ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Nancy Gavilanes

วิ่งไปหาพระเจ้าด้วยคำอธิษฐาน

ในชั่วขณะหนึ่ง เอเดรียน ซิมันคัสกำลังพายเรือคายัคอยู่ที่ช่องแคบมาเจลลันในประเทศชิลีกับพ่อของเขา แต่ในชั่วขณะต่อมา ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีคนนี้ก็ถูกวาฬหลังค่อมเขมือบเข้าไปในปาก “ผมคิดว่าผมตายแน่แล้ว” เอเดรียนบอกกับสำนักข่าว ไม่กี่วินาทีต่อมาวาฬก็คายเขาออกมาในน้ำเย็นยะเยือก เสื้อชูชีพทำให้เขาลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และพ่อของเขาก็ช่วยพาขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

โยนาห์ผู้เผยพระวจนะในพันธสัญญาเดิมก็ได้เผชิญกับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่เช่นกัน โยนาห์ปฏิเสธไม่ทำตามคำสั่งที่พระเจ้าให้ไปเทศนาเรื่องการกลับใจแก่ชาวนีนะเวห์ซึ่งเป็นศัตรูของคนอิสราเอล ท่านจึงลงเรือไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเมืองนีนะเวห์ เมื่อเรือถูกพายุพัด โยนาห์จึงโน้มน้าวลูกเรือให้โยนท่านลงน้ำ (ยนา.1:11-12, 15) “และพระเจ้าทรงกำหนดให้ปลามหึมาตัวหนึ่งกลืน โยนาห์เข้าไป โยนาห์ก็อยู่ในท้องปลานั้นสามวันสามคืน” (ข้อ 17) โยนาห์ได้เปลี่ยนจากการหนีพระเจ้ามาเป็นการร้องหาพระองค์ “แล้วโยนาห์ก็อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านจากภายในท้องปลานั้น” (2:1)

พระเจ้าทรงได้ยินโยนาห์และทรงช่วยชีวิตเขา (ข้อ 10) จากนั้นโยนาห์ได้ไปประกาศกับชาวนีนะเวห์ และพวกเขาก็กลับใจ (3:8-10)

ถ้าหากพระเจ้าได้ยินคำวิงวอนของโยนาห์จากภายในท้องปลาตัวใหญ่ พระองค์ก็ทรงได้ยินเราและช่วยเราจากทุกที่ที่เราอยู่ได้ แทนที่จะวิ่งหนีจากพระเจ้า ขอให้เราวิ่งไปหาพระองค์ด้วยคำอธิษฐาน โดยรู้ว่าพระองค์จะทรงตอบเราเมื่อเราร้องเรียกหาพระองค์

รอคอยพระเจ้า

ตอนเด็กๆฉันจะตื่นเต้นมากเวลาที่เห็นป้ายพิเศษที่มีสีสันสดใสปรากฏขึ้นข้างทาง ในความคิดของฉันป้ายเหล่านั้นกำลังบ่งบอกว่าเราได้เดินทางมาถึงสวนสนุกยอดนิยมซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเราแล้ว ฉันเริ่มเก็บของอย่างมีความสุข แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อผ่านไปป้ายแล้วป้ายเล่า แต่ก็ยังไม่ถึงสวนสนุกที่รอคอยสักที ในที่สุดฉันก็รู้ว่าป้ายเหล่านั้นเพียงแต่บอกให้นักท่องเที่ยวรู้ว่าพวกเขาใกล้จะถึงแล้ว แต่ยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายกิโลเมตร

เช่นเดียวกับเด็กที่ตื่นเต้นและสงสัยว่า “เราถึงหรือยัง” เราเองก็อาจใจร้อนและกระวนกระวายที่จะไปให้ถึงจุดหมายต่อไปเร็วๆ

การรอคอยให้พระเจ้าเคลื่อนไหวในชีวิตของเรา หรือช่วยกู้เราจากการทดลองนั้นอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย ดาวิดกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างมาก ตามที่ท่านกล่าวไว้ในสดุดีบทที่ 27 กระนั้นท่านยังคงมอบความหวังและความวางใจไว้ในพระเจ้าและรอคอยคำตอบจากพระองค์ ดาวิดไม่รู้ว่าพระเจ้าจะใช้เวลานานแค่ไหน แต่ท่านรู้ว่าพระเจ้าจะช่วยท่าน “ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า ข้าพเจ้าจะเห็นพระคุณของพระเจ้าที่ในแผ่นดินของคนเป็น” (ข้อ 13)

