกังวลเพราะไม่แน่ใจว่าเราจะสร้างคริสตจักรให้เสร็จในช่วงฤดูมรสุมได้ แต่โดยพระคุณของพระเจ้าฝนที่ตกหนักก็เว้นระยะไป แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่โดยความช่วยเหลือของคนท้องถิ่นสองสามคน เราทำงานเสร็จได้ในเวลาที่รวดเร็ว

เมื่อเนหะมีย์และชนอิสราเอลที่กลับจากการเป็นเชลยพยายามสร้างกำแพงกรุงเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่ พวกเขาพบกับอุปสรรคมากมาย เมื่อศัตรูรู้ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังทำ เหล่าศัตรูพากันโกรธเกรี้ยวและสบประมาทพวกเขา (นหม.4:1-3) แต่เนหะมีย์อธิษฐานและประชาชนก็บากบั่นร่วมกัน “เราจึงสร้างกำแพงขึ้น และกำแพงทั้งสิ้นก็ต่อกันสูงครึ่งหนึ่งแล้ว เพราะประชาชนมีน้ำใจที่จะทำงาน” (ข้อ 6) เมื่อศัตรูขู่ที่จะโจมตี คนอิสราเอลร่วมใจอธิษฐานและจัดเวรยามระหว่างทำงาน (ข้อ 7-23) พวกเขาสร้างกำแพงขึ้นใหม่ภายในเวลา 52 วัน

บางครั้งเราต้องเผชิญกับภารกิจที่น่าหวาดหวั่น มีอุปสรรคปรากฏอยู่ตามเส้นทาง เราและพี่น้องในพระคริสต์อาจรู้สึกหมดหวัง แต่ในเวลาเช่นนี้อาจเป็นช่วงเวลาแห่งชัยชนะได้โดยการช่วยเหลือจากพระเจ้า จงวางใจว่าพระองค์จะช่วยยับยั้งพายุฝน และจงเพ่งมองไปที่พระองค์ผู้ทรงนำเราสู่ชัยชนะ

ลุกขึ้นอีกครั้ง

ตอนวัยรุ่น ฉันหลงใหลในการเล่นสเก็ตลีลา ฉันชอบการผสมผสานระหว่างศิลปะและความแข็งแกร่งของนักกีฬาบนลานน้ำแข็ง ทั้งการหมุนตัวอย่างรวดเร็ว กระโดดสูง และท่าทางที่สมบูรณ์แบบ หลังชมการแสดงของนักสเก็ตมืออาชีพหลายคน ในที่สุดฉันก็มีโอกาสไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งและเข้าชั้นเรียนแบบกลุ่ม นอกจากเรียนวิธีไถสเก็ตและหยุดแล้ว เรายังได้เรียนรู้ทักษะสำคัญที่สุดบางประการสำหรับนักสเก็ตทุกระดับ นั่นคือวิธีล้มและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาฉันได้เรียนวิธีหมุนตัวและกระโดดหลายรอบในชั้นเรียนส่วนตัว แต่ก็ต้องพึ่งหลักการพื้นฐานในการลุกหลังจากล้มเสมอ

เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาก็รู้ว่า “การล้ม” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บางครั้งเราล้มเพราะทำบาป เราสะดุดเพราะความผิดพลาด หรือถูกสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสทำให้ล้มลง เราอาจพบว่ากำลังถูกมารร้ายโจมตีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง “เราถูก...ข่มเหงแต่ก็ไม่ถูกทอดทิ้ง เราถูกตีลงแล้ว แต่ก็ไม่ถึงตาย” (2 คร.4:8-9) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราทุกคนต่างก็ล้มลงและประสบกับความล้มเหลวในชีวิต

แต่เราไม่ควรใช้ชีวิตอยู่กับความพ่ายแพ้ อับอาย หรือเสียใจ เมื่อศัตรูหมอบคอยอยู่ใกล้ๆและพยายามจะปล้นเรา (สภษ.24:15) เราจำเป็นต้องระลึกว่าพระเจ้าทรงต่อสู้แทนเราและจะทรงช่วยให้เราลุกขึ้นอีก “เพราะคนชอบธรรมล้มลงเจ็ดครั้งแล้วก็ลุกขึ้นอีก” (ข้อ 16)

เมื่อเราล้มลง ให้เรารีบหันไปหาพระเจ้าและมุ่งมองไปที่พระองค์ผู้ประทานกำลังให้เราลุกขึ้นได้อีกครั้ง

ได้รับการอวยพรให้เป็นพร

สมัยที่เป็นนักข่าว ฉันสนุกกับการเล่าเรื่องราวของคนอื่นและถูกฝึกไม่ให้แสดงความคิดเห็นของตัวเอง หลายปีหลังจากที่ฉันรู้สึกว่าพระเจ้าทรงเรียกให้ออกจากอาชีพสื่อสารมวลชน ตอนนั้นฉันรู้สึกชัดเจนขึ้นว่าพระเจ้าทรงนำให้ฉันเขียนบล็อกและเล่าเกี่ยวกับพระองค์ ฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อยที่ต้องแสดงความคิดเห็นออกมาโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อของฉัน เมื่อฉันเริ่มเขียนบล็อก ฉันกลัวว่าจะหมดเรื่องที่ต้องการจะพูด แต่สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าฉันพบถ้อยคำหนุนใจและข้อคิดสำหรับแบ่งปัน ยิ่งฉันเขียนมากเท่าไร ความคิดก็ยิ่งหลั่งไหลออกมามากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่

ฉันได้เห็นกับตาในชีวิตของฉันเองว่าพระเจ้าทรงเติมเต็มฉันด้วยความชื่นชมยินดีและแรงบันดาลใจที่มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฉันทุ่มเทของประทานและความสามารถเพื่อรับใช้ผู้อื่น

ใน 2 พงศ์กษัตริย์ เราอ่านเรื่องของหญิงม่ายยากจนคนหนึ่งที่ไปขอความช่วยเหลือจากผู้เผยพระวจนะเอลีชา เจ้าหนี้ของสามีผู้ล่วงลับของเธอต้องการจับลูกชายสองคนของเธอไปเพื่อชดใช้หนี้ สิ่งที่เธอมีที่บ้านมีแค่น้ำมันมะกอกหนึ่งไหเล็กๆ ผู้เผยพระวจนะสั่งให้เธอไปยืมภาชนะเปล่าจากเพื่อนบ้านมาและให้เทน้ำมันลงในภาชนะไปเรื่อยๆ “บุตรส่งภาชนะมาให้ และนางก็เทน้ำมัน” (4:5) หญิงนั้นเทน้ำมันไปเรื่อยๆจนเต็มภาชนะทั้งหมดอย่างอัศจรรย์ เธอสามารถใช้หนี้ของครอบครัวได้ด้วยน้ำมันส่วนที่เกินจากการใช้งานของเธอ

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและทรงจัดเตรียมให้เสมอ พระองค์ทรงอวยพรเราด้วยของประทานและพรสวรรค์ และทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้เราเป็นพรแก่ผู้อื่น อย่าซ่อนหรือเพิกเฉยต่อของประทานของเรา แต่จงใช้มันเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

ของขวัญที่ดีที่สุด

ขณะที่ฉันอยู่ในงานประกาศครั้งหนึ่งในระหว่างการเดินทางไปทำพันธกิจระยะสั้นที่ประเทศเปรู มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาขอเงินฉัน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทีมของฉันได้รับคำแนะนำว่าอย่าให้เงินใคร แล้วฉันจะช่วยเขาอย่างไร แล้วฉันก็นึกถึงคำตอบของอัครทูตเปโตรและยอห์นที่บอกคนง่อยในกิจการ 3 ฉันอธิบายให้เขาฟังว่าฉันให้เงินเขาไม่ได้ แต่ฉันสามารถแบ่งปันข่าวดีเรื่องความรักของพระเจ้ากับเขาได้ เมื่อเขาบอกว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า ฉันบอกเขาว่าพระเจ้าทรงต้องการเป็นพ่อของเขา เขาก็ร้องไห้ และฉันได้แนะนำเขากับสมาชิกคนหนึ่งของคริสตจักรที่จัดงานให้ดูแลเขาต่อไป

บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าคำพูดที่มีนั้นไม่เพียงพอ แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์สามารถเสริมกำลังเราเมื่อเราแบ่งปันเรื่องของพระเยซูกับผู้อื่น

เมื่อเปโตรและยอห์นได้พบชายคนนั้นที่ลานพระวิหาร พวกเขารู้ว่าการแบ่งปันเรื่องของพระคริสต์เป็นของขวัญที่ดีที่สุด “เปโตรกล่าวว่า ‘เงินและทองเราไม่มี แต่ที่เรามีอยู่เราจะให้ท่าน คือในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงเดินเถิด’” (ข้อ 6) ชายคนนั้นได้รับความรอดและการรักษาในวันนั้น พระเจ้ายังคงใช้เราเพื่อนำผู้ที่หลงหายมาหาพระองค์

ขณะที่เรามองหาของขวัญที่ดีที่สุดเพื่อมอบให้ผู้อื่นในช่วงคริสต์มาสนี้ ให้เราจดจำว่าของขวัญที่แท้จริงนั้นคือการได้รู้จักพระเยซู และได้รับของขวัญแห่งความรอดนิรันดร์ที่พระองค์มอบให้กับเรา ขอให้เรายังคงแสวงหาที่พระเจ้าจะทรงใช้เราต่อไปเพื่อนำผู้คนมาหาพระผู้ช่วยให้รอด

ขอบพระคุณแม้ในยามลำบาก

ฉันได้ติดตามและอธิษฐานเผื่อเพื่อนนักเขียนคนหนึ่งที่โพสต์เรื่องราวการรักษาโรคมะเร็งของเธอ เธอเล่าความคืบหน้าของอาการทางร่างกายและความท้าทายต่างๆ สลับกับขอการอธิษฐานเผื่อพร้อมกับข้อพระคัมภีร์และการสรรเสริญพระเจ้า เป็นสิ่งสวยงามที่ได้เห็นรอยยิ้มอันกล้าหาญของเธอไม่ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อรอการรักษา หรืออยู่ที่บ้านโดยมีผ้าโพกศีรษะเนื่องจากผมร่วง ในความท้าทายแต่ละครั้งเธอไม่เคยพลาดที่จะหนุนใจผู้อื่นให้ไว้วางใจพระเจ้าในท่ามกลางความทุกข์ยาก

ขณะกำลังเผชิญความยากลำบาก อาจเป็นเรื่องยากที่เราจะหาเหตุผลมาขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้า แต่สดุดี 100 ได้ให้เหตุผลที่เราจะชื่นชมยินดีและสรรเสริญพระเจ้าไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “จง​รู้​เถิด​ว่า​พระ​เยโฮวาห์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า คือ​พระ​องค์​เอง​ที่​ทรง​สร้าง​เรา​ทั้ง​หลาย และ​เรา​ก็​เป็น​ของ​พระ​องค์​ เรา​เป็น​ประชากร​ของ​พระ​องค์ เป็น​แกะ​แห่ง​ทุ่ง​หญ้า​ของ​พระ​องค์” (ข้อ 3) และท่านยังกล่าวอีกว่า “เพราะ​พระ​เจ้า​ประเสริฐ ความ​รัก​มั่นคง​ของ​พระ​องค์​ดำรง​เป็น​นิตย์ และ​ความ​สัตย์​สุจริต​ของ​พระ​องค์​ดำรง​อยู่​ทุก​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์​” (ข้อ 5)

ไม่ว่าเราจะพบเจอการทดลองอะไร เราอุ่นใจได้เมื่อรู้ว่าพระเจ้าอยู่ใกล้ผู้ที่จิตใจฟกช้ำ (34:18) ยิ่งเราใช้เวลากับพระเจ้าในการอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ เราก็จะยิ่ง “เข้า​ประตู​ของ​พระ​องค์​ด้วย​การ​โมทนา และ​เข้า​บริเวณ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​องค์​ด้วย​การ​สรรเสริญ” และ “​ถวาย​โมทนา​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​องค์ จง​ถวาย​สาธุการ​แด่​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์” ได้มากขึ้นเท่านั้น (100:4) เราสามารถ “​เปล่ง​เสียง​ชื่น​บาน​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า” (ข้อ 1) เพราะพระเจ้าของเราทรงสัตย์ซื่อ

รักทุกชนชาติ

ในฐานะลูกสาวของพ่อแม่ที่เปี่ยมด้วยความรักและทำงานหนักซึ่งมาจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ฉันรู้สึกขอบคุณที่พวกเขากล้าที่จะเป็นคนแรกของครอบครัวที่ย้ายมาที่สหรัฐอเมริกาเพื่อโอกาสที่ดีกว่า พวกเขาพบกันตอนที่เพิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในเมืองนิวยอร์ก แต่งงานกัน และให้กำเนิดพี่สาวและตัวฉัน ต่อมาก็มีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ในฐานะคนนิวยอร์กโดยกำเนิด ฉันโตขึ้นมาพร้อมกับวัฒนธรรมความเป็นละตินอเมริกาและชื่นชมผู้คนที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรม เช่น ครั้งหนึ่งฉันเคยแบ่งปันเรื่องราวความเชื่อของฉันในการนมัสการช่วงเย็นของคริสตจักรนานาชาติที่จัดขึ้นในโรงละครบรอดเวย์เก่า การได้พูดคุยกับคนที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมถึงเรื่องความรักของพระเจ้านั้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสวรรค์ เมื่อเราได้เห็นคนจากทุกชนชาติมารวมกันเป็นพระกายของพระคริสต์

ในพระธรรมวิวรณ์ อัครทูตยอห์นให้เราเห็นภาพอัศจรรย์ของสวรรค์ “ตรงหน้าข้าพเจ้ามีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนจากทุกชาติ ทุกเผ่า ทุกหมู่ชน และทุกภาษา ยืนอยู่หน้าพระที่นั่งและต่อหน้าพระเมษโปดก” (วว.7:9 TNCV) พระเจ้าองค์พระผู้ไถ่ของเราจะได้รับ “คำสรรเสริญ[และ]พระสิริ” และอีกมากมายที่พระองค์ทรงสมควรได้รับ “สืบๆไปเป็นนิตย์” (ข้อ 12 TNCV)

ตอนนี้เรามองเห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่จะมีในสวรรค์ แต่วันหนึ่งเราทุกคนที่เชื่อในพระเยซูจะถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ และกับผู้คนจากทุกประเทศ ทุกวัฒนธรรม และทุกภาษา และเพราะพระเจ้าทรงรักทุกชนชาติ ให้เรารักครอบครัวในพระคริสต์ทั้งโลกด้วยเช่นกัน

หยุดเพื่ออธิษฐาน

นักอุตุนิยมวิทยาคนหนึ่งในรัฐมิสซิสซิปปี้กลายเป็นกระแสโด่งดังหลังเอ่ยคำพูดสั้นๆที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งระหว่างการพยากรณ์อากาศเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2023 แมท ล็อบฮานกำลังติดตามพายุขนาดใหญ่เมื่อเขาตระหนักว่าพายุทอร์นาโดแห่งความหายนะนี้กำลังจะพัดถล่มเมืองอโมรี นั่นคือตอนที่ล็อบฮานหยุดการรายงานในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เพื่อกล่าวคำอธิษฐานที่ได้ยินไปทั่วโลก “ข้าแต่พระเยซู โปรดช่วยพวกเขาด้วย อาเมน” ในภายหลังมีผู้ชมบางคนบอกว่าคำอธิษฐานนั้นกระตุ้นให้พวกเขาเร่งหาที่หลบภัย คำอธิษฐานที่เป็นธรรมชาติและจริงใจของเขาอาจได้ช่วยชีวิตคนไว้นับไม่ถ้วน

คำอธิษฐานของเราก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน คำอธิษฐานไม่จำเป็นต้องยืดยาว อาจสั้นๆใช้ถ้อยคำรื่นหูและสามารถพูดได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าเราจะอยู่ในที่ทำงาน ทำธุระ หรือไปเที่ยวพักผ่อน เราก็สามารถ “อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” ได้ (1 ธส.5:17)

พระเจ้าพอพระทัยที่จะสดับฟังเราอธิษฐานตลอดทั้งวัน อัครทูตเปาโลเตือนว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นทาสของความกังวลหรือความกลัว แต่เราสามารถนำทุกความห่วงใยและความกังวลมาหาพระเจ้า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟป.4:6-7)

ไม่ว่าเราจะกำลังเพลิดเพลินกับวันที่แสงแดดสดใส หรือถูกลมพายุหรือพายุแห่งชีวิตพัดโหมกระหน่ำก็ตาม ขอให้เราไม่ลืมที่จะหยุดเพื่ออธิษฐานในตลอดทั้งวัน

การจัดเตรียมของพระเจ้า

ในเดือนมิถุนายน 2023 โลกต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าพี่น้องสี่คนอายุตั้งแต่ 1 ถึง 13 ปี มีชีวิตรอดในป่าอเมซอนของประเทศโคลอมเบีย สี่พี่น้องเอาตัวรอดในป่าเป็นเวลาสี่สิบวันหลังเครื่องบินตกซึ่งได้พรากชีวิตแม่ของพวกเขา พวกเด็กๆซึ่งคุ้นเคยกับภูมิประเทศอันโหดร้ายของป่า ได้ซ่อนตัวจากสัตว์ป่าในลำต้นของต้นไม้ เก็บน้ำจากลำธารและฝนใส่ขวด และกินอาหารอย่างแป้งมันสำปะหลังจากซากเครื่องบิน พวกเขายังรู้ด้วยว่าผลไม้ป่าและเมล็ดพืชชนิดใดที่กินได้

พระเจ้าทรงเลี้ยงดูพี่น้องทั้งสี่คน

เรื่องราวอันน่าทึ่งของพวกเขาทำให้ฉันนึกถึงการที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูชนอิสราเอลในทะเลทรายเป็นเวลาสี่สิบปีอย่างอัศจรรย์ ตามที่บันทึกไว้ในพระธรรมอพยพและกันดารวิถี และกล่าวถึงในพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม พระองค์ทรงสงวนชีวิตของพวกเขาเพื่อพวกเขาจะรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา

พระเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำพุขมให้เป็นน้ำที่ดื่มได้ ทรงให้น้ำออกมาจากหินถึงสองครั้ง และทรงนำประชากรของพระองค์ด้วยเสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืน พระองค์ยังทรงจัดเตรียมมานาแก่พวกเขา “โมเสสจึงบอกเขาว่า ‘นี่แหละเป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้พวกท่านรับประทาน นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ว่า ให้ทุกคนเก็บเท่าที่พอรับประทานอิ่ม’” (อพย.16:15-16)

พระเจ้าองค์เดียวกันนี้ประทาน “อาหารประจำวัน” (มธ.6:11) แก่เราด้วย เราจึงสามารถวางใจได้ว่าพระองค์จะทรงจัดเตรียมสิ่งจำเป็นแก่เรา “จากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์” (ฟป.4:19) เรารับใช้พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ!

ต่อกิ่งเข้าสู่ครอบครัวของพระเจ้า

ระหว่างที่ฉันกับพ่อไปเยือนเอกวาดอร์ประเทศอันเป็นที่รักของท่านเมื่อไม่กี่ปีก่อน เราไปเยี่ยมฟาร์มของครอบครัวที่พ่อเติบโตมา ฉันสังเกตเห็นกลุ่มต้นไม้ประหลาดแห่งหนึ่ง พ่ออธิบายว่าตอนเป็นเด็กเมื่ออยากจะสนุกซุกซน พ่อจะหยิบกิ่งที่ถูกทิ้งจากต้นผลไม้ต้นหนึ่ง แล้วกรีดต้นผลไม้อีกชนิดหนึ่งเป็นทางยาว เพื่อมัดกิ่งที่ถูกทิ้งไว้เข้ากับลำต้นเหมือนที่พ่อเห็นพวกผู้ใหญ่ทำ ไม่มีใครสังเกตเห็นการเล่นสนุกของพ่อจนกระทั่งต้นไม้เหล่านั้นเริ่มออกผลแตกต่างไปจากที่คาดไว้

ขณะที่พ่อบรรยายขั้นตอนการต่อกิ่งนั้น ฉันเห็นภาพว่าการต่อกิ่งเข้าสู่ครอบครัวของพระเจ้าหมายความว่าอย่างไร ฉันรู้ว่าพ่อผู้ล่วงลับของฉันอยู่ในสวรรค์ เพราะพ่อถูกต่อกิ่งเข้าสู่ครอบครัวของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซู

เรามั่นใจได้ว่าในที่สุดเราจะได้ไปสวรรค์เช่นกัน อัครทูตเปาโลอธิบายกับผู้เชื่อในโรมว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทางให้คนต่างชาติหรือคนที่ไม่ใช่ชาวยิวให้คืนดีกันกับพระองค์ “และได้ทรงนำท่านผู้เป็นกิ่งมะกอกเทศป่า มาต่อกิ่งไว้แทนกิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เข้าเป็นส่วนได้รับน้ำเลี้ยงจากรากต้นมะกอก” (รม.11:17) เมื่อเราเชื่อวางใจในพระคริสต์ เราก็ได้รับการต่อกิ่งเข้ากับพระองค์และกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า “ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นจะเกิดผลมาก” (ยน.15:5)

เหมือนกับต้นไม้ที่ถูกต่อกิ่ง เมื่อเราวางใจในพระคริสต์ เราก็กลายเป็นคนที่ถูกสร้างใหม่และสามารถเกิดผลได้อย่างมากมาย

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา