ดอกซากุระที่มีกลิ่นหอมจะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูอ่อนและมีชีวิตชีวาทั่วญี่ปุ่นในทุกฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสร้างความสุขให้กับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ธรรมชาติของดอกไม้ที่มีอายุเพียงสั้นๆ ทำให้ชาวญี่ปุ่นตื่นตัวในการดื่มด่ำความงามและกลิ่นหอมขณะที่ดอกไม้ยังเบ่งบาน ระยะเวลาที่ได้สัมผัสเพียงสั้นๆยิ่งทำให้อยากจะไปชมดอกซากุระนี้มากขึ้น พวกเขาเรียกความเพลิดเพลินที่กระทำอย่างตั้งใจต่อสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ว่า “การตระหนักถึงความไม่ยั่งยืนของสรรพสิ่งที่สวยงาม”

ในฐานะมนุษย์ เป็นที่เข้าใจได้ว่าเราอยากแสวงหาและยืดเวลาความรู้สึกถึงความสุขนั้นไว้ กระนั้นความจริงที่ว่าชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบากนั้นหมายความว่าเราต้องบ่มเพาะความสามารถที่จะมองทั้งความทุกข์และความเพลิดเพลินผ่านเลนส์แห่งความเชื่อในพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรัก เราไม่จำเป็นต้องมองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป และไม่ควรสร้างมุมมองชีวิตที่สดใสเกินจริงให้กับตัวเอง

พระธรรมปัญญาจารย์เสนอแบบอย่างที่เป็นประโยชน์แก่เรา แม้ว่าพระธรรมเล่มนี้บางครั้งถูกมองว่ามีแต่คำพูดในแง่ลบ แต่กษัตริย์ซาโลมอนพระองค์นี้ที่กล่าวว่า “สารพัดอนิจจัง” (1:2) ยังทรงสนับสนุนให้ผู้อ่านหาความสนุกสนานจากสิ่งง่ายๆในชีวิตด้วย โดยกล่าวว่า “ด้วยว่าภายใต้ดวงอาทิตย์ มนุษย์ไม่มีอะไรดีไปกว่ากินและดื่มกับชื่นชมยินดี” (8:15)

ความชื่นชมยินดีเกิดขึ้นเมื่อเราทูลขอให้พระเจ้าทรงช่วยให้เรา “เข้าใจสติปัญญา” และเรียนรู้ที่จะสังเกต “ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ” (ข้อ 16-17) ทั้งในฤดูกาลที่งดงามและในฤดูกาลที่ยากลำบาก (3:11-14; 7:13-14) โดยรู้ว่าทั้งสองนั้นล้วนไม่ยั่งยืนในโลกนี้