Month: กุมภาพันธ์ 2020

เคล็ดลับ

บางครั้งฉันสงสัยว่า ฮีธคลิฟ แมวของฉันเป็นโรคโฟโม (กลัวไม่ได้มีส่วนร่วม) หรือเปล่า เมื่อฉันกลับจากร้านของชำ ฮีธคลิฟจะรีบวิ่งมาตรวจสอบของที่ซื้อมา เมื่อฉันหั่นผักมันจะยืนด้วยสองขาหลังจ้องมองอาหารและขอส่วนแบ่ง แต่เมื่อฉันยื่นอะไรก็ตามที่มันกำลังสนใจให้ มันจะหมดความสนใจทันที และเดินจากไปอย่างขุ่นเคือง

แต่ถ้าฉันเข้มงวดกับเจ้าสัตว์ตัวน้อยของฉัน ฉันคงเป็นคนหน้าซื่อใจคด เพราะสิ่งที่มันทำ สะท้อนให้เห็นความอยากได้ไม่รู้จบของฉันเช่นกัน เพราะฉันมักบอกว่าที่มีอยู่ “ตอนนี้” ไม่พอ

เปาโลบอกว่าความพอใจไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ (ฟป.4:11) โดยตัวเราเอง เราแสวงหาสิ่งที่คิดว่าจะให้ความพึงพอใจเราได้ และหันไปหาสิ่งอื่นทันทีที่เรารู้ว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ บางครั้งความไม่พึงพอใจของเราก็มาในรูปของความกังวล ปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่งที่สงสัยว่าจะเข้ามาคุกคาม

น่าขันที่บางครั้งเราต้องเผชิญกับสิ่งที่กลัวที่สุดก่อนเราจึงจะไปถึงความชื่นชมยินดีที่แท้จริงได้ การประสบสิ่งเลวร้ายที่สุดหลายอย่างในชีวิต ทำให้เปาโลเป็นพยานจากประสบการณ์ตรงได้ถึง “เคล็ดลับ” ของความพึงพอใจแท้ (ข้อ 11-12) คือ ความเป็นจริงอันลี้ลับที่ว่าเมื่อใดที่เราทูลพระเจ้าว่าเราโหยหาความครบบริบูรณ์ เมื่อเรานั้นก็จะได้สัมผัสสันติสุขที่เกินความเข้าใจ (ข้อ 6-7) และก้าวลึกเข้าไปในความล้ำลึกของฤทธิ์อำนาจ ความงาม และพระคุณของพระคริสต์ - MRB

ความเชื่อเพื่อให้อดทนได้

เอิร์นเนส แชคเคิลตัน (1874-1922) เป็นผู้นำคณะสำรวจในภารกิจข้ามทวีปแอนตาร์กติกาในปี 1914 ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อเรือของเขาที่ชื่อ อดทน (Endurance) ติดอยู่กับน้ำแข็งก้อนเขื่องในทะเลเว็ดเดล กลายเป็นการแข่งขันที่ต้องทรหดอดทนเพื่อให้มีชีวิตรอด เมื่อไม่มีช่องทางสื่อสารกับคนส่วนอื่นในโลก แชคเคิลตันกับลูกเรือจึงเดินทางด้วยเรือชูชีพไปยังชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด ลูกเรือส่วนใหญ่รออยู่บนเกาะ ในขณะที่แชคเคิลตันกับลูกเรืออีกห้าคนใช้เวลาสองสัปดาห์เดินทาง 1,288 กิโลเมตร ข้ามมหาสมุทรไปเซาท์จอร์เจียเพื่อขอให้ช่วยเหลือคนที่รออยู่ งานสำรวจที่ “ล้มเหลว” กลับกลายเป็นความสำเร็จที่จารึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์เมื่อลูกเรือของแชคเคิลตันรอดชีวิตทุกคน ซึ่งเป็นผลมาจากความกล้าหาญและความทรหดอดทนของพวกเขา

อัครทูตเปาโลรู้ดีว่าความทรหดอดทนหมายถึงอะไร ขณะเดินทางในทะเลที่มีพายุไปยังกรุงโรมเพื่อรับการพิจารณาคดีที่ท่านเชื่อในพระเยซู ทูต-สวรรค์ของพระเจ้าบอกเปาโลว่าเรือจะล่ม แต่เปาโลช่วยให้คนในเรือมีกำลังใจตลอด ซึ่งเป็นเพราะพระสัญญาของพระเจ้าที่ว่าทุกคนจะรอดแม้จะต้องสูญเสียเรือไปก็ตาม (กจ.27:23-24)

เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น เรามักต้องการให้พระเจ้าทำให้ทุกสิ่งดีขึ้นทันที แต่พระเจ้าประทานความเชื่อ เพื่อให้เราอดทนและเติบโต ตามที่เปาโลเขียนถึงชาวโรมว่า “ความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความอดทน” (รม.5:3) เมื่อรู้เช่นนี้ เราจึงหนุนใจซึ่งกันและกันให้ไว้วางใจพระเจ้าแม้ในยามยากลำบาก - LMW

เปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

ในเดือนมกราคม 1943 ลมร้อนชีนุก พัดเข้าหาเมืองสเปียร์ฟิช รัฐเซาท์ดาโคตา ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก -20 เป็น 7 องศาเซลเซียส การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างรุนแรงถึง 27 องศา เกิดขึ้นในเวลาเพียงสองนาที การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในช่วง 24 ชั่วโมงที่มีการบันทึกไว้ในสหรัฐอเมริกาคือ 40 องศาซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อ วันที่ 15 มกราคม 1972 ชาวเมืองโลมา รัฐมอนแทนา ได้เห็นอุณหภูมิกระโดดจาก -48 เป็น 9 องศาเซลเซียส

แต่การเปลี่ยนแปลงกะทันหันไม่ใช่ปรากฏการณ์ภูมิอากาศเท่านั้น บางครั้งเป็นธรรมชาติของชีวิตด้วย ยากอบเตือนว่า “นี่แน่ะ ท่านที่พูดว่า ‘วันนี้หรือพรุ่งนี้เราจะเข้าไปในเมืองนี้เมืองนั้น จะอยู่ที่นั่นปีหนึ่งและจะค้าขายได้กำไร’ แต่ว่าท่านไม่รู้เรื่องของพรุ่งนี้” (4:13-14) เช่น ความสูญเสียที่ไม่คาดคิด ผลวินิจฉัยโรคที่น่าตกใจ การเงินที่ผกผัน การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

ชีวิตคือการเดินทางที่มีองค์ประกอบที่คาดเดาไม่ได้มากมาย ยากอบจึงต้องเตือนเราให้หันกลับจาก “การโอ้อวดด้วยความทะนงตน” (ข้อ 16) โดยไม่ได้คำนึงถึงองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ยากอบแนะนำเราว่า “พวกท่านควรจะพูดว่า ‘ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรด เราจะมีชีวิตอยู่ และจะกระทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น’” (ข้อ 15) เหตุการณ์ในชีวิตเราอาจไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ ทุกช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดของชีวิต…

คิดถึงความชื่นชมยินดี

แชปิโรรวบรวมบทสัมภาษณ์ที่ชื่อว่าของสะสม แต่ละคนพูดถึงของชิ้นหนึ่งที่ถือว่าเป็นของสำคัญและเป็นความชื่นชมยินดีและจะไม่มีวันละทิ้ง

เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงทรัพย์สมบัติที่มีความหมายกับฉันมากที่สุดและนำความยินดีมาให้ ชิ้นหนึ่งเป็นการ์ดสูตรอาหารธรรมดาอายุ 40 ปีที่เป็นลายมือของแม่ อีกชิ้นหนึ่งเป็นถ้วยชาสีชมพูของคุณยาย บางคนอาจให้คุณค่ากับความทรงจำที่มีค่า เช่น คำชมที่เสริมกำลังใจ เสียงหัวเราะของหลานๆ หรือความเข้าใจพิเศษที่ได้รับจากพระคัมภีร์

แต่บ่อยครั้งสิ่งที่เราเก็บซ่อนไว้ในใจ ก็ทำให้เราเป็นทุกข์มาก เช่น ความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่แต่มักนึกถึงอยู่เสมอ ความโกรธที่ปกปิดไว้แต่พร้อมที่จะระเบิดออก ความขุ่นเคืองใจที่กัดกร่อนความคิดของเราอยู่เงียบๆ

อัครทูตเปาโลพูดถึงการ “ใคร่ครวญ” ในเชิงบวก ในจดหมายถึงคริสต-จักรที่ฟีลิปปี ท่านหนุนใจให้คนในคริสตจักรชื่นชมยินดีทุกเวลา อ่อนสุภาพ และทูลทุกสิ่งต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน (ฟป.4:4-9)

ถ้อยคำชูใจของเปาโลที่บอกว่าเราควรใคร่ครวญอะไรช่วยให้เราเห็นว่าเป็นไปได้ที่จะผลักไสความคิดไม่ดีออกไปและยอมให้สันติสุขของพระเจ้าคุ้มครองจิตใจและความคิดของเราไว้ในพระเยซูคริสต์ (ข้อ 7) เมื่อใดที่สิ่งที่เต็มอยู่ในความคิดของเราเป็นสิ่งที่จริง น่านับถือ ยุติธรรม บริสุทธิ์ น่ารัก ทรงคุณ และควรแก่การสรรเสริญ เมื่อนั้นเราก็รักษาสันติสุขของพระองค์ไว้ในใจของเราแล้ว (ข้อ 8) - CHK

มั่งมีจำเพาะพระเจ้า

พ่อแม่ของฉันโตมาในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ท่านจึงรู้ซึ้งถึงความลำบากตั้งแต่เด็ก ท่านจึงเป็นผู้ใหญ่ที่สละเวลา ความสามารถ และกำลังทรัพย์ให้คริสตจักร กลุ่มการกุศล และผู้ขัดสน พวกท่านใช้เงินอย่างฉลาดและให้ด้วยใจยินดี

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู พ่อแม่ของฉันยึดมั่นคำเตือนของเปาโลที่ว่า “ส่วนคนเหล่านั้นที่อยากร่ำรวยก็ตกอยู่ในข่ายของการเย้ายวนและติดบ่วงแร้วและในความปรารถนานานาที่ไร้ความคิดเป็นภัยแก่ตัว ซึ่งทำให้คนเราต้องถึงความพินาศเสื่อมสูญ” (1 ทธ.6:9)

เปาโลให้คำแนะนำนี้แก่ทิโมธี ศิษยาภิบาลหนุ่มในเมืองเอเฟซัส ซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่งและความมั่งคั่งก็เป็นสิ่งล่อใจ “ด้วยว่าการรักเงินทองนั้นเป็นมูลรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งมวล” เปาโลเตือน “เพราะความโลภนี่แหละจึงทำให้บางคนห่างไกลจากความเชื่อ และตรอมตรมด้วยความทุกข์” (ข้อ 10)

ยาแก้ความโลภคืออะไร พระเยซูตรัสว่า คือการ “มั่งมีจำเพาะพระเจ้า” (ดู ลก.12:13-21) หากเราติดตามใกล้ชิดและรักพระบิดาในสวรรค์เหนืออื่นใด ความพึงพอใจของเราจะอยู่ในพระองค์ ดังในสดุดีที่ว่า “ขอทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายอิ่มในเวลาเช้าด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้เปรมปรีดิ์และยินดีตลอดวันเวลาของข้าพระองค์” (สดด.90:14)

การชื่นชมยินดีในพระองค์ทุกวันจะปลดปล่อยเราจากความอยากได้ใคร่มีและให้เรามีความพึงพอใจ ขอพระเยซูไถ่ความปรารถนาในใจของเราและทำให้เรามั่งมีจำเพาะพระเจ้า - PR

เป็นไทโดยพระเยซู

ผมอาศัยอยู่กับแม่นานมากจนแม่ต้องเป็นฝ่ายย้ายออกไป” นี่เป็นคำพูดของเคซีซึ่งมีชีวิตที่ไม่ค่อยดีนักก่อนที่จะได้คิดและยอมจำนนต่อพระเยซู เขายอมรับตามตรงว่าหาเงินมาซื้อยาเสพโดยการลักขโมยแม้แต่จากคนที่เขารัก ตอนนี้ชีวิตเช่นนั้นเป็นอดีตสำหรับเขาแล้ว เขาเล่าเรื่องนี้และบอกได้ถึงวัน เดือน ปี ที่เขาได้รับการชำระให้สะอาด ตอนที่เคซีมานั่งศึกษาพระคำพระเจ้ากับฉันเป็นประจำ ฉันได้เห็นชายที่เปลี่ยนแปลงไป

มาระโก 5:15 พูดถึงคนที่เคยถูกผีเข้าและได้รับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ก่อนที่เขาจะได้รับการเยียวยา สภาพไร้ที่พึ่ง สิ้นหวัง ไร้บ้าน และอับจนเป็นคำที่เหมาะกับชายคนนี้ (ข้อ 3-5) แต่สิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไปหลังจากพระเยซูปลดปล่อยเขา (ข้อ 13) เช่นเดียวกับเคซี ก่อนจะมาพบพระเยซู ชีวิตของชายคนนี้ห่างไกลจากชีวิตปกติอย่างยิ่ง ความสับสนในจิตใจที่เขาแสดงออก ไม่ได้ต่างไปจากที่คนในยุคปัจจุบัน คนที่เจ็บปวดอาศัยอยู่ตามตึกร้าง ซากรถยนต์ หรือสถานที่อื่นๆ บางคนอาศัยอยู่ในบ้านของตนเองแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว โซ่ตรวนที่มองไม่เห็นจองจำหัวใจและความคิดจนทำให้พวกเขาแยกตัวออกจากผู้อื่น

ในพระเยซู เรามีผู้ที่เราฝากมอบความเจ็บปวดและความละอายของอดีตและปัจจุบันไว้ได้ และเช่นเดียวกับชีวิตของชายในพระคัมภีร์ที่ถูกผีเข้ากับเคซี พระองค์ทรงรอคอยด้วยอ้อมแขนแห่งพระเมตตาสำหรับทุกคนที่เข้ามาหาพระองค์ในวันนี้ (ข้อ 19) - ALJ

ความรักที่เสียดแทง

คาร์ลาโทรหา ส่งข้อความถึงพี่ชาย และตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของเขา แต่ไม่อาจทำให้เขาเปิดประตูรับได้ เขาทนทุกข์กับภาวะซึมเศร้าและต่อสู้กับสิ่งเสพติด จึงหลบอยู่แต่ในบ้าน คาร์ลาพยายามแทรกเข้าไปในความโดดเดี่ยวของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล เธอนำอาหารหลายอย่างที่เขาชอบมาพร้อมกับข้อพระคัมภีร์หนุนใจและหย่อนข้ามรั้วเข้าไปให้

แต่ขณะที่ห่อของพ้นมือเธอ มันกลับติดอยู่กับเหล็กแหลมที่ประตูรั้ว ห่อของฉีกขาด ของข้างในหล่นลงบนพื้นกรวด ของฝากจากความรักและเจตนาดีของเธอดูเหมือนเสียเปล่า พี่ชายจะสังเกตเห็นของขวัญหรือไม่ ภารกิจนำความหวังที่เธอตั้งใจจะสำเร็จหรือไม่ เธอทำได้เพียงแค่หวังและอธิษฐานขณะรอให้เขาหายดี

สาระสำคัญคือพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงหย่อนพระบุตรองค์เดียวข้ามกำแพงบาปของเราเพื่อนำของขวัญความรักและการเยียวยาเข้ามายังโลกที่เหนื่อยล้าและโดดเดี่ยว (ยน.3:16) ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ทำนายมูลค่าของความรักนี้ไว้ในอิสยาห์ 53:5 พระบุตรผู้นี้จะถูก “บาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย...ฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา” บาดแผลของพระองค์จะนำความหวังในการเยียวยาในท้ายที่สุดมาให้ พระองค์ทรงรับ “บาปผิดของเราทุกคน” ลงบนท่าน (ข้อ 6)

บาปและความบกพร่องของเราทิ่มแทงพระเยซู ผู้ทรงเป็นของขวัญจากพระเจ้า ได้เสด็จมาหาเราวันนี้ด้วยฤทธิ์อำนาจและมุมมองที่สดใหม่ ของขวัญของพระองค์มีความหมายอย่างไรต่อคุณ - ELM

คำสัญญาโบราณ

ในปี 1979 ดร. กาเบรียล บาร์เคย์ และทีมงานพบหนังสือม้วนสองม้วนที่ทำด้วยเงินในสุสานนอกเมืองเก่ากรุงเยรูซาเล็ม ในปี 2004 หลังจากศึกษาวิจัยอย่างถี่ถ้วนถึง 25 ปี นักวิชาการยืนยันว่าหนังสือนี้เป็นเนื้อหาพระคัมภีร์ฉบับเก่าแก่ที่สุดที่เคยมีมา และถูกฝังไว้ในปี 600 ก่อนคริสตศักราช ที่ฉันประทับใจเป็นพิเศษคือเนื้อหาของหนังสือม้วน ซึ่งเป็นคำอวยพรที่พระเจ้าให้ปุโรหิตกล่าวแก่ประชากรของพระองค์ว่า “ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน และพิทักษ์รักษาท่าน ขอพระเจ้าทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงแก่ท่าน” (กดว.6:24-25)

นี่เป็นคำอวยพรที่พระเจ้าสำแดง (ผ่านทางโมเสส) ให้อาโรนและบุตรชายรู้จักการอวยพรประชาชนในพระนามพระองค์ เหล่าผู้นำต้องท่องจำถ้อยคำเหล่านี้ตามแบบที่พระเจ้าประทาน เป็นการกล่าวแก่ประชาชนตรงตามที่พระเจ้าประสงค์ ถ้อยคำเหล่านี้เน้นว่าพระเจ้าคือผู้ที่อวยพร เพราะกล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า” ถึงสามครั้ง และคำว่า “ท่าน” หกครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าพระเจ้าต้องการให้ประชากรของพระองค์รับความรักและความโปรดปรานของพระองค์มาก

ต้นฉบับพระคัมภีร์เก่าแก่ที่สุด บอกเราว่าพระเจ้าปรารถนาที่จะอวยพร เป็นการย้ำเตือนถึงความรักอันไม่จำกัดของพระเจ้าและทรงต้องการสร้างความสัมพันธ์กับเรา วันนี้หากคุณรู้สึกห่างไกลพระเจ้า จงยึดพระสัญญาในถ้อยคำโบราณนี้ไว้ให้มั่น ขอพระเจ้าอวยพรคุณ ขอพระเจ้าพิทักษ์รักษาคุณ - ABP

สถานที่แห่งการเข้าส่วน

หลายปีหลังจากที่ร็อบบี้และซาบริน่าสูญเสียคู่ครองคนแรกของตนไป ทั้งคู่ได้พบรักกัน แต่งงาน และรวมครอบครัวเข้าด้วยกัน ทั้งสองสร้างบ้านหลังใหม่และตั้งชื่อว่า ฮาวิลาห์ (เป็นคำในภาษาฮีบรูที่แปลว่า “บิดด้วยความเจ็บปวด” และ “การนำออกมา”) หมายถึงการสร้างสิ่งที่สวยงามผ่านความเจ็บปวด ทั้งคู่บอกว่าพวกเขาไม่ได้สร้างบ้านหลังนั้นเพื่อลืมอดีต แต่ “เพื่อสร้างชีวิตจากกองขี้เถ้า เพื่อเฉลิมฉลองความหวัง” สำหรับพวกเขาแล้ว “ที่นี่เป็นสถานที่แห่งการมีส่วนร่วมกัน เป็นสถานที่สำหรับเฉลิมฉลองชีวิตและเป็นที่ที่สื่อว่าเราทุกคนมีความหวังต่ออนาคต”

นั่นเป็นภาพที่งดงามของชีวิตที่เรามีในพระเยซู พระองค์ฉุดชีวิตเราออกจากกองขี้เถ้าและให้พระองค์เองเป็นที่ที่เราจะมีส่วนได้ เมื่อเราต้อนรับพระเยซู พระองค์ก็สถิตอยู่ในใจของเรา (อฟ.3:17) พระเจ้ารับเราเข้าสู่ครอบครัวของพระองค์ผ่านทางพระเยซูเพื่อให้เราเป็นของพระองค์ (1:5-6) แม้เราต้องผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวด แต่พระองค์สามารถใช้กระทั่งช่วงเวลาเช่นนั้นเพื่อวัตถุประสงค์อันดีในชีวิตของเราได้

แต่ละวันเรามีโอกาสเติบโตขึ้นในความเข้าใจเรื่องพระเจ้าเมื่อเราชื่นชมความรักของพระองค์และชื่นบานกับสิ่งที่พระองค์ประทานให้ ในพระองค์มีชีวิตบริบูรณ์ที่เราไม่อาจมีได้หากไม่มีพระองค์ และเราได้รับพระสัญญาว่าความสัมพันธ์นี้จะยั่งยืนตลอดไป (3:19) เราเป็นของพระเยซู เป็นเหตุผลให้เราเฉลิมฉลองชีวิต และเป็นความหวังของเราวันนี้และสืบไปเป็นนิตย์ - AMC