ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Karen Wolfe

จากความกลัวสู่ความเชื่อ

คำพูดของหมอกระทบใจเธออย่างแรง “คุณเป็นมะเร็ง” โลกทั้งใบหยุดหมุน เธอคิดถึงสามีกับลูก พวกเขาอธิษฐานอย่างขะมักเขม้น ขอให้ผลลัพธ์ไม่ใช่แบบนี้ เธอพูดขึ้นทั้งน้ำตาว่า “พระเจ้าข้า สิ่งนี้เกินการควบคุมของเราแล้ว ขอทรงเป็นกำลังของเรา”

จะทำอย่างไรเมื่อผลการวินิจฉัยโรคนั้นน่าตกใจ เมื่อเหตุการณ์ในชีวิตเกินการควบคุม เราจะหันไปทางไหนเมื่อทางข้างหน้าดูสิ้นหวัง

สถานการณ์ของผู้เผยพระวจนะฮาบากุกก็เกินการควบคุมของท่าน และท่านรู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนก การพิพากษาที่จะมาถึงจะเลวร้ายอย่างมาก (ฮบก.3:16-17) แต่ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น ฮาบากุกตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยความเชื่อ (2:4) และชื่นบานในพระเจ้า (3:18) ความมั่นใจ และความเชื่อของท่านไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ความสามารถหรือของที่มีอยู่ แต่ท่านมั่นใจในความดีและความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า จึงประกาศว่า “พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลายของข้าพเจ้า” (ข้อ 19)

เมื่อเราต้องเผชิญปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วย ปัญหาครอบครัวหรือปัญหาทางการเงิน ให้เราเชื่อมั่นและวางใจในพระเจ้า พระองค์ทรงอยู่กับเราในทุกสิ่งที่เราเผชิญ

ความดีสูงสุด

ผมเติบโตในประเทศจาไมก้า พ่อแม่เลี้ยงผมกับพี่สาวให้เป็น “คนดี” ในบ้านของเรา คำว่า ดี หมายถึง เชื่อฟังพ่อแม่ พูดความจริง ประสบความสำเร็จในการเรียนและการงาน และไปโบสถ์... อย่างน้อยก็ในวันอีสเตอร์กับคริสต์มาส ผมคิดว่าผู้คนมากมายคงให้นิยามของการเป็นคนดีคล้ายกัน ไม่ว่าจะในวัฒนธรรมไหน ที่จริงในฟีลิปปี 3 เปาโลก็ใช้คำนิยามความดีตามวัฒนธรรมของท่านเพื่อให้เราเห็นชัดเจนขึ้น

เปาโลเป็นยิวในยุคแรกที่ทุ่มเทและทำตามกฎบัญญัติในวัฒนธรรมของท่าน ท่านเกิดในครอบครัวที่ “ดี” มีการศึกษาที่ “ดี” และเชื่อในศาสนาที่ “ดี” ท่านเป็นคนแถวหน้าของความเป็นคนดีตามแบบฉบับของชาวยิวโดยแท้ ในข้อ 4 เปาโลเขียนว่า ท่านสามารถโอ้อวดความดีทุกอย่างได้ถ้าท่านอยากทำ แต่ไม่ว่าท่านจะมีดีแค่ไหน ท่านบอกผู้อ่าน (ทั้งเราด้วย) ว่า มีบางอย่างมากกว่าการเป็นคนดี ท่านรู้ดีว่าการเป็นคนดี ซึ่งแม้จะดีแต่ก็ไม่เหมือนกับการเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

เปาโลเขียนไว้ในข้อ 7-8 ว่าการเป็นที่พอพระทัยพระเจ้านั้นเกี่ยวข้องกับความรู้ถึงพระเยซูคริสต์ เปาโลพิจารณาว่าความดีของท่านเองเป็นแค่ “หยากเยื่อ” เมื่อเทียบกับ “ความประเสริฐแห่งการรู้ถึงพระเยซูคริสต์”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

> ODB

ประโยชน์ของคนอื่น

เจมี เพื่อนของผม ทำงานให้กับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ในช่วงที่เข้าไปทำงานใหม่ๆ มีชายคนหนึ่งแวะมาพูดคุยกับเขาที่โต๊ะทำงานและถามเขาว่าทำอะไรที่นี่ หลังจากที่เล่าเรื่องงานที่ตนรับผิดชอบจนจบ เจมีก็ถามชื่อของชายคนนั้น และเขาตอบว่า“ผมชื่อริช”

บาปหมดสิ้น

ตอนที่เป็นวัยรุ่น ฉันชวนเพื่อนคนหนึ่งไปเดินเล่นที่ร้านกิฟท์ช็อปแถวบ้าน เธอทำให้ฉันตกใจด้วยการหยิบกิ๊บติดผมกำมือหนึ่งหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อของฉัน และรีบฉุดฉันออกจากร้านโดยไม่จ่ายเงิน ฉันรู้สึกผิดอยู่หนึ่งอาทิตย์ จึงไปสารภาพกับแม่ทั้งน้ำตา

ถึงเวลาเกี่ยวแล้ว

ในช่วงปลายฤดูร้อน เราไปเดินเล่นในป่านิวฟอเรสต์ที่อังกฤษ และสนุกกับการเด็ดผลแบล็คเบอร์รี่ในป่า ขณะที่มองดูม้าวิ่งเล่นกันอยู่ใกล้ๆ ระหว่างที่กำลังมีความสุขกับผลไม้รสหวาน ซึ่งคนอื่นปลูกไว้เมื่อหลายปีก่อน พระดำรัสของพระเยซูที่ว่า “เราใช้ท่านทั้งหลายไปเกี่ยวสิ่งที่ท่านมิได้ลงแรงทำ” (ยน.4:38) ก็ผุดขึ้นในความคิด