ผู้เขียน

ดูทั้งหมด
Lisa M. Samra

Lisa Samra

Lisa desires to see Christ glorified in her life and in the ministries where she serves. Born and raised in Texas, Lisa is always on the lookout for sweet tea and brisket. She graduated with a Bachelor of Journalism from the University of Texas and earned a Master of Biblical Studies degree from Dallas Theological Seminary. Lisa now lives in Grand Rapids, Michigan, with her husband, Jim, and their four children. In addition to writing, she is passionate about facilitating mentoring relationships for women, and developing groups focused on spiritual formation and leadership development. Lisa has been blessed to travel extensively and often finds inspiration from experiencing the beauty of diverse cultures, places, and people. Lisa enjoys good coffee, running, and reading—just not all at the same time.

บทความ โดย Lisa Samra

ต้นหลิวที่มีโพรง

เมื่อโทมาสกล่าวถึงเวลาอันทรงคุณค่าที่เขามีร่วมกับที่ปรึกษาอาวุโสผู้ซึ่งคอยรับฟังข้อกังวลของเขาอยู่เสมอ เขากล่าวว่า “ท่านเป็นเสมือนต้นหลิวที่มีลำต้นเป็นโพรงของผม” เมื่อฉันมองเขาด้วยสายตาที่งุงงง โทมาสอธิบายว่านี่เป็นสำนวนภาษาสโลวัก หมายถึงคนที่เก็บรักษาความลับของคุณเอาไว้ พูดง่ายๆ คือ คนๆนั้นเปรียบเสมือนต้นหลิวที่เก็บรักษาความลับเอาไว้อย่างปลอดภัยภายในลำต้น

การมีใครสักคนที่เราสามารถเล่าความลับเกี่ยวกับความกลัวและความปรารถนาในส่วนลึกให้ฟังได้ถือเป็นสมบัติอันล้ำค่า ในตอนหนึ่งของพระธรรมสุภาษิตที่เน้นย้ำเรื่องพลังแห่งคำพูด บางทีกษัตริย์ซาโลมอนอาจพูดจากประสบการณ์ของพระองค์เอง ตอนที่พระองค์ยกย่องบุคคลที่มีความสุขุมรอบคอบหรือ “สงบปากสงบคำ”(สภษ.11:12 TNCV)ของตนได้ พระองค์ยังได้เปรียบเทียบบุคคลสองแบบไว้ว่า “บุคคล​ที่​เที่ยว​ซุบซิบ​ก็​เผย​ความ​ลับ แต่​บุคคล​ที่​ไว้วางใจ​ได้​ย่อม​ปิดบัง​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​ไว้​ได้” (ข้อ 13) การเปรียบเทียบนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีให้เราระมัดระวังการเก็บรักษาบทสนทนาส่วนตัวให้ดี แม้ว่าเราไม่ควรจะนิ่งเงียบหากเป็นเรื่องความปลอดภัยของคนที่เราเป็นห่วงอย่างแท้จริง

ในโลกยุคดิจิตอลที่เราสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วนี้ อาจเป็นเรื่องน่าดึงดูดใจ (และง่ายดาย)ที่จะเล่ารายละเอียดที่ตื่นเต้นมีสีสันเพื่อให้ผู้ฟังตอบสนอง แต่การนินทาไม่เพียงทำร้ายคนที่ไว้ใจคุณมากจนเล่าเรื่องต่างๆ ให้คุณฟังเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างมากต่อความสัมพันธ์เมื่อความไว้เนื้อเชื่อใจถูกทำลายลง เราทุกคนมุ่งมั่นที่จะเป็น “ต้นหลิวที่มีโพรง” คือเป็นคนที่ซื่อสัตย์และไว้วางใจให้รักษาความลับไว้ได้

ระลึกถึงการทรงสถิตของพระเจ้า

ต้นไม้ที่มีลักษณะเฉพาะที่เราเห็นขณะเดินป่าในอุทยานแห่งชาติโยชูวาทรีในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีใบเป็นกระจุกและกิ่งก้านที่แผ่ขยายขึ้นเหมือนมือที่ชูขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นทำให้เราสนใจมาก หลายคนเชื่อว่าต้นไม้เหล่านี้ถูกขนานนามว่า “ต้นโยชูวา” โดยผู้บุกเบิกซึ่งนึกถึงเรื่องราวในพันธสัญญาเดิม ที่โยชูวายกหอกขึ้นเป็นเครื่องหมายของการทรงสถิตและการช่วยเหลือของพระเจ้า

เมื่อเข้าไปในคานาอันแล้ว คนอิสราเอลต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้าในการรบ หลังจากพ่ายแพ้ที่เมืองอัยอันเนื่องจากบาปของพวกเขา (ยชว.7:11-12) คนอิสราเอลดูจะกลัวที่ต้องต่อสู้กับเมืองนั้นอีกครั้ง แต่พระเจ้าทรงหนุนใจโยชูวาว่า “อย่ากลัวหรืออย่าขยาดเลย” (8:1) แล้วตรัสสั่งท่านว่า “จงยื่นหอกที่อยู่ในมือของเจ้าออกตรงไปยังเมืองอัย เพราะเราจะมอบเมืองนั้นไว้ในมือของเจ้า” (ข้อ 18) โยชูวาเชื่อฟังพระเจ้าและ “มิได้หดมือที่ถือหอกยื่นอยู่นั้น” จนกว่าจะมีชัยในการรบ (ข้อ 26) หอกในมือของโยชูวาที่ยื่นออกไปนั้นไม่ได้ทำให้มีชัยชนะ แต่มันเป็นเครื่องหมายแห่งพระสัญญาของพระเจ้าที่จะทรงช่วยเหลือและสถิตอยู่กับพวกเขา

การระลึกว่าพระเจ้าสถิตอยู่กับเรา จะช่วยเราได้ในเวลาที่เผชิญกับอุปสรรคอันยากลำบาก ทั้งข้อพระคัมภีร์ที่ติดอยู่ในบ้านของเรา รูปภาพการทรงสร้างอันน่าทึ่งของพระเจ้า และสร้อยคอรูปกางเขน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ แต่พระเจ้าทรงใช้สิ่งเหล่านี้้เพื่อเตือนใจเราถึงการทรงสถิตและฤทธิ์อำนาจที่พระองค์ทรงสัญญาไว้

ผู้นำที่ถ่อมตน

เพื่อนของฉัน บุช บริกส์เป็นโค้ชซึ่งเป็นที่รักของทีมว่ายน้ำในโรงเรียนมัธยมท้องถิ่นแห่งหนึ่งมาเป็นเวลาห้าสิบเอ็ดปี ด้วยความอยากรู้ ฉันจึงถามว่าเขาเคยชนะการแข่งขันระดับรัฐมาแล้วกี่ครั้งในช่วงห้าสิบปีมานี้ ด้วยน้ำเสียงสุภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา เขาตอบอย่างติดตลกว่า “ผมไม่เคยชนะการแข่งขันเลยสักครั้ง เพราะผมไม่เคยลงแข่งว่ายน้ำแม้แต่ครั้งเดียว” ฉันพยายามถามเขาอีกครั้งว่า “แล้วนักว่ายน้ำของคุณเคยชนะการแข่งขันมาแล้วกี่ครั้ง” เขาตอบอย่างมีความสุขว่า “สามสิบเก้าครั้ง”

บุชได้สอนบทเรียนอันมีค่าแก่ฉันว่า โค้ชมีบทบาทสำคัญ แต่เขาไม่ต้องการรับคำชมที่มาจากความสำเร็จของนักว่ายน้ำ

ความถ่อมตนของบุชทำให้ฉันนึกถึงยอห์นผู้ให้บัพติศมาที่รู้บทบาทของตนเอง ยอห์นได้รับมอบหมายให้นำผู้คนมาหาพระเยซูผู้เป็นพระเมสสิยาห์ คือผู้ที่มาทำให้พระสัญญาในเรื่ององค์พระผู้ช่วยให้รอดสำเร็จเป็นจริง แต่ยอห์นเป็นที่สนใจมากจนบรรดาผู้นำทางศาสนาต้องการทราบแน่ชัดว่าท่านเป็นใคร พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า “ได้ยอมรับว่า ‘ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสต์’” (ยน.1:20) ถึงแม้ว่าพวกเขาจะกดดันยอห์น แต่ยอห์นก็ชัดเจนว่าหน้าที่ของท่านคือประกาศการมาถึงของพระเยซู (ข้อ 21-23) พระเยซูคือผู้นั้นที่พวกเขาเฝ้ารอ (ข้อ 27)

ความถ่อมตนในลักษณะนี้ที่ไม่ยอมรับการยกย่องที่เกินตัว เป็นวิธีที่เราจะรักษาท่าทีให้เหมาะสมต่อความสำเร็จของเรา ในขณะที่เราชื่นชมผู้อื่นสำหรับงานหรือบทบาทที่พวกเขาได้รับ

ส่งด้วยความระมัดระวัง

ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งทราบว่าห่อพัสดุที่ใช้ชื่อว่า “แคร์” (CARE) ย่อมาจาก “ความร่วมมือในการส่งของจากอเมริกาไปยุโรป” (Cooperative for American Remittances to Europe) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งกล่องอาหารไปช่วยเหลือชาวยุโรปพลัดถิ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง แม้ห่อพัสดุของแคร์ที่ฉันส่งให้ลูกๆที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเป็นขนมและลูกอมที่ฉันทำเอง แต่ปกติแล้วจะมีของจำเป็นบางอย่างด้วย เช่น เสื้อตัวโปรดที่ลืมไว้ที่บ้านหรืออุปกรณ์การเรียนเพิ่มเติม

แม้ “ห่อพัสดุแคร์” อาจฟังดูทันสมัย แต่การจัดส่งสิ่งของจำเป็นนั้นมีมานานก่อนหน้านี้แล้ว และถูกรวมไว้ในตอนท้ายของพระธรรม 2 ทิโมธีด้วย คำลงท้ายจดหมายที่เปาโลเขียนถึงสาวกที่ท่านไว้ใจขณะถูกคุมขังที่กรุงโรมนั้นมีคำขอส่วนตัวบางประการ ท่านขอให้ทิโมธีมาหาและพามาระโกมาช่วยปรนนิบัติท่าน (4:11) ท่านยังขอให้เอาของใช้ส่วนตัวบางอย่างมาด้วย คือเสื้อคลุมและ “หนังสือ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหนังสือที่เขียนบนแผ่นหนัง” (ข้อ 13) เสื้อคลุมอาจจำเป็นเพราะฤดูหนาวกำลังจะมา และหนังสือม้วนอาจมีสำเนาของพันธสัญญาเดิมอยู่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เปาโลคงต้องการเพื่อนและของใช้จำเป็นเพื่อทำให้ท่านแช่มชื่นและได้รับการชูใจ

ข้าวของที่ย้ำเตือนถึงความห่วงใย ไม่ว่าผู้รับจะอยู่ใกล้หรือไกลนี้ ส่งผลอย่างยิ่งต่อผู้ที่ต้องการการหนุนใจเพียงเล็กน้อย ของขวัญที่เป็นอาหารสำหรับเพื่อนบ้าน การ์ดที่เขียนด้วยความใส่ใจถึงคนที่รักหรือคนรู้จัก หรือข้าวของเต็มกล่องที่ส่งให้เพื่อนที่อยู่ไกล ล้วนสามารถถ่ายทอดความรักของพระเจ้าออกไปได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความกรุณาต่อผู้ทนทุกข์

หนึ่งในไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาเกิดขึ้นที่เมืองลาไฮน่า ในฮาวาย เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2023 โดยได้พรากชีวิตผู้คนไปเก้าสิบเก้าคนและทำลายตึกมากกว่าสองพันหลัง ขณะที่กำลังเศร้าโศกจากความเสียหาย ชาวบ้านต้องบอบช้ำมากขึ้นอีกเมื่อมีขโมยเข้าปล้นบ้านเรือนและนายหน้าผู้เห็นแก่ตัวที่พยายามฉวยเอาที่ดินไป

ความปรารถนาชั่วร้ายที่จะฉวยโอกาสจากสถานการณ์อันน่าเศร้านี้คือที่มาของพระดำรัสอันหนักแน่นของพระเจ้าต่อชนชาติเอโดม ผู้เผยพระวจนะโอบาดีห์เตือนชาวเอโดมซึ่งเป็นศัตรูของอิสราเอลมาหลายชั่วคน (อสค.35:5) ถึงการพิพากษาของพระเจ้าที่จะมาถึงเพราะชาวเอโดมใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศของตัวเอง (อบด.1:3) และทำให้ตัวเองร่ำรวย (ข้อ 6) ร่วมมือกับชนชาติอื่น (ข้อ 7) ฉวยเอาปัญญา (ข้อ 8) และกำลังทหาร (ข้อ 9) เพื่อทำลายคนอ่อนแอ และโอบาดีห์ได้ต่อว่าการที่เอโดมเยาะเย้ยเมื่ออิสราเอลถูกจับเป็นเชลย แทนที่จะมีความเห็นอกเห็นใจ เอโดมกลับขโมยบ้านของคนอิสราเอลและเดินเข้าเมืองที่พ่ายแพ้อย่างผู้ชนะ (ข้อ 12-13)

แม้ชาวลาไฮน่าพบเจอการกระทำอันชั่วร้าย พวกเขาก็ได้รับความกรุณาจากคริสตจักรที่นั่นซึ่งกลายมาเป็นศูนย์ต้อนรับ ให้ทั้งที่พักพิง อาหารร้อนๆ และของใช้จำเป็น

เมื่อมีคนทนทุกข์ เราก็พบกับทางเลือกที่คล้ายกัน เราอาจพยายามฉวยโอกาสจากความสูญเสียของพวกเขา หรือเราจะตอบสนองในแบบที่พระเจ้าทรงต้องการ เช่นเดียวกับคริสตจักรในลาไฮน่า คือด้วยความกรุณาและความเอื้อเฟื้อ

โมทนาขอบพระคุณพระเจ้า

ประเทศแคนาดาและเกาะเซนต์ลูเซียฉลองวันขอบคุณพระเจ้าซึ่งเป็นวันหยุดในเดือนตุลาคม ประเทศไลบีเรียกำหนดวันขอบคุณพระเจ้าไว้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียกำหนดเป็นวันหยุดประจำปีในช่วงปลายเดือน ประเทศอื่นๆรวมถึงสหราชอาณาจักร บราซิล รวันดา และฟิลิปปินส์ มีวันหยุดอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแสดงถึงการขอบพระคุณพระเจ้า

มีบางอย่างที่ทรงพลังเกิดขึ้นเมื่อชนชาติหนึ่งร่วมกันแสดงการขอบพระคุณอย่างพร้อมเพรียง นี่คือภาพที่เราเห็นเมื่อกษัตริย์ดาวิดรวบรวมชนชาติอิสราเอลมาเพื่อแสดงการขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับการประทับอยู่ การปกป้องคุ้มครอง และพระสัญญาของพระองค์ เป็นการเฉลิมฉลองการกลับคืนมาของ “หีบของพระเจ้า”(1พศด.16:1) ประชาชนชื่นชมยินดีที่หีบซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางพวกเขาอยู่ที่เยรูซาเล็ม ขณะที่ดาวิดนำอิสราเอลในการสรรเสริญ พระองค์ย้ำเตือนพวกเขาถึงการปกป้องคุ้มครองของพระเจ้าในขณะที่ชนชาติอิสราเอลพิชิตดินแดนคานาอัน (ข้อ 18-22) รวมถึงเฉลิมฉลองความสัตย์ซื่อของพระองค์ในการทำให้พระสัญญานั้นสำเร็จด้วย (ข้อ 15)

หากคุณฉลองวันขอบคุณพระเจ้ากับเพื่อนและครอบครัว ลองพิจารณาที่จะให้งานนี้เป็นการรวมตัวกันเพื่อแสดงความกตัญญู และใคร่ครวญประสบการณ์ของคุณเรื่องการประทับอยู่ การปกป้องคุ้มครอง และพระสัญญาของพระเจ้าในปีที่ผ่านไป ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในประเทศที่เฉลิมฉลองวันขอบคุณพระเจ้าอย่างเป็นทางการหรือไม่ เราแต่ละคนสามารถจัดเวลาเพื่อ“​โมทนา​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้า​เพราะ​พระ​องค์​ประเสริฐ เพราะ​ความ​รัก​มั่นคง​ของ​พระ​องค์​ดำรง​เป็น​นิตย์” (ข้อ 34)

การดูแลอันอ่อนโยนของพระเจ้า

ฉันนั่งอยู่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต ขณะเข้าเยี่ยมคุณแม่ที่อุ้มลูกน้อยแรกเกิดของเธอไว้ในอ้อมอก ในแผนกที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยนี้ แพทย์แนะนำ “การรักษา” ในแบบไม่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของเด็กให้แข็งแรง คือให้แม่มือใหม่กอดลูกสาวของเธอไว้แนบอกให้นานที่สุด

แทบไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้กับความรักอันท่วมท้นและความห่วงใยอันอ่อนโยนของพ่อแม่ในการให้ความอบอุ่นใจและการเยียวยาแก่ทารก เราเห็นภาพจินตนาการอันทรงพลังนี้ผ่านคำบรรยายที่ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์กล่าวถึงพระเจ้าและคนของพระองค์

แม้หลังจากที่อิสยาห์พยากรณ์ถึงการตกเป็นเชลยเพราะอิสราเอลปฏิเสธพระเจ้า (อสย.39:5-7) ท่านก็ยังย้ำว่าพระเจ้ายังทรงรักพวกเขาและจะทรงจัดเตรียมเพื่อพวกเขาเสมอ พระเมตตาอันอ่อนโยนและการดูแลอันมั่นคงของพระเจ้ามีให้เห็นชัดเจนอยู่ในการเปรียบเปรยอันงดงามที่บรรยายว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะ เหมือนพ่อที่เปี่ยมด้วยความรัก ทรงรวบรวมลูกแกะ “ไว้ในพระกรของพระองค์ พระองค์จะทรงอุ้มไว้ที่พระทรวง” (40:11)

การทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าประทานสันติสุขและการปกป้องแก่เรา และย้ำเตือนเราว่าพระองค์ทรงอุ้มเราไว้ที่พระทรวงของพระองค์ เหมือนทารกน้อยกับแม่ เมื่อ “พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ย และแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง พระองค์ทรงเพิ่มแรง” (ข้อ 29) ความอบอุ่นใจแห่งการเยียวยาของพระวิญญาณจะช่วยให้เราเผชิญความท้าทายในแต่ละวันได้

เป็นพระพร

ในระหว่างการแข่งขันอย่างดุเดือดของทีมฟุตบอลโรงเรียนมัธยมปลายท้องถิ่นสองทีม ซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาล คือ ทีมอีเกิลส์และทีมไพโอเนียส์ ทีมอีเกิลส์เตะบอลเข้าประตูแต่บอลลอดรูตาข่ายออกไปทางด้านหลัง ผู้ตัดสินไม่เห็นว่าบอลเข้าประตู แต่เห็นว่าบอลอยู่นอกตาข่ายจึงตัดสินไม่นับคะแนน โค้ชของทีมไพโอเนียส์เห็นว่ายิงประตูได้และช่วยยืนยันคำกล่าวอ้างของโค้ชทีมอีเกิลส์ ทั้งที่เขาจะนิ่งเงียบเสียก็ได้ ผู้ตัดสินจึงนับประตูนั้น ทีมไพโอเนียส์แพ้ไปด้วยคะแนน 3-2

แม้ว่าเป็นเรื่องง่ายที่เราจะพูดยืนยันเพื่อผลประโยชน์ของเรา แต่พระคัมภีร์หนุนใจให้ผู้เชื่อในพระเยซู “หาทาง​ทำ​ดี​เสมอ​ต่อ​พวก​ท่าน​เอง และ​ต่อ​คน​ทั้ง​ปวง​ด้วย” (1 ธส.5:15) นอกเหนือจากแนวโน้มทั่วไปที่เราจะทำดีต่อเพื่อนของเราแล้ว ส่วนที่ยากของคำสอนข้อนี้คือการหาทางทำดีต่อคนที่เป็นคู่แข่งของเรา โดยที่เราไม่ได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น หรือ “ไม่​หวัง​ที่​จะ​ได้​คืน​อีก” (ลก.6:35)

การทำดีต่อคู่แข่งหรือคู่ต่อสู้อาจหมายถึงการช่วยพูดส่งเสริมเพื่อนร่วมงานที่พยายามปิดการขาย แม้นั่นจะหมายความว่าคนๆนั้นอาจได้รับโบนัสมากกว่าเราก็ตาม การทำดีอาจหมายถึงการกวาดใบไม้ของเพื่อนบ้านแม้ว่าเขาจะไม่พูดคำขอบคุณก็ตาม

เมื่อเราพยายามทำความดีต่อผู้อื่นอย่างจริงจัง เราก็ได้แสดงให้เห็นว่าความรักของพระเจ้านั้นมีเผื่อแผ่ไปถึงทุกคน

ที่พักพิงภายใต้การดูแลของพระเจ้า

ในการขับรถท่องเที่ยวทางไกลกับครอบครัว ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงขับรถผ่านรัฐที่มีประชากรน้อยอย่างมอนทาน่าและเซาท์ดาโกต้า ขณะที่ขับรถไป ฉันเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบของที่ดินเพาะปลูกขนาดใหญ่ได้รับการแต่งแต้มด้วยแนวต้นไม้ที่ล้อมรอบบ้านอยู่ ขณะที่ฉันพยายามบังคับให้รถตู้ของเราอยู่ในเลนถนนเนื่องจากลมที่พัดแรงนั้น ฉันก็เริ่มเข้าใจว่าต้นไม้เหล่านั้นมีไว้มากกว่าเพียงแค่ความสวยงาม พวกมันถูกปลูกขึ้นโดยตั้งใจให้เป็นที่บังลมเพื่อปกป้องบ้านและผู้อยู่อาศัยจากกระแสลมแรงที่พัดผ่านพื้นที่นั้น

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์เคยอธิบายถึงอนาคตที่อยู่ในการดูแลของพระเจ้าว่าเป็นเช่นที่กำบังจากลมและพายุ เมื่ออิสยาห์เรียกให้คนของพระเจ้ากลับใจนั้น (อสย.31:6-7) ท่านได้เขียนถึงช่วงเวลาในอนาคตเมื่อ “พระราชาองค์หนึ่งจะครอบครองด้วยความชอบธรรม” (32:1) และคนที่ปกครองร่วมกับพระองค์จะเป็น “ที่กำบังลม เป็นที่ลี้ภัยจากพายุ” (ข้อ 2 TNCV) พระพรที่ตามมาคือผู้คนจะสามารถมองเห็น ได้ยิน มีความเข้าใจ และพูดความจริง (ข้อ 3-4) ด้วยสันติสุขและความปลอดภัย

ขณะที่เรายังรอคอยพระพรอย่างสมบูรณ์จากพระสัญญานี้ เราก็ได้เห็นพระเจ้าทรงทำงานผ่านคนเหล่านั้นที่เห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น (ฟป.2:3-4) พระวิญญาณของพระคริสต์จะทรงช่วยเราในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ผู้คนจะสามารถงอกงามเกิดผลได้แม้ในเวลายากลำบาก นี่คือวิธีปฏิบัติที่เราจะแสดงให้เห็นถึงความรักห่วงใยของพระเจ้าได้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา