พระเมตตาและพระคุณ
ทานตะวันต้นหนึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางทางหลวงทอดยาวห่างจากเลนสำหรับรถวิ่งเร็วไม่กี่ฟุต ขณะที่ผมขับผ่าน ผมสงสัยว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรในเมื่อไม่มีต้นทานตะวันอื่นให้เห็นเลยในระยะหลายกิโลเมตร พระเจ้าผู้เดียวทรงสามารถสร้างต้นไม้ซึ่งทนทานจนเติบใหญ่ชิดถนนบนแนวเส้นกลางที่เป็นก้อนกรวดสีเทาได้ ที่นั่นมันยืนต้นอย่างสง่า สั่นไหวเบาๆตามแรงลมคอยต้อนรับนักเดินทางที่โฉบผ่านไปมาด้วยความยินดี
พันธสัญญาเดิมบอกเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ผู้สัตย์ซื่อของยูดาห์ซึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิดเช่นกัน พ่อและปู่ของพระองค์ปรนนิบัติพระอื่นอย่างกระตือรือร้น แต่หลังจากโยสิยาห์ครองราชย์ได้แปดปี “เมื่อพระองค์ยังทรงพระเยาว์อยู่ พระองค์ทรงเริ่มแสวงหาพระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์” (2 พศด.34:3) พระองค์ส่งคนงานไป “ซ่อมแซมพระนิเวศของพระเยโฮวาห์” (ข้อ 8) และที่นั่นพวกเขาพบหนังสือธรรมบัญญัติ (พระธรรมห้าเล่มแรกในพระคัมภีร์เดิม; ข้อ 14) จากนั้นพระเจ้าทรงดลใจโยสิยาห์ให้นำชนชาติยูดาห์ทั้งสิ้นกลับสู่ความเชื่อของบรรพบุรุษ และพวกเขาปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า “ตลอดรัชกาลของ[โยสิยาห์]” (ข้อ 33)
พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์จอมเจ้านายแห่งพระเมตตาที่เหนือความคาดหมายพระองค์ทรงสามารถให้สิ่งดีเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง จากก้อนกรวดแห่งสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดของชีวิต จงจับตาดูพระองค์ให้ดี พระองค์อาจทำเช่นนั้นอีกในวันนี้
การฟังเป็นสิ่งสำคัญ
“มาทันที เราชนภูเขาน้ำแข็งแล้ว” นี่คือข้อความแรกที่ฮาโรลด์ คอตแทมผู้ควบคุมระบบสื่อสารบนเรือคาร์ปาเทียได้รับจากเรือไททานิคที่กำลังจมเมื่อเวลา 00:25 น.ในวันที่ 15 เมษายน 1912 คาร์ปาเทียเป็นเรือลำแรกที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ และช่วยชีวิตไว้ได้ 706 คน
ในการวินิจฉัยของวุฒิสภาสหรัฐหลายวันต่อมา กัปตันเรือคาร์ปาเทีย อาเธอร์ รอสตรอนให้การว่า “ทั้งหมดนี้เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้าทั้งสิ้น... ผู้ควบคุมระบบสื่อสารอยู่ในห้องพักของเขาในขณะนั้นเพราะเป็นช่วงเลิกงาน
เขาเพียงแค่เปิดหูฟังขณะเปลี่ยนเสื้อผ้า... ภายในสิบนาทีเขาคงจะหลับไปแล้ว และพวกเราคงจะไม่ได้ยินข้อความนี้”
การฟังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการฟังเสียงของพระเจ้า เหล่าบุตรของโคราห์ผู้เขียนพระธรรมสดุดี 85 กำชับถึงเรื่องการตั้งใจเชื่อฟัง เมื่อเขียนว่า “ขอให้ข้าพระองค์ได้ฟังความที่พระเจ้าจะตรัส เพราะพระองค์จะตรัสความสันติแก่ประชากรของพระองค์ แก่ธรรมิกชนของพระองค์ แต่อย่าให้เขาทั้งหลายหันกลับไปสู่ความโง่อีก แน่ทีเดียวที่ความรอดของพระองค์อยู่ใกล้คนที่เกรงกลัวพระองค์” (ข้อ 8-9) คำเตือนของพวกเขาเต็มไปด้วยความสะเทือนใจ เพราะบรรพบุรุษของพวกเขากบฏต่อพระเจ้าและได้ถูกทำลายในถิ่นทุรกันดาร (กดว.16:1-35)
ในคืนที่เรือไททานิคจมมีเรืออีกลำหนึ่งที่อยู่ใกล้กว่ามาก แต่ผู้ควบคุมระบบสื่อสารได้หลับไปแล้ว หากเขาได้ยินสัญญาณขอความช่วยเหลือคงจะมีผู้รอดชีวิตมากกว่านี้ เมื่อเราฟังเสียงพระเจ้าและเชื่อฟังคำสอนของพระองค์ พระองค์จะทรงช่วยนำเราให้ข้ามผ่านอุปสรรคที่ยากที่สุดในชีวิตของเรา
คำอธิษฐานกับผงคลีดินและดวงดาว
ลาร่าและเดฟต้องการอย่างยิ่งที่จะมีลูก แต่แพทย์บอกว่าพวกเขาไม่สามารถมีลูกได้ ลาร่าปรับทุกข์กับเพื่อนว่า “ฉันได้เปิดใจพูดคุยกับพระเจ้าตรงๆหลายครั้ง” แต่หลังจากการ “พูดคุย” ครั้งหนึ่ง เธอและเดฟได้คุยกับศิษยาภิบาลซึ่งบอกพวกเขาถึงพันธกิจการรับบุตรบุญธรรมของคริสตจักร หนึ่งปีต่อมาพวกเขาก็ได้รับพระพรจากการรับเลี้ยงทารกชายคนหนึ่ง
ในปฐมกาล 15 พระคัมภีร์กล่าวถึงการสนทนาแบบตรงไปตรงมาของอับรามกับพระเจ้า พระเจ้าตรัสกับเขาว่า “อับรามเอ๋ย เจ้าอย่ากลัวเลย เราเป็น...บำเหน็จของเจ้าจะยิ่งใหญ่” (ข้อ 1 TNCV) แต่อับรามยังไม่มั่นใจในพระสัญญาเกี่ยวกับอนาคต จึงตอบไปตรงๆว่า “ข้าแต่พระเจ้า พระองค์จะทรงโปรดประทานอะไรแก่ข้าพระองค์ ด้วยว่าข้าพระองค์ยังไม่มีบุตรเลย” (ข้อ 2)
ก่อนหน้านี้พระเจ้าทรงสัญญากับอับรามว่า “เราจะกระทำให้เชื้อสายของเจ้ามากเหมือนผงคลีดิน” (13:16) ตอนนี้อับรามย้ำเตือนพระเจ้าในเรื่องนี้ด้วยความคิดอย่างมนุษย์ แต่พระเจ้าทรงรับรองโดยบอกให้ท่านมองดูฟ้า “ถ้าเจ้านับดาวทั้งหลายได้ ก็นับไปเถิด” ซึ่งบ่งบอกว่าท่านจะมีพงศ์พันธุ์เหลือคณานับ (15:5)
พระเจ้าทรงแสนดี ที่ไม่เพียงยอมรับคำอธิษฐานอย่างตรงไปตรงมา แต่ยังทรงรับรองแก่อับรามอย่างอ่อนโยน! ต่อมาพระเจ้าทรงเปลี่ยนชื่อท่านเป็นอับราฮัม (“บิดาของประชาชาติมากมาย”) เช่นเดียวกับอับราฮัม คุณและผมก็สามารถเปิดใจต่อพระองค์และวางใจว่าพระองค์จะทรงกระทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเราและผู้อื่น
ในพระเจ้าเราวางใจ
ช่วงแรกของสงครามปฏิวัติอเมริกา ปฏิบัติการเพื่อต่อต้านกองทัพอังกฤษได้เริ่มขึ้นในเมืองควิเบก เมื่อกองทัพเคลื่อนผ่านนิวเบอรี่พอร์ต รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งอยู่ระหว่างทางไปแคนาดา พวกเขาหยุดที่หลุมศพของนักเทศน์ชื่อดัง จอร์จ วิทฟิลด์ โลงศพของเขาถูกเปิดออก คอปกและข้อมือเสื้อถูกถอด ผ้าถูกตัดเป็นชิ้นๆ และแบ่งกันด้วยความเชื่อผิดๆว่าจะช่วยให้ทหารประสบความสำเร็จ
ปฏิบัติการครั้งนั้นล้มเหลว แต่สิ่งที่เหล่าทหารทำแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของมนุษย์เราที่มักเชื่อในบางสิ่งที่มีค่าน้อยกว่าความสัมพันธ์กับพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือกำลังของมนุษย์ แม้แต่ประเพณีทางศาสนาเพื่อความเป็นอยู่ดีของเรา พระเจ้าทรงเตือนคนของพระองค์ในเรื่องนี้เมื่ออัสซีเรียบุกมาโจมตีและพวกเขาแสวงหาความช่วยเหลือจากฟาโรห์แทนที่จะหันจากความบาปและกลับมาหาพระเจ้า “พระเจ้าองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘ในการกลับและหยุดพัก เจ้าทั้งหลายจะรอด กำลังของเจ้าจะอยู่ในความสงบ และความไว้วางใจ’ และเจ้าก็ไม่ยอมทำตาม แต่เจ้าทั้งหลายว่า ‘อย่าเลย เราจะขี่ม้าหนีไป’ เพราะฉะนั้น เจ้าก็จะหนีไป!” (อสย.30:15-16)
“ปฏิบัติการ” ของพวกเขาล้มเหลวเช่นกัน (ดังที่พระเจ้าตรัส) และอัสซีเรียมีชัยชนะเหนือยูดาห์ แต่พระเจ้าตรัสกับคนของพระองค์ด้วยว่า “พระเจ้าทรงคอยที่จะทรงพระกรุณาเจ้าทั้งหลาย” แม้ในยามที่เราเชื่อวางใจในสิ่งอื่นที่สำคัญน้อยกว่าพระองค์ พระเจ้าก็ยังทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์มาเพื่อช่วยให้เรากลับไปหาพระองค์ “ผู้ที่คอยท่าพระองค์จะได้รับพระพร” (ข้อ18)
พระเจ้าแห่งความยุติธรรม
มันน่าจะเป็น “วัวรับบาป” ตัวใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เราไม่รู้ว่ามันชื่อเดซี่ แมเดลิน หรือ เกว็นโดลินกันแน่ (มีคนเสนอชื่อเหล่านี้) แต่วัวของนางโอเลียรีถูกโทษว่าเป็นสาเหตุของไฟไหม้ครั้งใหญ่ในชิคาโกเมื่อปี 1871 ทำให้ชาวเมืองหนึ่งในสามต้องไร้บ้าน ลมที่พัดแรงกับโครงสร้างที่เป็นไม้ทำให้ไฟโหมไหม้อยู่ถึงสามวัน และคร่าชีวิตคนไปเกือบสามร้อย
เป็นเวลาหลายปีที่ผู้คนเชื่อว่าวัวชนตะเกียงล้มจนเกิดไฟไหม้ หลังมีการสืบสวนเพิ่มเติม ในอีก 126 ปีต่อมาคณะกรรมการตำรวจและอัคคีภัยของเมืองได้ลงมติให้วัวและเจ้าของพ้นผิด และให้มีการสืบสวนเพื่อนบ้านคนหนึ่งอย่างละเอียด
ความยุติธรรมมักใช้เวลา และพระวจนะยอมรับว่านี่เป็นเรื่องที่ยาก คำว่า “นานเท่าใด” ถูกพูดซ้ำถึงสี่ครั้งในสดุดี 13 “ข้าแต่พระเจ้า อีกนานเท่าใด พระองค์จะทรงลืมข้าพระองค์เสียเป็นนิตย์ หรือพระองค์จะเบือนพระพักตร์จากข้าพระองค์นานเท่าใด ข้าพระองค์จะต้องตรึกตรองในใจของข้าพระองค์ และมีความทุกข์โศกอยู่ในใจตลอดไปนานเท่าใด ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด” (ข้อ 1-2) แต่ในระหว่างการคร่ำครวญนี้ ดาวิดพบเหตุผลที่จะเชื่อและมีความหวัง นั่นคือ “แต่ข้าพระองค์วางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ จิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์” (ข้อ 5)
เมื่อแม้ความยุติธรรมมาช้า แต่ความรักของพระเจ้าจะไม่ทำให้เราผิดหวัง เราวางใจและพักสงบในพระองค์ได้ ไม่ใช่เพียงแค่ชั่วคราวแต่ตลอดไปเป็นนิตย์
คุ้มค่าหรือคู่ควร
เฮเลน โรสแวร์ แพทย์ชาวอังกฤษซึ่งเป็นมิชชันนารีในคองโกทวีปแอฟริกาถูกพวกกบฏจับขังระหว่างการกบฏซิมบ้าในปี 1964 เธอทุกข์ทรมานสาหัสจากการถูกทุบตีและทำร้าย หลายวันหลังจากนั้นเธอถามตัวเองว่า “นี่คุ้มแล้วหรือ”
ขณะที่เธอเริ่มใคร่ครวญสิ่งที่ต้องสูญเสียจากการติดตามพระเยซู เธอรู้สึกว่าพระเจ้าตรัสกับเธอในเรื่องนี้ หลายปีต่อมาเธออธิบายกับผู้สัมภาษณ์รายหนึ่งว่า “เมื่อเจอช่วงเวลาเลวร้ายระหว่างการกบฏและดูเหมือนสิ่งที่ต้องสูญเสียมีมากเกินไป องค์พระผู้เป็นเจ้าดูเหมือนจะตรัสกับฉันว่า “เปลี่ยนคำถามเสีย” ไม่ใช่ “นี่คุ้มแล้วหรือ” แต่เป็น “เราคู่ควรหรือไม่” เธอสรุปว่าไม่ว่าเธอจะต้องทนทุกข์มากเท่าไร “คำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งคือ ‘ใช่’ พระองค์ทรงสมควร”
โดยพระคุณพระเจ้าที่ทำงานภายในเธอท่ามกลางการทดสอบอันสาหัส เฮ-เลน โรสแวร์ตัดสินใจว่าองค์พระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงทนทุกข์จนถึงความตายเพื่อเธอ ทรงสมควรแก่การติดตามไม่ว่าเธอจะต้องเผชิญกับอะไร ถ้อยคำที่เธอบอกว่า “พระองค์ทรงสมควร” เป็นเสียงที่สะท้อนถึงเสียงร้องของผู้ที่รายล้อมพระบัลลังก์ของพระเยซูในพระธรรมวิวรณ์ซึ่ง “ร้องเสียงดังว่า ‘พระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์แล้วนั้น เป็นผู้ที่สมควรได้รับฤทธิ์เดช ทรัพย์สมบัติ ปัญญา อานุภาพ เกียรติ พระสิริ และคำสดุดี’” (5:12)
พระผู้ช่วยให้รอดของเราทนทุกข์ หลั่งพระโลหิตและสิ้นพระชนม์เพื่อเรา ยอมสละพระองค์เองเพื่อให้เรารับชีวิตและความหวังนิรันดร์โดยไม่เสียอะไรทั้งสิ้นที่พระองค์ยอมสละนั้นสมควรกับการที่เราจะมอบถวายทั้งสิ้นของเรา พระองค์ทรงสมควร!
ดินแข็งและความกรุณาอันอ่อนโยน
ตอนที่เจมส์อายุหกขวบ เดวิดพี่ชายของเขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุจากสเก็ตน้ำแข็งเพียงหนึ่งวันก่อนวันเกิดอายุครบสิบสี่ปี หลายปีหลังจากนั้นเจมส์พยายามอย่างมากที่จะปลอบโยนมาร์กาเร็ตมารดาผู้ทุกข์ระทมที่คอยเตือนตนเองว่าลูกชายคนโตของเธอจะไม่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการโตเป็นผู้ใหญ่ ความคิดแบบเดียวกันนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้จินตนาการอันบรรเจิดของเจมส์ แบร์รี่ ในหลายสิบปีต่อมา ก่อให้เกิดตัวละครที่ไม่มีวันแก่ในนิทานยอดนิยมของเด็กชื่อ ปีเตอร์ แพน ดอกไม้งอกขึ้นผ่านบาทวิถีได้ฉันใด สิ่งดีก็งอกงามขึ้นได้จากดินแข็งแห่งจิตใจที่เจ็บปวดเกินจินตนาการฉันนั้น
เราอบอุ่นหัวใจเมื่อคิดว่าพระเจ้าทรงสามารถให้เกิดสิ่งดีได้อย่างสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ตัวอย่างอันงดงามคือเรื่องของนางรูธในพันธสัญญาเดิม นาโอมีสูญเสียลูกชายทั้งสองที่เป็นที่พึ่งไป สะใภ้หม้ายคือ นางรูธ เลือกที่จะอยู่ดูแลนาโอมีและรับใช้พระเจ้าของแม่สามี (นรธ.1:16) ในตอนท้าย การจัดเตรียมของพระเจ้ามอบความสุขยินดีเกินคาดคิดแก่พวกเธอ นางรูธแต่งงานใหม่และมีลูก “เขาตั้งชื่อเด็กคนนั้นว่าโอเบดผู้เป็นบิดาของเจสซีซึ่งเป็นบิดาของดาวิด” (4:17) ชื่อของเขาจะอยู่ในรายชื่อบรรพบุรุษของพระเยซู (มธ.1:5)
พระกรุณาอันอ่อนโยนของพระเจ้าเอื้อมออกมาไกลเกินกว่าที่เราจะเข้าใจและมาพบกับเราในที่แห่งความประหลาดใจ จงคอยเฝ้าดู! คุณอาจจะได้เห็นในวันนี้ JBB
ที่ลี้ภัยของผู้ถูกปฏิเสธ
จอร์จ วิทฟิลด์ (ค.ศ. 1714-1770) เป็นนักเทศน์ที่มีของประทานและมีความสามารถที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ท่านนำคนเป็นพันๆมาเชื่อพระเยซู แต่ชีวิตท่านก็ยังมีคนไม่เห็นด้วย วิธีประกาศกลางแจ้งของท่าน (เพื่อรองรับคนจำนวนมาก) บางครั้งก็ถูกวิจารณ์จากผู้ที่สงสัยในแรงจูงใจของท่านและคิดว่าท่านควรพูดในที่มิดชิดภายในคริสตจักรเท่านั้น คำจารึกที่หลุมฝังศพของท่านคือท่าทีตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านั้น “ข้าพเจ้าพอใจที่จะรอจนถึงวันแห่งการพิพากษาเพื่อจะแก้ข้อสงสัยเกี่ยวกับชีวิตของข้าพเจ้า และหลังจากที่ข้าพเจ้าตายไปแล้ว ข้าพเจ้าไม่อยากได้คำจารึกที่หลุมฝังศพนอกจากที่ว่า ‘นี่คือจอร์จ วิทฟิลด์ เขาเป็นคนเช่นไร ก็จะได้ประจักษ์ในวันอันยิ่งใหญ่นั้น’”
ในพันธสัญญาเดิม เมื่อดาวิดเผชิญกับคำต่อว่าที่รุนแรง ท่านได้มอบตัวเองให้พระเจ้าเช่นกัน เมื่อถูกซาอูลกล่าวร้ายว่าเป็นผู้นำกบฏและต้องซ่อนตัวในถ้ำจากกองทัพของซาอูลที่ใกล้เข้ามา ดาวิดบรรยายถึงการอยู่ “ท่ามกลางเหล่าสีหราช” ท่ามกลางผู้ที่ “ฟันของเขาทั้งหลายคือหอกและลูกธนู ลิ้นของเขาคือดาบคม” (สดด.57:4) แม้ในสถานการณ์ย่ำแย่ ท่านหันไปหากำลังใจจากพระเจ้า “เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ใหญ่ยิ่งถึงฟ้าสวรรค์ ความสัตย์สุจริตของพระองค์สูงถึงเมฆ” (ข้อ 10)
เมื่อผู้อื่นเข้าใจผิดหรือปฏิเสธเรา พระเจ้าทรงเป็น “ที่ลี้ภัย” (ข้อ 1) ขอให้พระองค์ทรงเป็นที่สรรเสริญตราบนิรันดร์ในความรักเมตตาที่ไม่มีวันสูญสิ้น!
ปกปักรักษา
ขณะที่ผมกำลังจัดระเบียบสวนเพื่อเตรียมปลูกพืชของฤดูใบไม้ผลิ ผมดึงวัชพืชฤดูหนาวกอใหญ่ออก... แล้วกระโดดตัวลอย! งูพิษคอปเปอร์เฮทซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ด้านล่างมือผม ถ้าต่ำกว่านี้อีกนิ้วเดียว ผมอาจพลาดไปจับโดนมันเข้า ผมเห็นลายหลากสีสันของมันทันทีที่ดึงวัชพีชขึ้น ลำตัวส่วนที่เหลือนั้นขดอยู่ในดงวัชพืชระหว่างเท้าของผม
ตอนที่เท้าของผมเหยียบไปบนพื้นห่างออกไปไม่กี่ฟุต ผมขอบคุณพระเจ้าที่ไม่โดนกัด และผมนึกประหลาดใจว่ามีอีกกี่ครั้งที่พระองค์ได้ทรงช่วยผมไว้จากอันตรายที่ผมไม่รู้ว่าอยู่ตรงนั้น
พระเจ้าทรงเฝ้าระวังอยู่เหนือคนของพระองค์ โมเสสบอกคนอิสราเอลก่อนพวกเขาจะเข้าไปยังดินแดนแห่งพระสัญญา “ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเจ้า พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย” (ฉธบ.31:8) พวกเขามองไม่เห็นพระเจ้า ถึงกระนั้นพระองค์ทรงอยู่กับเขา
บางครั้งความลำบากเกิดขึ้นโดยที่เราไม่เข้าใจ แต่เราสามารถระลึกถึงเหตุการณ์ในหลายๆครั้งที่พระเจ้าทรงปกป้องเราโดยที่เราไม่รู้ตัวได้!
พระคัมภีร์ย้ำเตือนเราว่าการจัดเตรียมที่สมบูรณ์ของพระองค์นั้นมีสำหรับประชากรของพระองค์ทุกวัน พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ (มธ.28:20)