พระองค์เข้าใจและห่วงใย

เมื่อมีคนถามชายคนหนึ่งว่าความไม่รู้และความไม่ใส่ใจเป็นปัญหาของสังคมสมัยใหม่หรือไม่ เขาพูดติดตลกว่า “ผมไม่รู้และผมไม่ใส่ใจ”

เส้นทางแห่งความเชื่อ

นับแต่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1880 นวนิยายของลิว วอลเลซ เรื่องเบนเฮอร์: เรื่องเล่าของพระคริสต์ ยังคงตีพิมพ์มาตลอด และเป็นหนังสือคริสเตียนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 19 ที่ยังคงดึงดูดผู้อ่าน เป็นเพราะเรื่องจริงของพระเยซูกับตัวละครสมมติคือชายหนุ่มชนชั้นสูงที่ชื่อ จูดาห์ เบนเฮอร์

ให้พระวจนะเป็นคำสุดท้าย

ดอว์สัน ทร็อทแมน ผู้นำคริสเตียนที่มีบทบาทในช่วงกลางศตวรรษที่ยี่สิบ และผู้ก่อตั้งองค์การเดอะ เนวิเกเตอร์ ย้ำว่าพระคัมภีร์สำคัญต่อชีวิตของคริสเตียนทุกคน ทุกวันเขาจะ “ให้พระวจนะเป็นคำสุดท้าย” ก่อนนอนเขาจะใคร่ครวญข้อพระคำหรือพระธรรมที่เขาท่องจำได้ แล้วอธิษฐานว่าพระคำตอนนั้นสำคัญและมีอิทธิพลต่อเขาอย่างไร เพื่อให้พระคำพระเจ้าเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดถึงทุกวัน

คำเชิญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ไม่นานมานี้ผมได้รับอีเมล์หลายฉบับเชิญไปร่วมสัมมนา “ฟรี” ในหัวข้อเช่น ชีวิตวัยเกษียณ อสังหาริมทรัพย์ ประกันชีวิต ผมลบอีเมล์เหล่านั้นทิ้งทันที แต่มีฉบับหนึ่งที่เชิญไปงานพบปะเพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนเก่าที่คบหากันมานาน ผมจึงตอบรับทันทีว่า “ผมตกลงจะไป” คำเชิญ + ความต้องการ = การตอบตกลง

วิ่งและหยุดพัก

พาดหัวบทความบทหนึ่งสะดุดตาผม “วันพักผ่อนสำคัญต่อนักวิ่ง” ทอมมี่ แมนนิ่ง อดีตสมาชิกของทีมวิ่งขึ้นเขา ย้ำหลักการซึ่งนักกีฬาที่ทุ่มเทบางครั้งละเลย ที่ว่าร่างกายต้องการเวลาหยุดพัก และฟื้นฟูสภาพหลังการออกกำลังกาย แมนนิ่งเขียนไว้ว่า “ในทางสรีรวิทยา ผลลัพธ์ของการฝึกฝนอันจะเกิดขึ้นกับร่างกาย จะเกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายพักผ่อนเท่านั้น” หมายความว่า การหยุดพักสำคัญพอๆ กับการออกกำลัง

เลือกทีหลัง

ในบางวัฒนธรรม คนที่อายุน้อยกว่าต้องให้ผู้อาวุโสเดินเข้าห้องไปก่อน แต่บางวัฒนธรรม คนสำคัญหรือคนที่มีตำแหน่งสูงสุดจะได้เดินเข้าไปก่อน แต่ไม่ว่าประเพณีของเราจะเป็นอย่างไร มีหลายครั้งที่เป็นเรื่องยากที่จะยอมให้สิทธิ์คนอื่นเลือกก่อนในเรื่องสำคัญๆ โดยเฉพาะเมื่อสิทธิ์นั้นเป็นของเราโดยชอบธรรม

เมย์เดย์!

สัญญาณแจ้งเหตุร้ายแบบสากลจะพูดซ้ำสามครั้งวา่ “เมยเ์ดย ์ เมย์เดย์ เมย์เดย์” เพื่อสื่อชัดเจนว่าเป็นเหตุฉุกเฉินถึงชีวิต คำนี้คิดขึ้นในปี1923 โดยเฟรเดริก แสตนลีย์ ม็อกฟอร์ด เจ้าหน้าที่วิทยุอาวุโสของสนามบินครอยดอนในลอนดอน ซึ่งปิดให้บริการแล้วจากที่เคยมีหลายเที่ยวบินไปกลับจากสนามบินเลอ บูร์คเจห์ในปารีส พิพิธภัณฑ์เนชันแนลมาริไทม์ให้ข้อมูลว่า ม็อกฟอร์ดนำคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า m’aidez ที่แปลว่า “ช่วยด้วย”

คนหนึ่งในพวกเรา

ในพิธีศพของชาลส์ ชูลซ์ (1922-2000) ผู้สร้างการ์ตูนสั้นพีนัตส์ มีนักเขียนการ์ตูนชื่อเคธี กุยส์ไวท์ซึ่งเป็นเพื่อนและผู้ร่วมงานได้พูดถึงความมีมนุษยธรรมและความเห็นอกเห็นใจของเขาว่า “เขามอบตัวละครแก่เราทุกคนในโลก ตัวละครที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราทุกคนรู้สึกอย่างไร เราจึงรู้สึกว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว เขายังได้อุทิศตนเองให้กับบรรดานักเขียนการ์ตูน เขาทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ลำพัง...เขาให้กำลังใจ เห็นอกเห็นใจเรา ทำให้เรารู้สึกว่าเขาก็เป็นเหมือนกับเรา”

สุดใจ

คาเลบเป็นคนที่ “สุดใจ” เขาเป็นคนหนึ่งในสิบสองคนที่ไปสอดแนมดินแดนพันธสัญญาและบอกโมเสสและประชาชนว่า “ให้เราขึ้นไปทันทีและยึดเมืองนั้น เพราะพวกเรามีกำลังสามารถที่จะเอาชัยชนะได้” (กดว.13:30) แต่อีกสิบคนบอกว่าไม่มีทางสำเร็จแม้พระเจ้าจะทรงสัญญาไว้ พวกเขาก็มองเห็นแต่อุปสรรค (ข้อ 31-33)