การพิชิตปัญหาบางอย่างอาจจะใช้เวลานานกว่าที่คิด แต่ขอให้เรามีใจกล้าหาญจากถ้อยคำเหล่านี้ “จงรอคอยพระเจ้า จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระเจ้า” (ข้อ 14) เมื่อเราเปิดไปที่พระธรรมสดุดีและพระธรรมเล่มอื่นๆ เพื่อรับการหนุนใจ เราจะมีกำลังใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้าทรงกระทำกิจของพระองค์อยู่แม้ในขณะที่เรารอคอย

เพิ่มพูนความรู้ในเรื่องพระเจ้า

ทันทีที่ฉันกระโดดลงไปในสระ น้ำก็เข้ามาเต็มในแว่นตาว่ายน้ำจนฉันมองแทบไม่เห็น แม้ฉันจะไม่เคยเรียนว่ายน้ำอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่ฉันก็พยายามว่ายไปอย่างช้าๆสองรอบในการแข่งขันที่ฉันอยากลองเข้าร่วม หลายปีต่อมา หลังจากที่ฉันได้เรียนว่ายน้ำและรู้เทคนิคการหายใจและการว่ายอย่างถูกต้อง ฉันก็สนุกกับการเรียนท่าว่ายน้ำสำหรับการแข่งขันทั้งสี่ท่า

ช่างแตกต่างเหลือเกินเมื่อเราได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง หลักการเดียวกันนี้ก็เหมือนการอ่านพระคัมภีร์ เมื่อเราเข้าใจบริบทและความหมายของสิ่งที่เรากำลังอ่าน เราก็จะเติบโตขึ้นในความเชื่อและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้อย่างถูกต้อง

เปาโลต้องการให้ทิโมธียืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ หลีกเลี่ยงการทุ่มเถียงกันและไม่ถูกหลอกลวงจากพวกสอนเท็จ ในจดหมายฉบับที่สอง อัครทูตท่านนี้กระตุ้นทิโมธีให้ศึกษาพระคัมภีร์ “จงอุตส่าห์สำแดงตนว่าได้ทรงพิสูจน์แล้วเป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง” (2 ทธ.2:15)

เมื่อฉันได้เรียนรู้และฝึกฝนเทคนิคการว่ายน้ำที่ถูกต้อง ฉันก็กลายเป็นนักว่ายน้ำที่ดีขึ้น ในการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา เมื่อเราเรียนรู้และเข้าใจพระวจนะและแนวคิดในพระคัมภีร์ เราจะเติบโตขึ้นในความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า ซึ่งทำให้เรามีสติปัญญามากขึ้นและจำแนกความจริงจากความเท็จได้ เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์นั้น ขอให้เราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ “เพื่อ [เรา]จะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง” (3:17)

หายไปแต่ได้พบแล้ว

เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ฉันไปเที่ยวแถบป่าอเมซอนในประเทศเอกวาดอร์กับพ่อ เราได้นั่งเรือเร็วไปเที่ยวที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อชมทัศนียภาพและเรียนรู้เกี่ยวกับชนเผ่าท้องถิ่น พ่อผู้เป็นที่รักของฉันซื้อเครื่องประดับทำมือให้ฉันรวมถึงต่างหูคู่หนึ่ง ฉันใส่ต่างหูคู่นี้เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น รวมถึงตอนที่ฉันไปเยี่ยมน้องสาวในวันเกิดของฉันด้วย พอกลับจากเดินทางฉันตกใจมากเมื่อพบว่าต่างหูข้างหนึ่งหายไป ฉันค้นหาไปทั่ว

ถึงมันจะเป็นแค่ต่างหู แต่ฉันคงต้องเดินทางไกลกลับไปถึงป่าอเมซอนจึงจะหาต่างหูมาแทนได้ ที่น่าอัศจรรย์คือเมื่อน้องสาวของฉันกลับไปที่ร้านอาหารที่เราฉลองวันเกิดของฉัน เธอเจอต่างหูข้างที่หายไปที่จุดบริการของหาย ฉันดีใจเป็นที่สุด

พระเยซูทรงเล่าคำอุปมาเรื่องหญิงคนหนึ่งที่ทำเหรียญเงินหาย เธอไม่ยอมอยู่เฉยเมื่อเหรียญที่มีค่าของเธอหายไป พระเยซูทรงถามว่า เธอ “จะ​ไม่​จุด​ตะเกียง​กวาด​เรือน​ค้นหา​ให้​ละเอียด​จนกว่า​จะ​พบ​หรือ​” (ลก.15:8) และเมื่อเธอพบเหรียญเงินของเธอแล้ว เธอก็เปรมปรีดิ์เป็นอย่างยิ่ง (ข้อ 9)

พระเยซูทรงเล่าเรื่องนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีค่าเพียงใดสำหรับพระเจ้า พระองค์ “ได้มา​เพื่อ​จะ​เที่ยว​หา​และ​ช่วย​” ผู้​ที่​หลง​หายไป​นั้น​ให้​รอด (19:10) แม้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยหลงหาย แต่เมื่อพระเยซูทรงตามหาเราพบแล้ว สวรรค์ก็ชื่นชมยินดี

ปลอดภัยในพระหัตถ์ของพระเจ้า

ฉันปิดตาขณะเครื่องเล่นในสวนสนุกกำลังไต่ระดับสูงขึ้น ฉันพยายามไม่สนใจเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ดังมาจากเครื่องเล่นยอดนิยมที่ฉันนั่งอยู่นี้ เมื่อเครื่องเล่นหยุดลงชั่วขณะ ฉันเผลอแอบมองและตกใจกลัวที่เห็นแนวดิ่งที่เรากำลังจะเคลื่อนลง ฉันปิดตาอีกครั้งและกรีดร้องตลอดทางที่พุ่งลงมา ความทรงจำในวัยเด็กนั้นยังคงทำให้ฉันรู้สึกสั่นสะท้าน

บางครั้งชีวิตของเราอาจรู้สึกเหมือนกำลังตกลงจากที่สูงไปเรื่อยๆโดยไม่มีใครคว้าเราไว้ แต่เมื่อชีวิตดูเหมือนยุ่งเหยิงและหลุดจากการควบคุม เราจะพบความอุ่นใจเพราะรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา ในฐานะผู้เชื่อเรารู้ว่าพระเจ้าสถิตอยู่ภายในเราโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราสามารถพูดคุยกับพระองค์และได้รับการทรงนำจากพระคัมภีร์

พระเจ้าทรงต้องการให้หลักประกันกับชนชาติอิสราเอลว่าพระองค์จะทรง “ยุด” พวกเขาไว้ท่ามกลาง “การตกต่ำ” จากความดื้อดึงของพวกเขา พระองค์ตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า อย่าขยาด เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า เราจะหนุนกำลังเจ้า เออ เราจะช่วยเจ้า เออ เราจะชูเจ้าด้วยมือขวาอันมีชัยของเรา” (อสย.41:10) พระเจ้าต้องการให้พวกเขารู้ว่าพระองค์จะทรงช่วยพวกเขาจากความทุกข์ยาก (ข้อ 13) ช่างเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับชนชาติอิสราเอลที่รู้ว่าพระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา แม้ขณะที่พวกเขาเป็นเหมือนนักโทษในต่างแดน

เมื่อรู้สึกว่าชีวิตของเราหลุดจากการควบคุม เรามีความหวังใจได้เพราะรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยเรา เราปลอดภัยอยู่ในพระหัตถ์อันเปี่ยมด้วยความรักและฤทธานุภาพของพระองค์

หนึ่งเดียวกันในพระเยซู

การได้ชมการแข่งขันและพบปะนักกีฬาคือฝันที่เป็นจริงของฉัน เมื่อครั้งที่ได้ไปร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาวในฐานะนักข่าวรุ่นเยาว์ ฉันหลงเสน่ห์กับการได้ยินผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกพูดภาษาต่างๆ และร่วมเฉลิมฉลองประเทศของพวกเขา

ฉันหลงใหลในกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่สมัยวัยรุ่น แต่ตอนนี้มันกลายเป็นการถูกครอบงำไปแล้ว หลังจากที่ฉันตอบรับว่าจะติดตามพระเจ้าขณะเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ฉันรู้สึกว่าพระเจ้าทรงขอให้ฉันละทิ้งเรื่องการกีฬาที่เป็นรูปเคารพของฉัน แต่ฉันก็ยังคงรักบรรดาประชาชาติทั้งหลาย ฉันยังชอบดูการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ความตื่นเต้นที่แท้จริง คือการได้เห็นผู้คนจากภูมิหลังที่แตกต่างกันและจากบรรดาประชาชาติมานมัสการร่วมกันในคริสตจักร หรือประชุมอธิษฐานนมัสการองค์จอมกษัตริย์เหนือกษัตริย์ ช่างเป็นความรู้สึกอันงดงามของสวรรค์บนดินจริงๆ! (วว.7:9)

เมื่อเราจดจำได้ว่าเราเป็นใครในพระคริสต์ เราก็จะไม่ลืมว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า และครอบครัวของพระองค์นั้นมีอยู่ทั่วโลก

อัครทูตเปาโลประกาศกับผู้เชื่อในกาลาเทียว่า “เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้าร่วมในพระเยซูคริสต์โดยความเชื่อ” (กท.3:26) “จะไม่เป็นยิวหรือกรีก จะไม่เป็นทาสหรือไท จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยพระเยซูคริสต์” (ข้อ 28)

ไม่ว่าเราจะมาจากไหนหรืออาศัยอยู่ที่ใด ขอให้เราชื่นชมยินดี ที่ในฐานะผู้เชื่อนั้นเราเป็นหนึ่งเดียวกันโดยพระคริสต์ร่วมกับบรรดาพี่น้องทั่วโลก

ออกไปประกาศเรื่องพระเยซู

ขณะที่รถบัสของเรากำลังไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆบนถนนแคบๆของเทือกเขาแอนดิส เพื่อนร่วมทีมของฉันกำลังหัวเราะและร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหวาดหวั่นเพราะไม่มีราวกั้นถนนระหว่างเรากับหุบเหวทางด้านขวา ฉันเริ่มรู้สึกกลัวและกังวลใจขณะที่เราเคลื่อนตัวสูงขึ้นไป และเริ่มสงสัยว่าเหตุใดทีมประกาศของเราจึงต้องมายังพื้นที่แสนกันดารของประเทศเอกวาดอร์ แล้วทุกอย่างก็กระจ่างชัดในใจฉันว่า พระเจ้าต้องรักผู้คนเหล่านี้มากจึงทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาตายเพื่อพวกเขา ฉันจะผ่านเส้นทางแสนน่ากลัวนี้เพื่อไปบอกข่าวแห่งความรักแก่พวกเขาได้อย่างแน่นอน

ทุกอย่างจบลงด้วยความชื่นชมยินดีในการสอนบทเรียนพระคัมภีร์ แบ่งปันคำพยาน และอธิษฐานร่วมกับผู้คนที่ต้อนรับเราในหลายๆเมืองที่พวกเราไปเยี่ยมเยียนในแต่ละวัน

อัครทูตเปาโลได้รับมอบหมายให้ไปบอกผู้คนถึงเรื่องพระเยซูเพื่อพวกเขาจะไว้วางใจในพระองค์ ในพระธรรมโรม 10:13 ท่านกล่าวว่า ทุกคนที่ร้องเรียกพระนามพระเยซู “ผู้นั้นจะรอด” แต่ “ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระองค์ จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้ และผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์ จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้ และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินถึงพระองค์อย่างไรได้ และถ้าไม่มีใครใช้เขาไป เขาจะไปประกาศอย่างไรได้” (รม.10:14-15)

มีผู้คนอีกมากมายรอบตัวเราที่ยังไม่รู้จักพระคริสต์ ให้เราทูลขอความกล้าจากพระเจ้าในการแบ่งปันข่าวดีเรื่องพระเยซู อธิษฐานร่วมกับพวกเขา และเชิญพวกเขามาร่วมนมัสการและร่วมกิจกรรมต่างๆในคริสตจักร

การฟื้นฟูของพระเจ้า

ฉันรู้สึกใจหายวูบ ความคิดเริ่มสับสน เมื่อเพื่อนที่ช่วยติดตั้งคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเครื่องใหม่ของฉันได้ลบรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดที่ฉันถ่ายโอนไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ความทรงจำที่มีค่าหลายปีกับครอบครัวและเพื่อนๆหายไปหมดในพริบตา ความตื่นตระหนกเริ่มเข้ามา ฉันไม่มีทางที่จะสร้างช่วงเวลาแห่งความรักจากวันหยุด การเดินทาง และโอกาสพิเศษในอดีตเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ได้ ก่อนที่ฉันผู้ซึ่งอ่อนไหวจะสติแตก เพื่อนของฉันก็บอกว่าเขาน่าจะกู้ไฟล์เหล่านั้นคืนมาได้ ขอบคุณพระเจ้า หลังชั่วโมงแห่งความทรมานใจผ่านพ้นไป ฉันดีใจมากที่เห็นไฟล์ที่มีความสำคัญต่อฉันปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ฉันรออย่างกระวนกระวายใจเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ความกลัวนั้นเป็นจริงอย่างมาก การสูญเสียอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเจ็บปวด ในโยเอลบทที่ 2 ผู้เผยพระวจนะเรียกร้องให้ผู้คนในยูดาห์กลับใจหลังจากฝูงตั๊กแตนก่อความเสียหายโดยทำลายทุ่งข้าว ไร่องุ่น สวน และต้นไม้ใหญ่ ผู้เผยพระวจนะเตือนผู้คนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการที่พวกเขากบฏต่อพระเจ้า แต่พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา พระองค์จะทรงช่วยเหลือและนำการฟื้นฟูมาหากพวกเขาวางใจในพระองค์ “เราจะให้บรรดาปีของเจ้าคืนสู่สภาพเดิม คือที่ตั๊กแตนวัยบินได้กินเสีย” (2:25)

พระเจ้าทรงฟื้นฟูยูดาห์ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมเมื่อพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์ พระเจ้าทรงต้องการฟื้นฟูคุณด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใด คุณสามารถหันไปหาพระเจ้าและวางใจในพระองค์ได้ โดยรู้ว่า “พระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของเจ้า ไม่มีอื่นใดอีก” (ข้อ 27) พระองค์ทรงสัตย์ซื่อที่จะช่วยคุณให้ฟื้นคืนจากสิ่งที่สูญเสีย และนำคุณเข้าสู่ความสัมพันธ์กับพระองค์

ยืนหยัดอย่างมั่นคงในพระคริสต์

ไม่นานมานี้ แม่ของฉันเล่าเหตุการณ์การเผชิญหน้าอันน่าประหลาดใจแบบฉากต่อฉาก ที่แม่เห็นผ่านกล้องเว็บแคมที่บ่อน้ำในแอฟริกา ละมั่งแอฟริกาขนาดใหญ่ซึ่งมีเขายาวได้มากกว่าสองฟุต ทำให้มันเป็นสัตว์ที่น่าเกรงขามและไม่ตื่นกลัวง่ายๆ เว้นแต่จะเจอกับฝูงนกกระจอกเทศที่ก้าวร้าวและเกเร

นกกระจอกเทศจ่าฝูงซึ่งตัวสูงกว่าศัตรูของมัน สะบัดขนขนาดใหญ่ คำราม และย่ำเท้าเข้าหาละมั่งทั้งสามตัว ทำให้พวกมันต้องหนีไป

“หนูเดาว่าพวกมันคงไม่รู้ว่าเขาของมันทรงพลังขนาดไหน” ฉันพูดกับแม่

ผู้เชื่อในพระเยซูก็อาจลืมสิทธิอำนาจที่เรามีเมื่อเผชิญการโจมตีจากศัตรูฝ่ายวิญญาณอย่างซาตาน เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งสถิตอยู่ในเรา (รม.8:11) และยุทธภัณฑ์ของพระเจ้าที่จะช่วยเรา “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้” (อฟ.6:11) ซาตานต้องการท้าทายความเชื่อที่เรามีในพระวจนะของพระเจ้า ทำให้เราสงสัยตัวตนของเราในพระคริสต์ และล่อลวงเราให้ทำบาป

แต่เราสามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงเพราะยุทธภัณฑ์ของพระเจ้ามีทั้ง “ความจริงคาดเอว...ความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก...ความเชื่อเป็นโล่ ...ความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และ...พระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า” (ข้อ 14-17)

เมื่อศัตรูโจมตีเราด้วยความรู้สึกกลัว คำตำหนิ หรือความสิ้นหวัง จงจำไว้ว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า และได้รับการเตรียมพร้อมมาอย่างดีที่จะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา