ไม่เคยโดดเดี่ยวเลย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันได้หนุนใจและอธิษฐานเผื่อผู้คนมากมายที่ต่อสู้กับความเหงาด้วยสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้อาศัยในบ้านพักคนชราที่สมาชิกในครอบครัวไม่ได้มาเยี่ยมเยียน หญิงม่ายที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านทุกวันเพื่อจะไม่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านอันว่างเปล่า ผู้นำคริสตจักรที่ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร และคนไร้บ้านที่รู้สึกถูกทอดทิ้งและโดดเดี่ยว
ความเหงาเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกเวลา ศัลยแพทย์ใหญ่ในสหรัฐได้ออกรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 เพื่อเตือนประชาชนถึงการระบาดของความเหงา ตามรายงานกล่าวว่าชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งบอกว่าพวกเขาเคยประสบกับความเหงา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเท่ากับการสูบบุหรี่วันละสิบสองมวน
เมื่อโมเสสเตรียมจะส่งต่อหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับโยชูวาผู้สืบทอดตำแหน่ง ท่านต้องการให้แน่ใจว่าคนอิสราเอลรู้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องเผชิญกับการต่อสู้เพียงลำพังขณะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา “อย่ากลัวหรืออย่าครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย” (ฉธบ.31:6) นอกจากนี้ โมเสสยังเตือนโยชูวาผู้นำคนใหม่ด้วยว่า “ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเจ้า พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลว หรือทอดทิ้งท่านเสีย” (ข้อ 8)
เมื่อเราเผชิญหน้ากับความเหงา ขอให้เราอุ่นใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้าจะไม่จากไปหรือทอดทิ้งเรา
นำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
เมื่อแอปพลิเคชันนำทางแนะนำเส้นทางที่จะลดระยะการขับรถไปเกือบชั่วโมงจากลาสเวกัสไปยังลอสแอนเจลิส เชลบี อีสเลอร์และพี่ชายจึงขับไปตามคำแนะนำนั้น แต่ “ทางลัด” นั้นนำพวกเขาไปตามถนนลูกรังหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้พวกเขาติดอยู่กลางทะเลทรายโมฮาวีในแคลิฟอร์เนียท่ามกลางพายุฝุ่น พวกเขากลับมาได้ในที่สุด แต่ต้องใช้รถลากเพราะรถเกิดความเสียหายจากพื้นถนนที่ขรุขระ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นนั้นได้ขอโทษนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้เส้นทางที่ผิดเหล่านั้น
เป็นเรื่องสำคัญว่าเราพึ่งพาใครให้เป็นผู้นำทาง ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะช่วยนำและชี้ทางให้เราอยู่ในความจริง
เมื่อพระเยซูรู้ว่าในไม่ช้าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และถูกนำไปจากสาวก พระองค์ทรงยืนยันกับพวกเขาว่าจะไม่ทิ้งให้พวกเขาเดียวดาย พระองค์ทรงหนุนใจสาวกให้เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และตรัสถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้ คือพระวิญญาณแห่งความจริง ผู้จะอยู่กับพวกเขาตลอดไปและสถิตอยู่ในพวกเขา (ยน.14:15-17) “องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว” (ข้อ 26)
ขอให้เราติดตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่อไปเมื่อเราใช้ชีวิตในแต่ละวัน เรารู้ว่าพระองค์จะไม่มีวันนำเราให้หลงทาง
มั่นคงในความเชื่อ
สองสามปีก่อนระหว่างทางที่ฉันเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อไปทำงาน ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกับสุนัขหน้าตาดุร้ายเดินตรงมาหาฉัน ฉันเติบโตมากับบรรดาสุนัขที่เลี้ยงไว้ ปกติแล้วฉันจึงไม่กลัวเพื่อนขนฟูแต่ตัวนี้ดูอันตราย เมื่อสุนัขเข้ามาใกล้ มันก็เห่าใส่ฉัน ฉันพยายามจะยิ้มสู้ แต่แล้วมันก็พุ่งเข้ามาหา ฉันจึงร้องเสียงดัง โชคดีที่มันทำร้ายฉันไม่ได้เพราะมันมาไม่ถึงตัวเนื่องจากเจ้าของดึงสายจูงไว้แน่น
การเผชิญหน้าที่น่ากลัวครั้งนั้นเตือนฉันว่าในฐานะผู้เชื่อพระเยซู ซาตานก็ “ถูกผูกสายจูงไว้” เช่นกัน แต่มันกำลังรอที่จะโจมตีหากเราเปิดโอกาสให้ ในพระธรรม 1 เปโตร อัครทูตเปโตรเตือนเราว่า “ศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”(5:8) มันขู่เสียงดัง แยกเขี้ยวคำรามและพุ่งเข้าใส่เรา เพื่อพยายามทำให้ตกใจ ข่มขู่เราและทำให้เราเป็นอัมพาตด้วยความกลัว แต่เราสามารถยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อและ “ต่อสู้กับศัตรูนั้น” ได้ (ข้อ 9)
เมื่อคุณรู้สึกว่าศัตรูกำลังเยาะเย้ยหรือล่อลวงคุณ จงจำไว้ว่า ศัตรูนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพระเยซู เราร้องเรียกหาพระองค์ได้และพระองค์จะทรงช่วยเรา พระองค์ “ก็จะทรงโปรดปรับปรุงท่านให้มั่นคง และมีกำลังขึ้น” (ข้อ 10)
เมื่อเราตกอยู่ภายใต้การโจมตีฝ่ายวิญญาณ เราเลือกที่จะมีความเชื่อเหนือความกลัวได้ เพราะพระเยซูทรงอยู่กับเราทุกเวลา
ก้าวกระโดดด้วยความเชื่อ
นกเพนกวินจักรพรรดิที่อายุเพียงหกเดือนประมาณ 700 ตัวในแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตก ยืนเบียดเสียดกันอยู่ริมผาน้ำแข็งสูงตระหง่านราวสิบห้าเมตรเหนือผืนน้ำที่เย็นยะเยือก ในที่สุด นกเพนกวินตัวหนึ่งก็เอนตัวไปข้างหน้าและ “กระโดดด้วยความเชื่อ” ลงไปในน้ำเย็นเฉียบเบื้องล่างและว่ายน้ำออกไป ไม่นาน นกเพนกวินจำนวนมากก็กระโดดตามลงไป
โดยปกติแล้วลูกนกเพนกวินจะกระโดดจากที่สูงเพียงไม่กี่ฟุตลงไปในน้ำเพื่อว่ายน้ำเป็นครั้งแรก การกระโดดที่ท้าทายความตายของเพนกวินกลุ่มนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับภาพไว้ได้
บางคนอาจกล่าวว่าการกระโดดลงไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าของนกเพนกวินเหล่านี้ คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนๆหนึ่งเชื่อวางใจในพระเยซูเพื่อรับความรอด แต่ความเชื่อในพระองค์นั้นตรงกันข้าม ผู้เขียนฮีบรูกล่าวว่า “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” (ฮบ.11:1)
ความเชื่อของเอโนคเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า “ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย” (ข้อ 6) ไม่มีใครเคยเห็นน้ำท่วมใหญ่ แต่โนอาห์ “ยำเกรงและต่อเรือใหญ่ เพื่อช่วยครอบครัวของตนให้รอดพ้นจากความตาย” (ข้อ 7) เพราะท่านวางใจในพระเจ้า อับราฮัมติดตามพระเจ้าด้วยความเชื่อ “โดยหารู้ไม่ว่าจะไปทางไหน” (ข้อ 8)
ในตอนแรกที่เรามอบความไว้วางใจให้พระเยซูนั้น ก็เกิดขึ้นโดยความเชื่อ เมื่อเราติดตามพระองค์และความเชื่อของเราถูกทดสอบ เราสามารถระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อบุรุษเหล่านี้ แม้เราจะไม่รู้สาเหตุและวิธีการ แต่เราสามารถวางใจพระเจ้าในผลลัพธ์ที่ตามมาได้
การติดตามพระเจ้า
ในวันว่างของฉันขณะไปเที่ยวปารีสเมื่อสองสามปีก่อน ฉันมีเวลาเดินเล่นในเมืองที่โด่งดังนี้ตามลำพังก่อนจะไปพบเพื่อนเพื่อรับประทานอาหารเย็นที่หอไอเฟล ทุกอย่างราบรื่นดีจนเมื่อแบตเตอรี่โทรศัพท์ของฉันหมด ฉันไม่มีแผนที่จึงไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน แต่สาวเมืองกรุงอย่างฉันไม่ตื่นตระหนก ฉันก็แค่เดินเลียบแม่น้ำแซนไปเรื่อยๆและคอยมองดูหอไอเฟลที่สูงตระหง่าน วิธีของฉันได้ผลจนเมื่อฉันเข้าไปใกล้มากขึ้น จุดหมายก็หายลับไปหลังอาคารโดยรอบ
ฉันประหลาดใจมากที่โครงสร้างขนาดใหญ่โตสามารถซ่อนตัวอยู่ในที่แจ้งแบบนั้นได้! จนในที่สุดฉันก็รู้ว่าต้องการความช่วยเหลือ ฉันจึงถามทางและได้พบกับเพื่อนของฉัน
ชีวิตอาจคาดเดาไม่ได้เลย เมื่อเราเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายในชีวิต เราสามารถขอความช่วยเหลือและการทรงนำจากพระเจ้าได้ การทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์จะช่วยไม่ให้เราหลงทางหรือถูกล่อลวงให้อ้อมไปหรือล้มเลิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชีวิตดูยากลำบากหรือน่าสับสน เราสามารถหันไปหาพระเจ้าเพื่อขอการทรงนำได้
ในสุภาษิต 3:5-6 ซาโลมอนให้กำลังใจผู้อ่านโดยบอกพวกเขาว่า “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น”
เมื่อเราแสวงหาพระปัญญาของพระเจ้าผ่านการอธิษฐานและการอ่านพระคัมภีร์ พระองค์จะทรงนำเรา ให้เราวางใจในพระองค์และเดินตามการทรงนำของพระองค์ต่อไป
อดกลั้นต่อกันและกัน
เมื่อวันก่อนฉันจอดรถติดไฟแดงและสังเกตเห็นสติ๊กเกอร์สีสดใสบนกระจกหลังของรถคันหน้าเขียนว่า “คนขับมือใหม่ กรุณาอดทน” เมื่อคิดถึงความเดือดดาลบนท้องถนนที่เราเคยได้ยิน (หรือพบเจอ) สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีเยี่ยมให้อดทนกับผู้ขับขี่คนอื่นๆ
ขณะมองที่สติ๊กเกอร์ ฉันสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้คนจะถือป้ายเตือนเราว่า เขาเป็น “พ่อแม่มือใหม่” หรือ “คริสเตียนใหม่” ถ้าเรารู้ว่าเพื่อนบ้านของเรา เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่พบเจอตลอดวันประสบกับอะไรมาบ้าง เราจะอดทนกับเขามากขึ้นหรือช่วยเขาแก้ปัญหาบ้างไหม
เราอาจจะเร่งรีบทำภารกิจของวันโดยพยายามหลีกเลี่ยงการถูกผู้อื่นขัดจังหวะ แต่ให้เราพิจารณาดูวิธีที่พระเยซูทรงดูแลผู้คน พระองค์ไม่รีบร้อน พระองค์ทรงมีเมตตาต่อผู้คน และทรงใช้เวลาในการปลอบโยน สอน และสำแดงความรักแก่ทุกคนที่พระองค์พบเจอ
ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราถูกเรียกให้ “ดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจอันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น” (อฟ.4:1) อัครทูตเปาโลกล่าวโดยรวมถึงการ “มีใจถ่อมลงทุกอย่าง และใจอ่อนสุภาพอดทนนาน และอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก” (ข้อ 2) และพยายามทุกทางที่จะดำเนินชีวิตอย่างสันติและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับทุกคน (ข้อ 3)
เราอาจไม่รู้ว่าผู้คนเหล่านั้นเผชิญความท้าทายอะไรมาบ้าง แต่เราสามารถอดทนกับพวกเขาได้ ขอให้เราสำแดงความรักของพระเยซูแก่ทุกคนที่เราพบเจอในชีวิตแต่ละวันของเรา
วันที่ 1 - พระคุณแห่งการให้อภัย

ลูกา 23:34
ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า "โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"
การลักพาตัวพยาบาล แอลิกซ์ ดอร์เซนวิล และลูกสาวของเธอในปี 2023 ขณะอาศัยอยู่ในเฮติกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าพวกเธอจะถูกจับเป็นตัวประกันถึง 13 วัน แต่แอลิกซ์ ผู้เป็นชาวนิวแฮมป์เชียร์ได้กล่าวว่า เธอไม่ได้โกรธแค้นผู้ลักพาตัวเหล่านั้น และประตูคลินิกของเธอจะเปิดรับพวกเขาหากพวกเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา เธอกล่าวว่า “ฉันรักพวกคุณในพระคริสต์ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กอดพวกคุณในสวรรค์”
น่าทึ่งมากที่แอลิกซ์มีความกล้าหาญ มีความแข็งแกร่งที่จะให้อภัยผู้ลักพาตัวเธอได้ แต่เรารู้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่เราในเรื่องการแสวงหาพระคุณเพื่อให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา สร้างความหมางใจ หรือปฏิบัติไม่ดีต่อเรา
พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงเราเท่านั้น (มัทธิว 5:43-48) แต่พระองค์ได้ทรงสำแดงตัวอย่างของการให้อภัยสูงสุดเอาไว้บนไม้กางเขน พระคริสต์ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย และถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย แม้ใน “ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์” (โรม 5:10) แทนที่พระองค์จะสาปแช่งผู้ที่ทำร้ายพระองค์ พระองค์กลับตรัสว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)
แม้จะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น แต่ให้เราทูลขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยตัวเราจากความโกรธเคือง หรือความขมขื่นที่เราอาจจะมี พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์และกับผู้อื่น ให้เรายกโทษเหมือนที่พระเจ้าทรงยกบาปผิดให้แก่เรา (มัทธิว 6:12) ให้เราเดินอยู่ในความรักและทำตามแบบอย่างของพระคริสต์
แนนซี่ กาวิลลาเนส
ใคร่ครวญ :เราจะรู้จักให้อภัยมากกว่านี้ได้อย่างไร…
วันที่ 1 - พระคุณแห่งการให้อภัย

ลูกา 23:34
ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า "โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"
การลักพาตัวพยาบาล แอลิกซ์ ดอร์เซนวิล และลูกสาวของเธอในปี 2023 ขณะอาศัยอยู่ในเฮติกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าพวกเธอจะถูกจับเป็นตัวประกันถึง 13 วัน แต่แอลิกซ์ ผู้เป็นชาวนิวแฮมป์เชียร์ได้กล่าวว่า เธอไม่ได้โกรธแค้นผู้ลักพาตัวเหล่านั้น และประตูคลินิกของเธอจะเปิดรับพวกเขาหากพวกเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา เธอกล่าวว่า “ฉันรักพวกคุณในพระคริสต์ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กอดพวกคุณในสวรรค์”
น่าทึ่งมากที่แอลิกซ์มีความกล้าหาญ มีความแข็งแกร่งที่จะให้อภัยผู้ลักพาตัวเธอได้ แต่เรารู้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่เราในเรื่องการแสวงหาพระคุณเพื่อให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา สร้างความหมางใจ หรือปฏิบัติไม่ดีต่อเรา
พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงเราเท่านั้น (มัทธิว 5:43-48) แต่พระองค์ได้ทรงสำแดงตัวอย่างของการให้อภัยสูงสุดเอาไว้บนไม้กางเขน พระคริสต์ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย และถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย แม้ใน “ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์” (โรม 5:10) แทนที่พระองค์จะสาปแช่งผู้ที่ทำร้ายพระองค์ พระองค์กลับตรัสว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)
แม้จะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น แต่ให้เราทูลขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยตัวเราจากความโกรธเคือง หรือความขมขื่นที่เราอาจจะมี พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์และกับผู้อื่น ให้เรายกโทษเหมือนที่พระเจ้าทรงยกบาปผิดให้แก่เรา (มัทธิว 6:12) ให้เราเดินอยู่ในความรักและทำตามแบบอย่างของพระคริสต์
แนนซี่ กาวิลลาเนส
ใคร่ครวญ :เราจะรู้จักให้อภัยมากกว่านี้ได้อย่างไร…
วันที่ 1 - พระคุณแห่งการให้อภัย

ลูกา 23:34
ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า "โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"
การลักพาตัวพยาบาล แอลิกซ์ ดอร์เซนวิล และลูกสาวของเธอในปี 2023 ขณะอาศัยอยู่ในเฮติกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าพวกเธอจะถูกจับเป็นตัวประกันถึง 13 วัน แต่แอลิกซ์ ผู้เป็นชาวนิวแฮมป์เชียร์ได้กล่าวว่า เธอไม่ได้โกรธแค้นผู้ลักพาตัวเหล่านั้น และประตูคลินิกของเธอจะเปิดรับพวกเขาหากพวกเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา เธอกล่าวว่า “ฉันรักพวกคุณในพระคริสต์ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กอดพวกคุณในสวรรค์”
น่าทึ่งมากที่แอลิกซ์มีความกล้าหาญ มีความแข็งแกร่งที่จะให้อภัยผู้ลักพาตัวเธอได้ แต่เรารู้ว่า พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่เราในเรื่องการแสวงหาพระคุณเพื่อให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา สร้างความหมางใจ หรือปฏิบัติไม่ดีต่อเรา
พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงเราเท่านั้น (มัทธิว 5:43-48) แต่พระองค์ได้ทรงสำแดงตัวอย่างของการให้อภัยสูงสุดเอาไว้บนไม้กางเขน พระคริสต์ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย และถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย แม้ใน “ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์” (โรม 5:10) แทนที่พระองค์จะสาปแช่งผู้ที่ทำร้ายพระองค์ พระองค์กลับตรัสว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)
แม้จะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น แต่ให้เราทูลขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยตัวเราจากความโกรธเคือง หรือความขมขื่นที่เราอาจจะมี พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์และกับผู้อื่น ให้เรายกโทษเหมือนที่พระเจ้าทรงยกบาปผิดให้แก่เรา (มัทธิว 6:12) ให้เราเดินอยู่ในความรักและทำตามแบบอย่างของพระคริสต์
แนนซี่ กาวิลลาเนส
ใคร่ครวญ :เราจะรู้จักให้อภัยมากกว่านี้ได้อย่างไร…