ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Nancy Gavilanes

พระเจ้าทรงเฝ้าดูเรา

นักบินสองคนหลับไประหว่างบินอยู่เหนือประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่กัปตันได้รับอนุญาตให้หลับได้ชั่วขณะเมื่อเครื่องบินขึ้นสู่ระดับความสูงคงที่ แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นก็พบว่านักบินผู้ช่วยของเขางีบหลับไปด้วย ทั้งคู่หลับไปประมาณสามสิบนาทีโดยมีผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 150 คนบนเครื่องในขณะอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 36,000 ฟุต เครื่องบินได้ออกนอกเส้นทางไปแล้ว แต่ขอบคุณพระเจ้าเครื่องบินลำนั้นยังคงไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย

นักบินที่เป็นมนุษย์อาจงีบหลับกลางอากาศ แต่เราวางใจได้ว่าพระเจ้าไม่เคยหลับไป

นี่คือคำปลอบโยนจิตใจที่พระธรรมสดุดีบทที่ 121 มอบให้เรา พระวจนะแปดข้อนี้ทำให้เราระลึกได้ว่า พระเจ้าทรงสัพพัญญูคือทรงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตของเรา ทรงสถิตอยู่ทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันคือทรงอยู่กับเราในทุกขณะ และทรงฤทธานุภาพทั้งสิ้นคือทรงมีอำนาจทุกอย่างและทรงปกป้องเราได้ ผู้เขียนสดุดีประกาศว่าความช่วยเหลือของเรามาจากพระเจ้า (ข้อ 2) พระองค์ทรงพิทักษ์รักษาและเป็นร่มเงาของเรา (ข้อ 5) และพระองค์ทรงสงวนวิญญาณจิตของเราไว้โดยทรงปกป้องให้พ้นจากอันตรายทั้งปวง (ข้อ 7)

พระเจ้าไม่เคยอ่อนล้า “พระองค์จะไม่ให้เท้าของท่านพลาดไป พระองค์ผู้ทรงอารักขาท่านจะไม่เคลิ้มไป” (ข้อ 3) “พระเจ้าจะทรงอารักขาการเข้าออกของท่าน” ผู้เขียนสดุดีสรุป “ตั้งแต่กาลบัดนี้สืบไปเป็นนิตย์” (ข้อ 8)

เมื่อเราสงสัยว่าพระเจ้าทรงลืมเราหรือไม่ ขอให้เราวางใจได้ว่าพระองค์ทรงควบคุมอยู่ที่พวงมาลัย พระองค์ทรงตื่นอยู่เสมอและเฝ้าดูเราอยู่ในทุกเวลา

เข้าถึงได้ทางพระคริสต์

ตอนเป็นนักข่าวใหม่ๆ ฉันเรียนรู้อย่างรวดเร็วถึงพลังของ “บัตรผ่านสื่อมวลชน” บัตรใบนี้ซึ่งแสดงชื่อ รูปถ่าย และสังกัดสื่อมวลชนของฉัน ทำให้ฉันได้เข้าถึงเพื่อพบและสัมภาษณ์นักกีฬาและคนดังก่อนหรือหลังงานสำคัญๆ

แต่หลังจากที่ฉันต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ฉันก็ตระหนักว่ากีฬาและอาชีพการงานได้กลายเป็นรูปเคารพของฉันไปเสียแล้ว หลังจากเดินตามการทรงเรียกของพระเจ้าให้ทำอย่างอื่น ฉันทำบัตรผ่านสื่อมวลชนหายไป แต่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงพระบัลลังก์แห่งฟ้าสวรรค์ของพระเจ้าโดยการอธิษฐาน เนื่องด้วยการสิ้นพระชนม์เป็นเครื่องบูชาและการทรงเป็นขึ้นของพระเยซู

ผู้เขียนหนังสือฮีบรูชี้ให้เห็นว่ามีการเลือกมหาปุโรหิตจากบรรดาคนอิสราเอล โดยเจาะจงเฉพาะเชื้อสายของอาโรน และแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของมนุษย์ต่อหน้าพระเจ้า มีเพียงท่านนี้เท่านั้นที่สามารถเข้าไปใน​อภิสุทธิสถาน​ในพระวิหารได้ปีละหนึ่งครั้งเพื่อ “​นำ​เครื่อง​บรรณาการ​และ​เครื่องบูชา​มา​ถวาย​” เพื่อลบล้างบาปของท่านและของประชาชน (5:1) เพราะท่านเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง

จากนั้นพระคริสต์ได้เสด็จมา ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบของเรา เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ม่านในพระวิหารขาดออก และสิ่งที่กั้นระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ก็ถูกกำจัดออกไป (มธ.27:51)

เนื่องจากองค์พระผู้ไถ่ผู้เปี่ยมด้วยความรักได้ทำให้เราคืนดีกับพระบิดาของพระองค์ เราจึงมีอิสระที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “ฉะนั้น​ขอ​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย จง​มี​ใจ​กล้า​เข้า​มาถึง​พระ​ที่​นั่ง​แห่ง​พระ​คุณ เพื่อ​เรา​จะ​ได้รับ​พระ​เมตตา และ​จะ​ได้รับ​พระ​คุณ​ที่​จะ​ช่วย​เรา​ใน​ขณะที่​ต้อง​การ” (ฮบ.4:16)

ช่างเป็นสิทธิพิเศษอย่างยิ่งที่เราสามารถเข้าไปถึงห้องแห่งพระบัลลังก์ของพระเจ้าขณะที่เราสนทนากับพระองค์ในการอธิษฐาน

ฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์

ระหว่างการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในเดือนมกราคม ปี 2023 แฟนอเมริกันฟุตบอลต้องตกตะลึงเมื่อเดมาร์ แฮมลินแห่งทีมบัฟฟาโลบิลส์ ล้มลงในสนามหลังจากเข้าสกัดบอลที่ดูเหมือนเป็นการเล่นตามปกติ นักเตะวัยยี่สิบสี่ปีรายนี้อยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แต่ได้รับการกู้ชีพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญขณะอยู่ในสนาม ที่น่าทึ่งคือสามเดือนหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้วและได้รับการกู้ชีพในสนาม แฮมลินก็กลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง

แฮมลินกล่าวว่า เขารู้สึกขอบคุณพระเจ้าและทีมแพทย์ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาวางแผนที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นต่อไป ในยอห์นบทที่ 11 ลาซารัสได้ฟื้นขึ้นอย่างน่าทึ่งเช่นกัน

ในเวลาที่พระเยซูเสด็จมาถึงหมู่บ้านเบธานี ลาซารัสตายไปสี่วันแล้ว พี่สาวของเขาคือมารีย์และมารธาผู้ซึ่งว้าวุ่นใจได้เห็นถึงฤทธิ์อำนาจเหนือความตายของพระเยซู และเป็นประจักษ์พยานว่าพระองค์ “ทรงเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต” (ยน.11:25) “[พระเยซู] จึงเปล่งพระสุรเสียง ตรัสว่า ‘ลาซารัสเอ๋ยออกมาเถิด’ ผู้ตายนั้นก็ออกมา มีผ้าพันมือและเท้า และที่หน้าก็มีผ้าพันอยู่ด้วย” (ข้อ 43-44)

พวกเราก็เป็นตัวอย่างถึงฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์ด้วยเช่นกัน ครั้งหนึ่งเราตายแล้วในบาปของเรา แต่บัดนี้เรามีชีวิตอยู่ในพระคริสต์ (รม.6:1-11) ในฐานะผู้เชื่อ พระวิญญาณองค์เดียวกันที่ทำให้พระเยซูเป็นขึ้นจากความตายก็สถิตอยู่ภายในเรา (8:10-11) จงรับการหนุนใจเถิด แม้เราทุกคนต้องตายในกายนี้ แต่นั่นไม่ใช่จุดจบในเรื่องราวของเรา เราได้รับพระสัญญาว่าจะมีชีวิตนิรันดร์ร่วมกับพระเยซู

ปกป้องความคิดไว้ในพระคริสต์

รอบแล้วรอบเล่าที่เคธี่ เลเด็คกี อยู่ในตำแหน่งที่คุ้นเคยในระหว่างการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 1500 เมตร ในกีฬาโอลิมปิกปี 2024 ที่ปารีส เป็นเวลา 15 นาทีที่เธอว่ายนำนักว่ายน้ำคนอื่นและอยู่ตัวคนเดียวกับความคิดของเธอ เคธี่กำลังคิดอะไรในระหว่างการแข่งขันอันยาวนาน ในการสัมภาษณ์ที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากเธอได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ซึ่งเธอได้สร้างสถิติใหม่ในกีฬาโอลิมปิก เคธี่บอกว่าเธอกำลังคิดถึงเพื่อนที่ฝึกซ้อมมาด้วยกันและเรียกชื่อของพวกเขาในหัวของเธอ

ไม่ใช่แค่นักว่ายน้ำระยะไกลที่ต้องจดจ่อความคิดอยู่กับสิ่งที่ถูกต้อง พวกเราในฐานะผู้เชื่อในพระเยซูก็ต้องปกป้องความคิดของเราในตลอดเส้นทางแห่งความเชื่อเช่นเดียวกัน

อัครทูตเปาโลหนุนใจคริสตจักรในเมืองฟีลิปปีให้ “ชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า” อย่า “ทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า” (ฟป.4:4,6) และผลคือ “สันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ข้อ 7) พระเยซูผู้เป็นราชาแห่งสันติสุข จะทรงช่วยให้เรามองเห็นความกังวลและปัญหาได้อย่างถูกต้อง

เปาโลยังหนุนใจผู้เชื่ออีกว่า “สิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็ขอจงใคร่ครวญดู” (ข้อ 8)

ขณะที่เราใช้ชีวิตประจำวัน ขอให้เราระมัดระวังความคิด เมื่อเราเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าทำกิจในชีวิตเรา ให้เรานับพระพรนั้นและสรรเสริญพระองค์

บรรพบุรุษฝ่ายวิญญาณ

หลังจากทำแบบทดสอบเกี่ยวกับลำดับวงศ์ตระกูลเมื่อไม่กี่ปีก่อน ฉันก็เริ่มสนใจเรื่องบรรพบุรุษของฉัน ฉันปลาบปลื้มที่ได้ฟังเรื่องราวของญาติบางคนจากพ่อผู้ล่วงลับและแม่ของฉัน การได้ยินเรื่องของบรรพบุรุษช่วยให้ฉันรู้สึกผูกพันกับรากเหง้าของครอบครัว และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของพวกเขา

เมื่อพูดถึงรากฐานฝ่ายวิญญาณของเรา ลำดับพงศ์ของพระเยซูที่บันทึกไว้ในมัทธิว 1:1-17 และลูกา 3:23-38 ถือเป็นของขวัญล้ำค่า ที่พิสูจน์ว่าพระองค์คือพระเมสสิยาห์และเป็นผู้สืบเชื้อสายโดยตรงมาจากอับราฮัม

เมื่อเราอ่านลำดับพงศ์ของพระองค์ เราจะเห็นความสัตย์ซื่อของพระเจ้าในการรักษาพระสัญญาของพระองค์กับอับราฮัม ที่ว่าจะให้ท่านเป็นบิดาของประชาชาติมากมาย (ปฐก.17:1-8) สองพันปีหลังจากที่พระสัญญานั้นเป็นจริง อัครทูตมัทธิวได้บันทึกว่า “หนังสือ​ลำดับ​พงศ์​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ ผู้​เป็น​เชื้อ​สาย​ของ​ดาวิด ผู้สืบตระกูล​เนื่องมาจาก​อับราฮัม” (มธ.1:1)

ลำดับวงศ์ตระกูลในพระคัมภีร์แสดงไว้ชัดเจนถึงบรรพบุรุษของพระเยซู เราได้เห็นชื่อของบุคคลในราชวงศ์ เช่น กษัตริย์ดาวิด และคนธรรมดาอย่างช่างไม้ชื่อโยเซฟ และมัทธิวยังรวมเอาผู้หญิงห้าคนไว้ด้วย คือ ทามาร์ บัทเชบา (ภรรยาของอูรียาห์) ราหับ รูธ (ซึ่งมีนักวิชาการเชื่อว่าทั้งหมดเป็นคนต่างชาติ) และมารีย์

ไม่ว่าเราจะรู้เรื่องบรรพบุรุษทางสายเลือดของเรามากน้อยแค่ไหน แต่เราก็เรียนรู้จักบรรพบุรุษฝ่ายวิญญาณของเราได้จากพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า เราได้รับการหนุนใจเมื่อเห็นว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อต่อพวกเขาอย่างไร

ไม่เคยโดดเดี่ยวเลย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันได้หนุนใจและอธิษฐานเผื่อผู้คนมากมายที่ต่อสู้กับความเหงาด้วยสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้อาศัยในบ้านพักคนชราที่สมาชิกในครอบครัวไม่ได้มาเยี่ยมเยียน หญิงม่ายที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านทุกวันเพื่อจะไม่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านอันว่างเปล่า ผู้นำคริสตจักรที่ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร และคนไร้บ้านที่รู้สึกถูกทอดทิ้งและโดดเดี่ยว

ความเหงาเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกเวลา ศัลยแพทย์ใหญ่ในสหรัฐได้ออกรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 เพื่อเตือนประชาชนถึงการระบาดของความเหงา ตามรายงานกล่าวว่าชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งบอกว่าพวกเขาเคยประสบกับความเหงา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเท่ากับการสูบบุหรี่วันละสิบสองมวน

เมื่อโมเสสเตรียมจะส่งต่อหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับโยชูวาผู้สืบทอดตำแหน่ง ท่านต้องการให้แน่ใจว่าคนอิสราเอลรู้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องเผชิญกับการต่อสู้เพียงลำพังขณะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา “อย่ากลัวหรืออย่าครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย” (ฉธบ.31:6) นอกจากนี้ โมเสสยังเตือนโยชูวาผู้นำคนใหม่ด้วยว่า “ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเจ้า พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลว หรือทอดทิ้งท่านเสีย” (ข้อ 8)

เมื่อเราเผชิญหน้ากับความเหงา ขอให้เราอุ่นใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้าจะไม่จากไปหรือทอดทิ้งเรา

นำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

เมื่อแอปพลิเคชันนำทางแนะนำเส้นทางที่จะลดระยะการขับรถไปเกือบชั่วโมงจากลาสเวกัสไปยังลอสแอนเจลิส เชลบี อีสเลอร์และพี่ชายจึงขับไปตามคำแนะนำนั้น แต่ “ทางลัด” นั้นนำพวกเขาไปตามถนนลูกรังหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้พวกเขาติดอยู่กลางทะเลทรายโมฮาวีในแคลิฟอร์เนียท่ามกลางพายุฝุ่น พวกเขากลับมาได้ในที่สุด แต่ต้องใช้รถลากเพราะรถเกิดความเสียหายจากพื้นถนนที่ขรุขระ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นนั้นได้ขอโทษนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้เส้นทางที่ผิดเหล่านั้น

เป็นเรื่องสำคัญว่าเราพึ่งพาใครให้เป็นผู้นำทาง ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะช่วยนำและชี้ทางให้เราอยู่ในความจริง

เมื่อพระเยซูรู้ว่าในไม่ช้าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และถูกนำไปจากสาวก พระองค์ทรงยืนยันกับพวกเขาว่าจะไม่ทิ้งให้พวกเขาเดียวดาย พระองค์ทรงหนุนใจสาวกให้เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และตรัสถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้ คือพระวิญญาณแห่งความจริง ผู้จะอยู่กับพวกเขาตลอดไปและสถิตอยู่ในพวกเขา (ยน.14:15-17) “องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว” (ข้อ 26)

ขอให้เราติดตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่อไปเมื่อเราใช้ชีวิตในแต่ละวัน เรารู้ว่าพระองค์จะไม่มีวันนำเราให้หลงทาง

มั่นคงในความเชื่อ

สองสามปีก่อนระหว่างทางที่ฉันเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อไปทำงาน ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกับสุนัขหน้าตาดุร้ายเดินตรงมาหาฉัน ฉันเติบโตมากับบรรดาสุนัขที่เลี้ยงไว้ ปกติแล้วฉันจึงไม่กลัวเพื่อนขนฟูแต่ตัวนี้ดูอันตราย เมื่อสุนัขเข้ามาใกล้ มันก็เห่าใส่ฉัน ฉันพยายามจะยิ้มสู้ แต่แล้วมันก็พุ่งเข้ามาหา ฉันจึงร้องเสียงดัง โชคดีที่มันทำร้ายฉันไม่ได้เพราะมันมาไม่ถึงตัวเนื่องจากเจ้าของดึงสายจูงไว้แน่น

การเผชิญหน้าที่น่ากลัวครั้งนั้นเตือนฉันว่าในฐานะผู้เชื่อพระเยซู ซาตานก็ “ถูกผูกสายจูงไว้” เช่นกัน แต่มันกำลังรอที่จะโจมตีหากเราเปิดโอกาสให้ ในพระธรรม 1 เปโตร อัครทูตเปโตรเตือนเราว่า “ศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”(5:8) มันขู่เสียงดัง แยกเขี้ยวคำรามและพุ่งเข้าใส่เรา เพื่อพยายามทำให้ตกใจ ข่มขู่เราและทำให้เราเป็นอัมพาตด้วยความกลัว แต่เราสามารถยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อและ “ต่อสู้กับศัตรูนั้น” ได้ (ข้อ 9)

เมื่อคุณรู้สึกว่าศัตรูกำลังเยาะเย้ยหรือล่อลวงคุณ จงจำไว้ว่า ศัตรูนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพระเยซู เราร้องเรียกหาพระองค์ได้และพระองค์จะทรงช่วยเรา พระองค์ “ก็จะทรงโปรดปรับปรุงท่านให้มั่นคง และมีกำลังขึ้น” (ข้อ 10)

เมื่อเราตกอยู่ภายใต้การโจมตีฝ่ายวิญญาณ เราเลือกที่จะมีความเชื่อเหนือความกลัวได้ เพราะพระเยซูทรงอยู่กับเราทุกเวลา

ก้าวกระโดดด้วยความเชื่อ

นกเพนกวินจักรพรรดิที่อายุเพียงหกเดือนประมาณ 700 ตัวในแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตก ยืนเบียดเสียดกันอยู่ริมผาน้ำแข็งสูงตระหง่านราวสิบห้าเมตรเหนือผืนน้ำที่เย็นยะเยือก ในที่สุด นกเพนกวินตัวหนึ่งก็เอนตัวไปข้างหน้าและ “กระโดดด้วยความเชื่อ” ลงไปในน้ำเย็นเฉียบเบื้องล่างและว่ายน้ำออกไป ไม่นาน นกเพนกวินจำนวนมากก็กระโดดตามลงไป

โดยปกติแล้วลูกนกเพนกวินจะกระโดดจากที่สูงเพียงไม่กี่ฟุตลงไปในน้ำเพื่อว่ายน้ำเป็นครั้งแรก การกระโดดที่ท้าทายความตายของเพนกวินกลุ่มนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับภาพไว้ได้

บางคนอาจกล่าวว่าการกระโดดลงไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าของนกเพนกวินเหล่านี้ คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนๆหนึ่งเชื่อวางใจในพระเยซูเพื่อรับความรอด แต่ความเชื่อในพระองค์นั้นตรงกันข้าม ผู้เขียนฮีบรูกล่าวว่า “ความ​เชื่อ​คือ​ความ​แน่ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​หวัง​ไว้ เป็น​ความ​รู้สึก​มั่นใจ​ว่า สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่ได้​เห็น​นั้น​มี​จริง” (ฮบ.11:1)

ความเชื่อของเอโนคเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า “​ถ้า​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​แล้ว จะ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ไม่ได้​เลย” (ข้อ 6) ไม่มีใครเคยเห็นน้ำท่วมใหญ่ แต่โนอาห์ “​ยำเกรง​และ​ต่อ​เรือ​ใหญ่ เพื่อ​ช่วย​ครอบครัว​ของ​ตน​ให้​รอด​พ้น​จาก​ความ​ตาย” (ข้อ 7) เพราะท่านวางใจในพระเจ้า อับราฮัมติดตามพระเจ้าด้วยความเชื่อ “โดย​หา​รู้​ไม่​ว่า​จะ​ไป​ทาง​ไหน” (ข้อ 8)

ในตอนแรกที่เรามอบความไว้วางใจให้พระเยซูนั้น ก็เกิดขึ้นโดยความเชื่อ เมื่อเราติดตามพระองค์และความเชื่อของเราถูกทดสอบ เราสามารถระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อบุรุษเหล่านี้ แม้เราจะไม่รู้สาเหตุและวิธีการ แต่เราสามารถวางใจพระเจ้าในผลลัพธ์ที่ตามมาได้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา