ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Leslie Koh

การสงครามเป็นของพระเจ้า

แม้ว่าแครอลจะชอบผูกมิตรและช่วยเหลือผู้คนในพันธกิจผู้สูงอายุของคริสตจักร แต่ตัวเธอเองกลับถูกผู้นำที่ชอบบงการกลั่นแกล้ง เธอรู้สึกไม่สบายใจจนต้องเข้ารับคำปรึกษา เธอได้รับคำแนะนำให้ลาออกจากพันธกิจ แต่เธอไม่อยาก “ทอดทิ้ง” ผู้สูงอายุเหล่านั้น ขณะที่ยังลังเลเธอจึงอธิษฐานขอการทรงนำ และพระเจ้าทรงปลอบโยนและประทานความมั่นใจเมื่อเธอยอมมอบความกลัวของเธอให้กับพระองค์ พระองค์ทรงสำแดงว่าเธอควรเข้าไปพูดคุยกับผู้นำคนนั้นและวางใจให้พระองค์เป็นผู้แก้ปัญหา

เมื่อกษัตริย์เยโฮชาฟัทได้ยินว่าศัตรูที่เข้มแข็งกำลังเข้ามาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม สิ่งแรกที่ทรงทำคือการอธิษฐาน พระองค์ทูลวิงวอนต่อพระเจ้าผู้ทรงอำนาจอธิปไตยสูงสุดว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบว่าจะกระทำประการใด แต่ดวงตาของข้าพระองค์ทั้งหลายเพ่งที่พระองค์” (2 พศด.20:12) แทนที่จะพึ่งพากำลังของตน กษัตริย์และประชาชนชาวยูดาห์ได้ยอมมอบตัวเองและปัญหาของพวกเขาไว้กับพระเจ้า (ข้อ 18) คำตอบของพระเจ้าที่มาถึงกษัตริย์และประชาชนผ่านทางผู้เผยพระวจนะยาฮาซีเอลนั้นสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขา “อย่ากลัวเลย และอย่าท้อถอย...เพราะว่าการสงครามนั้นไม่ใช่ของท่าน แต่เป็นของพระเจ้า” (ข้อ 15) พระเจ้าบัญชายูดาห์ให้เดินทัพออกไปและวางใจในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น พวกเขาทำเช่นนั้นด้วยความเชื่อและสรรเสริญพระเจ้า ราวกับว่าคำอธิษฐานได้รับคำตอบแล้ว (ข้อ 20-21) และพบว่าพวกเขาชนะสงครามแล้ว (ข้อ 24)

เมื่อใดก็ตามที่เราเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ให้เราอธิษฐานและขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า เราอาจไม่เห็นชัยชนะเสมอไป แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะการต่อสู้เป็นของพระองค์

เดินตามอย่างพระเยซู

เบนซื้อซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เถื่อนมานานหลายปี เพียงเพราะราคาถูกกว่า แม้ว่าจะผิดกฎหมายและละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันผิดศีลธรรม เพราะใครๆก็ทำกัน แล้วทำไมเขาจะต้องซื้อซอฟต์แวร์ของแท้ที่มีราคาแพงด้วย จะมีใครจะมาตรวจสอบหรือ

แต่หลังจากที่ได้ฟังคำเทศนาเรื่องแบบอย่างการดำเนินชีวิตประจำวันตามมาตรฐานของพระเจ้า เบนซึ่งเป็นผู้เชื่อใหม่ที่กำลังเติบโตในความเชื่อก็เริ่มสงสัยว่า การทำสิ่งที่ถูกต้องหมายความว่าอะไร

เบนจึงตัดสินใจเปลี่ยนซอฟต์แวร์ทั้งหมดเป็นของแท้ แม้จะมีราคาสูงกว่ามาก เขาอธิบายให้เพื่อนๆฟังว่า “พระเจ้าทรงทราบ และพระองค์ทรงเรียกเราให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ใช่ไหม”

ในอาโมส 7 พระเจ้าทรงย้ำเตือนชาวอิสราเอลว่ามาตรฐานของพระองค์นั้นเที่ยงตรงและแน่นอน ใช้ได้กับทุกคน รวมถึงชนชาติที่พระองค์ทรงโปรดปราน กฎหมายและมาตรฐานทางศีลธรรมของพระองค์เปรียบเสมือน “สายดิ่ง” (ข้อ 8) ซึ่งเป็นสายที่มีน้ำหนักถ่วง ที่ช่างก่อสร้างใช้ในการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างโดยแสดงให้เห็นว่ากำแพงตั้งตรงตามแนวดิ่งอย่างสมบูรณ์หรือไม่

แม้พระเจ้าอาจประทานความเมตตา แต่พระองค์ไม่อาจประนีประนอมความยุติธรรมของพระองค์ได้ นั่นคือเหตุผลที่พระองค์ทรงส่งพระเยซูพระบุตรของพระองค์มาสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่โทษบาปแทนเรา พระคัมภีร์จะแสดงให้เห็นว่าเรากำลังเดินอยู่ในทางของพระองค์หรือไม่ โดยพระคุณของพระองค์ พระเจ้าทรงช่วยเหลือผู้ที่เชื่อในพระเยซูให้ดำเนินชีวิตในแบบที่พระองค์ทรงพอพระทัยและถวายเกียรติแด่พระองค์ โดยการทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ให้จากสิ่งที่พระเจ้าประทานให้

ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของสแตนลี่ย์ยังคงทำให้ผมประหลาดใจอยู่เสมอ เขามักจะซื้ออาหารและของขวัญให้สมาชิกคริสตจักรที่สูงอายุ ให้คนทำความสะอาดในละแวกบ้าน หรือใครก็ตามที่ต้องการกำลังใจ

ที่น่าทึ่งไม่แพ้กันคือ แม้ว่าสแตนลี่ย์จะไม่ได้ร่ำรวยหรือเชี่ยวชาญในเรื่องการลงทุน แต่การลงทุนเล็กๆน้อยๆของเขากลับให้ผลตอบแทนที่น่าประทับใจ เขาจึงสามารถให้ผู้อื่นได้เรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีคนขอบคุณเขา เขาจะชี้ขึ้นไปข้างบนแล้วยิ้มราวกับจะบอกว่า “สิ่งนั้นมาจากพระเจ้า ไม่ใช่จากผม” เขามักจะพูดว่า พระเจ้าทรงช่วยเขาให้ช่วยเหลือผู้อื่นได้

นี่คือสิ่งที่เปาโลกล่าวถึงใน 2 โครินธ์ 9 ขณะที่ท่านเขียนเรื่องการให้ ด้วยความภาคภูมิใจที่ชาวโครินธ์พร้อมจะช่วยเหลือพี่น้องร่วมความเชื่อ (ข้อ 2) เปาโลหวังว่าท่านจะสามารถมารับเงินถวายที่พวกเขาได้เริ่มต้นจัดเตรียมไว้ (ข้อ 3) และได้วิงวอนให้พวกเขาให้อย่างไม่เสียดายและให้ด้วยความยินดี โดยกล่าวว่าพระเจ้าจะไม่เพียงตอบแทนผู้ที่ให้ (ข้อ 6-7) เท่านั้น แต่ยังจะอวยพรเพื่อให้พวกเขาสามารถให้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย (ข้อ 8)

พระเจ้าไม่ได้ทรงคาดหวังที่เราจะให้สิ่งที่เราไม่สามารถให้ได้ (2คร.8:12) แต่ทรงมอบหมายเงิน เวลาหรือความสามารถ เพื่อให้เรา “มีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่าง” (9:8) และพระองค์ทรงจัดเตรียมสิ่งที่เราต้องการเพื่อให้เรา “มีแจกจ่ายอย่างใจกว้างขวาง” (ข้อ 11) ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถให้ด้วยความเชื่อและด้วยใจยินดี (ข้อ 7) โดยรู้ว่าเราให้จากสิ่งที่เราได้รับเท่านั้น และจากผลแห่งการปฏิบัติเช่นนี้ เราก็ได้นำคำสรรเสริญมาสู่พระนามของพระเจ้า (ข้อ 13)

ส่วนของเราและส่วนของพระเจ้า

ในประเทศสิงคโปร์ รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนช่วยเหลือสังคมด้วยการจับคู่บริจาค โดยรัฐบาลจะ “สมทบ” เงินให้กับองค์กรการกุศลในจำนวนที่เท่ากันหรือมากกว่าเงินที่บริจาคจริง ด้วยมีวิธีนี้รัฐบาลหวังว่าจะส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อการกุศลมากขึ้น

แนวทางแบบสองส่วนนี้ทำให้ผมนึกถึงผู้เชื่อในพระเยซูที่ได้รับการทรงเรียกให้มาถึงมาตรฐานความบริสุทธิ์ของพระเจ้าในเส้นทางการเป็นสาวกของเรา ในจดหมายถึงชาวฟีลิปปีเปาโลหนุนใจพวกเขาว่า “จงอุตส่าห์ประพฤติเพื่อให้ได้ความรอด” (2:12) และ “บากบั่นมุ่งไป” (3:12, 14) ขณะเดียวกัน ท่านก็เน้นย้ำว่า “เพราะว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงกระทำกิจอยู่ภายในท่าน ให้ท่านมีใจปรารถนา ทั้งให้ประพฤติตามชอบพระทัยของพระองค์” (2:13)

ผู้เชื่อในพระเยซูไม่ได้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้าด้วยการงานหรือความประพฤติที่ดี แต่การเติบโตฝ่ายวิญญาณของเรานั้นเป็นเรื่องของการร่วมมือกัน ซึ่งต้องใช้หัวใจและความพยายามจากส่วนของเรา แต่กระนั้นเราก็ไม่ได้ทำด้วยกำลังของมนุษย์ พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอดโดยพระคุณ และทรงเรียกเราให้เป็นคนบริสุทธิ์ คือถูกแยกไว้สำหรับพระองค์ และเราตอบสนองด้วยความจริงใจและสำนึกในพระคุณ เมื่อเราพยายามเชื่อฟังและทำให้พระองค์พอพระทัย พระองค์จะประทานความสามารถและช่วยให้เราทำเช่นนั้นได้ เมื่อเราทำผิด พระองค์จะสำแดงให้เห็น (ฟป.3:15) ทรงประทานให้เรามีกำลังที่จะทนต่อการทดลอง (1 คร.10:13) และทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรพระองค์ได้ (อฟ.2:10)

ความชื่นชมยินดีจากพระเยซู

การรักษาโรคมะเร็งทำให้ปากและลำคอของแนนซี่มีแผลจนไม่สามารถกลืนขนมปังได้แม้แต่ชิ้นเดียว เธอต้องพึ่งนมเพื่อให้ท้องอิ่มตลอดหลายวันอันแสนทรมาน สิ่งเดียวที่ทำให้หญิงวัยหกสิบปีผู้นี้ยิ้มได้คือ ความชื่นชมยินดีที่ได้รู้จักพระเยซูและบรรดาหลานชายของเธอ การได้ใช้เวลากับพวกเขาทุกสัปดาห์ช่วยให้เธอไม่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ “ถ้าไม่ใช่เพราะหลานๆ ฉันคงจะยอมแพ้ไปแล้ว” เธอกล่าว

อัครสาวกเปาโลได้พบความชื่นชมยินดีในพระเยซูและคนอื่นๆเช่นกัน แม้ต้องเผชิญความยากลำบาก ความยินดีของท่านมาจากพระเยซูและการมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ แม้จะถูกจำคุก (ฟป.1:13) ท่านก็มีกำลังที่จะหนุนใจผู้อื่น ท่านพูดถึงความยินดีที่เกิดจากการได้มีส่วนที่จะแบ่งปันข่าวดีเรื่องพระเยซู และจากการที่ท่านรู้ว่ามีสิ่งใดรออยู่เมื่อท่านจากโลกนี้ไปแล้ว (ข้อ 3-5,18,20) ความมั่นใจนี้ทำให้ท่านพูดได้ว่า “สำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร” (ข้อ 21)

เปาโลชื่นชมยินดีได้ เพราะองค์พระเยซูคือชีวิตของท่าน ความอิ่มเอิบใจและความรู้สึกมั่นคงของท่านไม่ได้มาจากทรัพย์สิ่งของหรือสถานการณ์ใดๆ แต่มาจากการที่ได้รู้ว่าท่านเป็นของพระคริสต์ ดังนั้น ในจดหมายที่เขียนขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ท่านจึงกล่าวในฟีลิปปี 4:4 ได้ว่า “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด!”

ขอให้เราพบความชื่นชมยินดีในพระเยซู ผู้ทรงรักและห่วงใยเรา และประทานกำลังให้เราชื่นบานยินดีได้ในทุกสถานการณ์

ถวายทุกสิ่งที่มีให้กับพระเจ้า

เช่นเดียวกับผู้ชายชาวสิงคโปร์ทุกคน ผมต้องเข้ารับราชการในกองทัพของประเทศเมื่ออายุได้สิบแปดปี พูดตามตรงว่าผมเข้ารับราชการทหารซึ่งกินเวลานานสองปีครึ่งอย่างไม่เต็มใจนัก เช่นเดียวกับชายหนุ่มคนอื่นๆ ผมพยายามปฏิบัติตามเกณฑ์ขั้นต่ำ คือการเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้

แต่ก็มีบางคนที่ทุ่มเทให้กับงานที่ได้รับมอบหมาย และท้ายที่สุดก็ได้เรียนรู้หลายอย่างจากประสบการณ์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการมีภาวะผู้นำและความอดทน เมื่อมองย้อนกลับไป ผมตระหนักว่าความพยายามและทัศนคติเชิงบวกเช่นนี้ทำให้พระเจ้าพอพระทัย เหมือนกับที่โยเซฟแสดงให้เห็นในพระคัมภีร์

แม้จะถูกขายเป็นทาสและถูกจำคุกในภายหลัง แต่โยเซฟกลับปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งสิ้นด้วยความทุ่มเท แทนที่จะรู้สึกขุ่นเคืองกับสถานการณ์ ท่านกลับปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างจริงจังจนโปทิฟาร์ “มอบของทุกอย่างของเขาไว้ในความดูแลของโยเซฟ” (ปฐก.39:6) นอกจากนี้ โยเซฟยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลเรือนจำ และท้ายที่สุดคือได้ดูแลอียิปต์ทั้งประเทศ

หลายศตวรรษต่อมา อัครสาวกเปาโลยังกระตุ้นเตือนผู้เชื่อในพระเยซูว่า “เมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยกายก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า” (คส.3:17) แม้ว่าสถานการณ์ของเราอาจห่างไกลจากอุดมคติที่คิดไว้ แต่ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เราสัตย์ซื่อในพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย เพราะเรากำลังทำงานเพื่อพระองค์ ผู้ทรงเห็นหัวใจที่แท้จริงของเรา

คุณธรรมที่แท้จริง

ในระหว่างการสัมภาษณ์งาน ผู้สัมภาษณ์ถามแครอลซ้ำหลายครั้งว่า “ทำไมคุณจึงลาออกจากที่ทำงานเดิม” ผู้สัมภาษณ์ระแคะระคายถึงความขัดแย้งของเธอกับนายจ้างเก่าและต้องการทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น

แครอลยอมรับถึง “วิธีและรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน” เธอปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเจ้านายเก่าของเธอ เพราะเชื่อว่าการพูดถึงเขาในแง่ลบเป็นสิ่งผิด ต่อมาเมื่อเธอได้งานแล้ว เจ้านายใหม่บอกกับเธอว่าฝ่ายบุคคลเลือกจ้างเธอเพราะชอบคำตอบของเธอ “เรารู้สึกประทับใจในคุณธรรมของคุณ พวกเราก็ไม่อยากให้คุณพูดด้านลบเกี่ยวกับเจ้านายของคุณ หรือพูดถึงพวกเราแบบนั้นเมื่อคุณต้องไปสัมภาษณ์งานครั้งต่อไปเช่นกัน”

ในฐานะผู้เชื่อใหม่ในพระเยซู แครอลสงสัยเสมอว่าควรจะดำเนินชีวิตในทาง “ของพระเจ้า” และ “อย่างถูกต้อง” ได้อย่างไร เธอตระหนักว่าคำตอบนั้นเรียบง่าย นั่นคือการมีคุณธรรม รักษาเกียรติ ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม

พระธรรม 1 เปโตร 2:12 ชี้ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมีคุณธรรมในทุกสิ่ง “จงรักษาความประพฤติอันดีของท่านไว้ในหมู่คนต่างชาติ เพื่อว่า...เขาจะได้เห็นการดีของท่าน และเขาจะได้สรรเสริญพระเจ้าในวันที่พระองค์เสด็จมา” ซึ่งรวมถึงในทางปฏิบัติอื่นๆ เช่น การยอมเชื่อฟังผู้มีอำนาจตามกฎหมาย (ข้อ 13-14) การประพฤติดี (ข้อ 15) มีท่าทีแห่งการรับใช้และถ่อมใจ (ข้อ 16) ให้เกียรติและรักผู้อื่น (ข้อ 17) เมื่อพระเจ้าทรงช่วยเรา ขอให้เรารับใช้พระองค์ด้วยวิธีที่สามารถถวายเกียรติแด่พระนามของพระองค์

รอคอยพระเจ้า

โจเซฟค้นหาตำแหน่งงานด้วยความหงุดหงิด งานเก่าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟนั้นทำรายได้ดี แต่การต้องทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจร้านอาหาร ทำให้เขาซึ่งเป็นผู้เชื่อใหม่ในพระเยซูไม่สามารถไปคริสตจักรได้้อย่างสม่ำเสมอ “ทำไมพระเจ้าไม่ตอบคำอธิษฐานของผม” เขาคร่ำครวญ “พระองค์ไม่อยากให้ผมไปคริสตจักรหรอกหรือ”

โจเซฟใช้เวลากว่าหนึ่งปีจึงรู้ว่าเขาต้องปรับเปลี่ยนความคาดหวังและลองทำงานในสายอาชีพอื่น ซึ่งในที่สุดเขาก็ได้งานที่ทำประจำในวันธรรมดา ขอบคุณพระเจ้า เขาตระหนักว่าการรอคอยอันยาวนานทำให้เขามีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในการตัดสินใจ กระบวนการเปลี่ยนงานครั้งนี้ยังสอนให้เขารู้ว่า การดำเนินชีวิตด้วยความอดทนบากบั่นและไว้วางใจพระเจ้า ในการเปิดเผยแผนการของพระองค์ในเวลาของพระองค์หมายความว่าอย่างไร

นั่นคือสิ่งที่ยากอบบอกผู้เชื่อชาวยิวที่กำลังเผชิญการทดลอง ท่านกล่าวหนุนใจพวกเขาที่จะไม่ยอมแพ้ “จงอดทนบากบั่นให้ถึงที่สุดเพื่อท่านจะเติบโตเต็มที่และสมบูรณ์เพียบพร้อม” (ยก.1:4 TNCV) ในกระบวนการของการทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า รอคอย และยืนหยัดมั่นคง (ข้อ 5-6) นี้จะไม่เพียงแต่บำรุงเลี้ยงความอดทนและความไว้วางใจในพระเจ้า แต่ยังช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อพวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองและพระเจ้ามากขึ้นด้วย

การรอคอยคำตอบจากพระเจ้าอาจเป็นเรื่องยาก แต่จะทำให้เราเติบโตและมั่นคงยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเชื่อของเรา และทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการวางใจในพระเจ้าหมายความเช่นไร

คำตอบจากสายรุ้งของพระเจ้า

โอเวนกำลังไปเที่ยวต่างประเทศในวันหยุดเมื่อเขาได้รับข้อความที่น่ากังวลจากเพื่อนร่วมงานว่า “เจ้านายกำลังมองหาคนมาแทนคุณ” เขาเสียใจมากจึงอธิษฐานตอนรุ่งสางของเช้าวันหนึ่งและถามพระเจ้าว่า “พระองค์อยู่ที่ไหน” จากนั้นเขาไปที่หน้าต่างเพื่อเปิดผ้าม่าน แล้วเขาเห็นรุ้งกินน้ำขนาดใหญ่ที่สวยงามพาดผ่านอยู่เหนือทะเลสาบด้านนอก ทันใดนั้นการปลอบประโลมอันอบอุ่นก็หลั่งไหลเข้ามา เขาเล่าในภายหลังว่า “เหมือนกับพระเจ้ากำลังบอกผมว่า ‘ไม่เป็นไร เราอยู่ที่นี่’”

ในปฐมกาล 9 พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ทำลายโลกด้วยน้ำท่วมอีก “เมื่อมีรุ้งที่เมฆ เราจะดูรุ้งนั้น และระลึกถึงพันธสัญญาถาวร ระหว่างพระเจ้ากับบรรดาสัตว์โลกที่มีชีวิต ซึ่งอยู่บนแผ่นดินโลก” (ข้อ 16) พันธสัญญานี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์และไม่มีเงื่อนไข ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการปกป้องและการจัดเตรียมของพระเจ้า ไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ และนี่เป็นเพียงหนึ่งในพระสัญญาแรกๆจากพระสัญญามากมายที่พระเจ้าทรงมอบให้คนของพระองค์ และพระเยซูตรัสด้วยเช่นกันว่า “เราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป” (มธ.28:20)  

พระเจ้าไม่ได้สัญญาว่าเราจะไม่ต้องทนทุกข์ แต่พระองค์สัญญาว่าจะทรงปลอบโยนและสถิตอยู่ด้วยกับเราเสมอ เราอาจไม่เห็น “คำตอบจากสายรุ้ง” แต่พระองค์รับรองว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเรา พระองค์จะทรงอยู่เคียงข้างเสมอ และเราสามารถพึ่งพาในพระกำลัง การปลอบประโลม และการทรงสถิตอยู่ของพระองค์ได้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา