รอคอยพระพร
ร้านอาหารยอดนิยมในกรุงเทพเสิร์ฟน้ำซุปที่ทำจากน้ำต้มกระดูกซึ่งผ่านการปรุงรสมาเป็นเวลานานถึง 45 ปี และมีการเติมใหม่ทุกวัน กรรมวิธีในการตุ๋นหรือเคี่ยวอย่างต่อเนื่องยาวนานนี้มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง เช่นเดียวกับที่ “ของเหลือ” บางอย่างมักมีรสดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เวลาในการปรุงที่ยาวนานก็จะช่วยผสมผสานและสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับอาหาร ร้านแห่งนี้ชนะรางวัลน้ำซุปที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยหลายรางวัลด้วยกัน
สิ่งดีมักต้องใช้เวลา แต่ธรรมชาติมนุษย์มักมีปัญหาเรื่องความอดทน คำถามที่ว่า “อีกนานแค่ไหน” จึงปรากฏอยู่ทั่วพระคัมภีร์ ตัวอย่างเช่นผู้เผยพระวจนะฮาบากุกผู้เริ่มต้นหนังสือของท่านด้วยคำถามที่ว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะร้องทุกข์นานสักเท่าใด และพระองค์มิได้ทรงฟัง” (ฮบก.1: 2) ฮาบากุก (แปลว่า “นักสู้”) ได้พยากรณ์ถึงการที่พระเจ้าทรงพิพากษาประเทศของท่าน (ยูดาห์) โดยการรุกรานจากอาณาจักรบาบิโลน ท่านปล้ำสู้กับการที่พระเจ้าทรงปล่อยให้คนชั่วเจริญขึ้นโดยการหาประโยชน์จากผู้อื่น แต่พระเจ้าสัญญาว่าความหวังและการฟื้นฟูจะมาในเวลาของพระองค์ “เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่...ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่ คงไม่ล่าช้านัก” (2:3)
ชาวยิวตกเป็นเชลยในบาบิโลนถึง 70 ปี ซึ่งอาจดูว่านานในสายตาของมนุษย์ แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและรักษาพระดำรัสของพระองค์
พระพรที่ดีที่สุดบางอย่างอาจต้องรอนานกว่าจะได้รับ แม้พระพรนั้นดูเหมือนช้า แต่จงมองไปที่พระองค์! พระองค์ทรงเตรียมพระพรทุกประการด้วยสติปัญญาและการดูแลที่สมบูรณ์แบบ และพระองค์ทรงควรค่าแก่การรอคอยเสมอ
รอยพระบาทของพระเจ้า
“ผมรู้ว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหน” หลานชายวัยสี่ขวบบอกแครี่ภรรยาของผม “ที่ไหนหรือจ๊ะ” เธอถามด้วยความอยากรู้ “พระองค์อยู่ในป่าข้างบ้านของย่าฮะ” เขาตอบ
แครี่เล่าสิ่งที่คุยกับหลานให้ผมฟัง เธอสงสัยว่าอะไรทำให้เขาคิดเช่นนั้น“ผมรู้” ผมตอบ “ตอนที่เราเข้าไปเดินเล่นในป่ากับเขาคราวก่อน ผมบอกเขาว่าแม้เราจะมองไม่เห็นพระเจ้า แต่เรามองเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำได้” “หลานเห็นรอยเท้าของปู่ไหม” ผมถามหลานชายตอนที่เราย่ำลงบนพื้นทรายริมแม่น้ำ “สัตว์ต่างๆ ต้นไม้ และแม่น้ำ ก็เป็นเหมือนรอยเท้าของพระเจ้า เรารู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่เพราะเราเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง”
ผู้เขียนสดุดี 104 ชี้ให้เห็นพระเจ้าผ่านสิ่งที่ทรงสร้างเช่นกัน ท่านร้องว่า“ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์มากมายจริงๆ พระองค์ทรงสร้างการงานนั้นทั้งสิ้นด้วยพระปัญญา แผ่นดินโลกมีสิ่งที่ทรงสร้างเต็มหมด” (ข้อ 24) คำว่าพระปัญญาในภาษาฮีบรูในที่นี้มักใช้บ่อยครั้งในพระคัมภีร์เพื่อบรรยายถึงงานฝีมือชั้นเยี่ยม พระราชกิจของพระเจ้าในธรรมชาติประกาศถึงการมีอยู่ของพระองค์และทำให้เราอยากสรรเสริญพระองค์
สดุดี 104 เริ่มและจบด้วยประโยค “จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า” (ข้อ 1, 35) จากมือของทารกถึงดวงตาของนกอินทรี ผลงานขององค์พระผู้สร้างที่อยู่รอบตัวเราบอกถึงฝีพระหัตถ์อันยอดเยี่ยมของพระองค์ ขอให้เราชื่นชมอย่างอัศจรรย์ใจในวันนี้ และสรรเสริญพระองค์!
พระเจ้าผู้ไม่มีตัวตน
“บางครั้งฉันรู้สึกเหมือนไร้ตัวตน แต่ฉันก็อยากให้พระเจ้าใช้ฉันเหมือนกัน” ผมได้คุยกับแอนขณะที่เธอเก็บกวาดห้องออกกำลังกายในโรงแรมที่ผมไปใช้บริการ จากการสนทนาผมค้นพบเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของเธอ
“ฉันเคยติดยาและขายตัวอยู่ข้างถนน” เธอเล่า “แต่ฉันรู้ว่าพระเจ้าต้องการให้ฉันเลิกยาและเดินไปกับพระองค์ วันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ฉันคุกเข่าลงที่พระบาทของพระเยซู และพระองค์ทรงปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ”
ผมขอบคุณแอนที่แบ่งปันเรื่องราวที่พระเจ้าได้ทรงกระทำเพื่อเธอและยืนยันว่าเธอไม่ได้ไร้ตัวตน พระเจ้าทรงใช้เธอในการสนทนานี้ด้วยวิธีที่งดงาม เพื่อเตือนผมถึงฤทธานุภาพในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระองค์
พระเจ้าทรงรักที่จะใช้บุคคลที่มักถูกมองข้าม อัครทูตอันดรูว์ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักดีเท่ากับเปโตรพี่ชายของเขา แต่พระคัมภีร์บันทึกว่า “แล้วอันดรูว์ก็ไปหาซีโมน[เปโตร]พี่ชายของตนก่อน และบอกเขาว่า ‘เราได้พบพระเมสสิยาห์แล้ว’...อันดรูว์จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู” (ยน.1:41-42)
เปโตรได้พบพระเยซูผ่านอันดรูว์ เมื่ออันดรูว์ซึ่งเป็นศิษย์คนหนึ่งของยอห์นผู้ให้บัพติศมาได้รู้จักพระเยซูผ่านยอห์น เขาติดตามและเชื่อในพระองค์ และเขาบอกกับพี่ชายของเขาทันที ความสัตย์ซื่ออย่างเงียบๆของอันดรูว์ได้สร้างผลกระทบที่เขย่าโลกนี้
พระเจ้าทรงให้คุณค่าการรับใช้ที่สัตย์ซื่อมากกว่าชื่อเสียง พระองค์ทรงใช้เราได้อย่างทรงพลานุภาพในทุกที่ที่เราอยู่ แม้กระทั่งในยามที่ไม่มีใครเห็น
เมื่อเกิดสันติสุข
ในคืนก่อนคริสต์มาสอันหนาวเย็นที่เบลเยียมในปี 1914 เสียงร้องเพลงดังมาจากสนามเพลาะที่ทหารอยู่ เนื้อร้อง “ราตรีสงัด” ดังออกมาเป็นภาษาเยอรมันสลับกับภาษาอังกฤษ ทหารที่ยิงต่อสู้กันเมื่อตอนกลางวันวางอาวุธลงและออกมาจากสนามเพลาะเพื่อจับมือกันใน “เขตแดนไร้เจ้าของ” ที่อยู่ระหว่างพวกเขา แลกเปลี่ยนคำอวยพรคริสต์มาสและของขวัญเท่าที่มีซึ่งไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า การหยุดยิงดำเนินต่อไปถึงวันรุ่งขึ้น ทหารได้พูดคุยและหัวเราะด้วยกัน จนถึงขั้นจัดการแข่งขันฟุตบอลกัน
การหยุดยิงในวันคริสต์มาสปี 1914 ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งเกิดขึ้นตลอดแนวรบที่เรียกว่าเวสเทิร์นฟรอนต์ แสดงให้เห็นสันติสุขที่ทูตสวรรค์กล่าวถึงในคืนก่อนคริสต์มาสแรกเมื่อนานมาแล้ว ทูตสวรรค์องค์หนึ่งกล่าวกับคนเลี้ยงแกะที่หวาดกลัวว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมายังท่านทั้งหลาย คือความปรีดียิ่งซึ่งจะมาถึงคนทั้งปวง เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือพระคริสตเจ้ามาบังเกิดที่เมืองดาวิด” (ลก.2:10-11) จากนั้นทูตสวรรค์อีกหมู่หนึ่งปรากฏขึ้น “สรรเสริญพระเจ้าว่า ‘พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น’” (ข้อ 13-14)
พระเยซูคือ “องค์สันติราช” ที่ช่วยเราให้รอดจากบาปของเรา (อสย.9:6) ด้วยการเสียสละบนกางเขน พระองค์หยิบยื่นการอภัยโทษและสันติสุขร่วมกับพระเจ้าให้แก่ทุกคนที่วางใจในพระองค์
คริสต์มาสอยู่กับเรา
“ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียง เมื่อพระองค์เสด็จมา คนผิดคนบาปที่สารภาพ พระองค์จะทรงเมตตา” เนื้อร้องจากบทเพลงสรรเสริญอันเป็นที่รักของคนทั่วโลกโดยฟิลิปส์ บรู๊คที่ชื่อว่า “มีบ้านหมู่น้อยชื่อเบธเลเฮม” บอกถึงหัวใจของคริสต์มาส พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลกที่แตกสลายเพื่อช่วยกู้เราจากความผิดบาป และประทานให้ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ได้มีความสัมพันธ์แห่งชีวิตใหม่กับพระบิดา
หลายสิบปีหลังจากเขียนเพลงนี้ บรู๊คเขียนจดหมายถึงเพื่อนบรรยายผลลัพธ์ของความสัมพันธ์นี้ในชีวิตของเขาว่า “ผมบอกคุณไม่ได้ว่าความสัมพันธ์นี้เติบโตขึ้นในตัวผมอย่างไร พระองค์ทรงอยู่ที่นี่ ทรงรู้จักผมและผมรู้จักพระองค์ นี่ไม่ใช่คำพูดลอยๆ แต่เป็นเรื่องจริงที่สุดในโลก และเป็นจริงยิ่งขึ้นทุกวัน และเป็นความพิศวงอันน่ายินดีว่าความสัมพันธ์นี้จะเติบโตไปเป็นแบบใดเมื่อเวลาผ่านไป”
ความเชื่อมั่นในการสถิตอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของบรู๊คสะท้อนถึงพระนามหนึ่งของพระเยซูตามที่อิสยาห์ได้พยากรณ์ไว้ว่า “หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนหนึ่งและเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล” (อสย. 7:14) พระกิตติคุณมัทธิวได้ให้ความหมายชื่อภาษาฮีบรูนี้ไว้ว่า “พระเจ้าทรงอยู่กับเรา” (1:23)
พระเจ้าเสด็จมาใกล้เราโดยทางพระเยซูเพื่อเราจะรู้จักกับพระองค์เป็นการส่วนตัว และอยู่กับพระองค์ตลอดไป การทรงสถิตอยู่กับเราด้วยความรักเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
พระเจ้าทรงได้ยินทุกสิ่ง
หนึ่งในความล่าช้าที่สุดของการส่งไปรษณีย์ที่มีบันทึกไว้ใช้เวลายาวนานถึง 89 ปี ในปี 2008 เจ้าของบ้านในประเทศอังกฤษได้รับบัตรเชิญงานเลี้ยงซึ่งถูกส่งมาให้กับเจ้าของบ้านคนก่อนตั้งแต่ปี 1919 บัตรเชิญถูกส่งตรงจากไปรษณีย์ของราชวงศ์มาถึงตู้จดหมาย แต่สาเหตุของความล่าช้ายังคงเป็นปริศนา
แม้แต่ความพยายามในการสื่อสารที่ดีที่สุดของมนุษย์ยังทำให้เราผิดหวังได้ในบางครั้ง แต่พระคัมภีร์บอกเราอย่างชัดเจนว่าพระเจ้าไม่เคยพลาดที่จะได้ยินประชากรผู้สัตย์ซื่อของพระองค์ ใน 1 พงศ์กษัตริย์ 18 เอลียาห์แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่น่าตื่นตะลึงระหว่างพระบาอัลกับพระเยโฮวาห์ ในการเผชิญหน้าเพื่อสำแดงว่าใครคือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ หลังจากผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลสวดอ้อนวอนหลายชั่วโมง เอลียาห์เยาะเย้ยพวกเขาว่า “ร้องให้ดังๆซี เพราะท่านเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง ท่านกำลังติดธุระอยู่ หรือท่านกำลังไปทุ่ง หรือท่านไปเที่ยว หรือชะรอยท่านกำลังหลับอยู่และจะต้องปลุก” (ข้อ 27) แล้วเอลียาห์ก็อธิษฐานขอให้พระเยโฮวาห์ทรงตอบเพื่อประชากรของพระองค์จะกลับมีความเชื่อ และฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าได้สำแดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ขณะที่คำอธิษฐานของเราอาจจะไม่ได้รับคำตอบทันทีเหมือนของเอลียาห์ แต่เรามั่นใจได้ว่าพระเจ้าทรงได้ยิน (สดด.34:17) พระคัมภีร์ย้ำเตือนเราว่าพระองค์ให้ความสำคัญกับคำอธิษฐานของเรามากจนใส่มันไว้ใน “ขันทองคำ” ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์เหมือนเครื่องหอม (วว.5:8) พระเจ้าจะทรงตอบทุกคำอธิษฐานตามพระปัญญาและวิธีที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ ไม่มีจดหมายฉบับใดหายในแผ่นดินสวรรค์
ฟังเสียงข้ามดวงดาว
ลองจินตนาการถึงชีวิตที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ สัญญาณอินเตอร์เน็ต จีพีเอส บลูทูธ หรือเตาไมโครเวฟ นี่คือวิถีชีวิตในเมืองเล็กชื่อว่ากรีนแบงก์ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็น ”เมืองที่เงียบที่สุดในอเมริกา” นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของหอดูดาวกรีนแบงก์ ซึ่งมีกล้องโทรทรรศน์วิทยุนำทางที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล้องนี้ต้องการความ ”เงียบ” เพื่อจะ “ฟัง” คลื่นวิทยุที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ ที่มาจากการเคลื่อนที่ของกลุ่มวัตถุและหมู่ดาวในอวกาศ มันมีพื้นผิวรับสัญญาณใหญ่กว่าสนามฟุตบอล และตั้งอยู่ใจกลางเขตปลอดสัญญาณวิทยุแห่งชาติบนพื้นที่ 34,000 ตารางกิโลเมตร ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันกล้องโทรทรรศน์ที่มีความไวสูงไม่ให้ถูกรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์
ความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้ยิน “ดนตรีของหมู่ดาวในอวกาศ” สิ่งนี้ยังช่วยเตือนผมถึงความจำเป็นที่เราต้องเงียบเสียงลงเพื่อจะฟังเสียงขององค์ผู้สร้างจักรวาล พระเจ้าทรงสื่อสารกับประชากรที่หลงหาย และถูกรบกวนผ่านทางผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ว่า “เอียงหูของเจ้าและมาหาเรา จงฟังเพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า” (อสย.55:3) พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะมอบความรักอันสัตย์ซื่อของพระองค์ แก่ผู้ที่เสาะหาและหันกลับมาหาพระเจ้าเพื่อรับการอภัยโทษบาป
เราตั้งใจฟังเสียงของพระเจ้าได้โดยหันจากสิ่งรบกวนมาพบพระองค์ในการอ่านพระคัมภีร์และการอธิษฐาน พระเจ้าไม่ได้ทรงอยู่ห่างไกล พระองค์ปรารถนาให้เราจัดสรรเวลาให้กับพระองค์ เพื่อพระองค์จะเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิตประจำวันของเรา และในตลอดนิรันดร์
รักผู้อื่นด้วยคำอธิษฐาน
“ยังมีคนอธิษฐานเผื่อผมอยู่ไหม” นั่นเป็นหนึ่งในคำถามแรกๆที่มิชชันนารีถามภรรยาทุกครั้งที่เธอได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมในเรือนจำ เขาถูกกล่าวหาและถูกจองจำเพราะความเชื่อเป็นเวลาสองปี ชีวิตเขาตกอยู่ในอันตรายบ่อยครั้งเพราะสภาพแวดล้อมและความรุนแรงในเรือนจำ และผู้เชื่อทั่วโลกอธิษฐานเผื่อเขาอย่างร้อนรน เขาต้องการคำยืนยันว่าคนเหล่านั้นจะไม่หยุดอธิษฐานเพราะเขาเชื่อว่าพระเจ้าทรงใช้คำอธิษฐานเหล่านั้นด้วยฤทธิ์เดช
คำอธิษฐานเผื่อผู้อื่นของเรา โดยเฉพาะผู้ที่ถูกข่มเหงเพราะความเชื่อนั้นเป็นของประทานที่สำคัญ เปาโลกล่าวชัดเจนในเรื่องนี้เมื่อท่านเขียนถึงผู้เชื่อในเมืองโครินธ์เกี่ยวกับความยากลำบากระหว่างการเดินทางไปประกาศ ท่าน “หนักใจเหลือกำลัง จนเราเกือบหมดหวังที่จะเอาชีวิตรอดมาได้” (2 คร.1:8) แล้วจากนั้นท่านบอกว่าพระเจ้าทรงปลดปล่อยท่านและอธิบายถึงเครื่องมือที่พระองค์ใช้คือ “เราตั้งความหวังในพระองค์ว่าจะทรงช่วยเราต่อไป เช่นเดียวกับที่ท่านช่วยเราโดยคำอธิษฐานของท่าน” (ข้อ 10-11 TNCV)
พระเจ้าทรงเคลื่อนผ่านคำอธิษฐานของเรา เพื่อจะทำให้สิ่งดีสำเร็จในชีวิตประชากรของพระองค์ วิธีหนึ่งที่จะรักผู้อื่นได้ดีที่สุดคือการอธิษฐานเผื่อพวกเขา เพราะคำอธิษฐานของเราเปิดประตูไปสู่ความช่วยเหลือที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ เมื่อเราอธิษฐานเผื่อผู้อื่น เราก็รักพวกเขาด้วยพระกำลังของพระองค์ ไม่มีผู้ใดที่ยิ่งใหญ่หรือรักได้มากกว่าพระองค์
คลื่นลูกใหญ่ที่สุด
ผู้คนชอบเล่น “คลื่นมนุษย์” ในการแข่งกีฬาหรือการแสดงดนตรีทั่วโลก โดยเริ่มจากคนไม่กี่คนที่ยืนขึ้นและชูมือ ไม่นานคนที่นั่งข้างพวกเขาก็ทำตามเป้าหมายคือทำให้เกิดการเคลื่อนที่ต่อเนื่องวนรอบสนามกีฬา เมื่อวนครบรอบแล้ว คนที่เริ่มจะยิ้มและโห่ร้องแล้วทำต่อไป
การทำคลื่นมนุษย์ครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้เกิดขึ้นในการแข่งขันเบสบอลมืออาชีพ ระหว่างทีมโอ๊กแลนด์แอทเลติกส์กับทีมนิวยอร์กแยงกี้ในปี 1981 ผมชอบร่วมเล่นคลื่นมนุษย์เพราะมันสนุก แต่ผมรู้สึกเช่นกันว่า ความสุขและการร่วมใจที่เราได้สัมผัสขณะที่เล่นนั่นเตือนให้นึกถึงข่าวประเสริฐ ซึ่งเป็นข่าวดีเรื่องความรอดในพระเยซูที่รวมใจผู้เชื่อทุกแห่งหนให้สรรเสริญและมีความหวัง “คลื่นลูกใหญ่ที่สุด”นี้ เริ่มขึ้นมานานกว่ายี่สิบศตวรรษแล้วในเยรูซาเล็ม เปาโลเขียนอธิบายให้กับสมาชิกคริสตจักรในเมืองโคโลสีว่า “[ข่าวประเสริฐ] กำลังเกิดผลและทวีขึ้นทั่วโลก เช่นเดียวกับที่กำลังเป็นอยู่ในตัวท่านทั้งหลายด้วย ตั้งแต่วันที่ท่านได้ยิน” (คส.1:6) ผลตามธรรมชาติของข่าวดีนี้คือ “ความเชื่อและความรักอันเกิดจากความหวังซึ่งสะสมไว้สำหรับ [เรา] ในสวรรค์” (ข้อ 5 TNCV)
ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จงทำต่อไป เมื่อครบรอบแล้วเราจะเห็นรอยยิ้มของพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้เริ่มต้นทุกสิ่ง