Month: กุมภาพันธ์ 2020

สถิตอยู่ด้วยตลอดเวลา

ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าทีมชาติโคลัมเบียทำประตูได้ในนาทีที่ 17 ในการแข่งขันกับโปแลนด์ และได้ชัยชนะ การทำประตูที่เหลือเชื่อครั้งนั้นเป็นการยิงลูกเข้าประตูได้ครั้งที่ 30 ของฟัลเกาในการเล่นระดับนานาชาติ เขาจึงเป็นผู้เล่นทีมชาติโคลัมเบียที่โดดเด่นซึ่งทำประตูได้มากสุดในระดับนานาชาติ

ฟัลเกามักใช้ความสำเร็จในสนามฟุตบอลแบ่งปันความเชื่อ เขามักเลิกเสื้อกีฬาขึ้นเมื่อทำคะแนนได้เพื่อให้เห็นเสื้อตัวในที่มีคำว่า Con Jesus nunca estara solo แปลว่า “เมื่อมีพระเยซูคุณจะไม่มีวันโดดเดี่ยว”

ประโยคนี้ของฟัลเกากล่าวถึงพระสัญญาที่พระเยซูทรงรับรองว่า “เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค” (มธ.28:20) พระเยซูทรงทราบว่าพระองค์จะกลับสู่สวรรค์ในไม่ช้า จึงทรงหนุนใจโดยรับรองว่าจะทรงอยู่กับพวกเขาเสมอ โดยพระวิญญาณของพระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย (ข้อ 20; ยน.14:16-18) และจะปลอบโยน นำทาง คุ้มครอง และให้ฤทธิ์เดชเมื่อพวกเขานำข่าวประเสริฐของพระเยซูไปสู่เมืองทั้งใกล้และไกล และเมื่อพวกเขาประสบกับความโดดเดี่ยวที่สุดในที่ที่ไม่คุ้นเคย ถ้อยคำของพระคริสต์จะก้องอยู่
ในหูของพวกเขา เป็นคำย้ำเตือนว่าพระองค์สถิตกับพวกเขา

ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ใกล้หรือไกลบ้าน เมื่อเราติดตามพระเยซูไปสู่ที่ที่เราไม่รู้จัก เราก็ยึดพระสัญญาเดียวกันนี้ได้ เมื่อเรารู้สึกโดดเดี่ยว แล้วอธิษ-ฐานร้องหาพระเยซู เราจะได้รับการปลอบโยนเพราะรู้ว่าพระองค์ทรงอยู่กับเรา - LMS

แบ่งแยกในความรัก

การอภิปรายในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายของสิงคโปร์ที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันได้ทำให้เกิดการแบ่งแยกในหมู่ผู้เชื่อที่คิดเห็นต่างกัน บางคนเรียกคนอื่นว่า “ใจแคบ” หรือหาว่าคนอื่นมีความเชื่อที่ประนีประนอม

เรื่องที่ยังเป็นที่ถกเถียงอาจทำให้เกิดการแบ่งแยกชัดเจนในครอบครัวของพระเจ้า ทำให้เจ็บปวดและผู้คนท้อใจ ผมรู้สึกละอายใจเมื่อเห็นวิธีที่ผมประยุกต์ใช้คำสอนในพระคัมภีร์กับชีวิตของตนเอง และผมแน่ใจว่าผมเองก็ทำผิดเช่นกันที่วิจารณ์คนที่ผมไม่เห็นด้วยกับเขา

ผมคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่มุมมองของเราหรือแม้แต่วิธีที่เราถ่ายทอดมุมมองนั้น แต่อยู่ที่ทัศนคติในจิตใจในขณะนั้น เราเพียงแค่ไม่เห็นด้วยกับมุมมอง หรือเรากำลังหาทางทำลายผู้ที่มีมุมมองเช่นนั้นกันแน่

จริงอยู่ที่บางครั้งเราต้องชี้ให้เห็นคำสอนเท็จหรืออธิบายจุดยืนของเรา แต่เอเฟซัส 4:2-6 เตือนให้กระทำด้วยความถ่อมใจ ความสุภาพอ่อนโยน ความอดทนอดกลั้น และความรัก และที่สุดแล้วให้เราพยายามอย่างยิ่งที่จะ “รักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มาจากพระวิญญาณ” (ข้อ 3)

ข้อถกเถียงบางข้อจะยังคงไม่มีทางออก แต่พระวจนะเตือนว่าเราควรมุ่งเสริมสร้างความเชื่อของผู้อื่นเสมอ ไม่ใช่ทำลายเขา (ข้อ 29) เราทำให้คนอื่นรู้สึกแย่เพื่อให้ชนะการโต้เถียงหรือไม่ หรือเรายอมให้พระเจ้าช่วยให้เราเข้าใจความจริงของพระองค์ในเวลาและวิถีของพระองค์ และรู้ว่าเราต่างก็มีความเชื่อเดียว ในองค์พระผู้เป็นเจ้าเดียว (ข้อ 4-6) - LK

หนูคำราม

หลายปีก่อน ผมกับลูกชายได้ไปกางเต็นท์พักแรมด้วยกันสองสามวันที่ป่าเซลเวย์-บิทเทอร์รูธในรัฐไอดาโฮตอนเหนือ ที่นั่นเป็นที่อยู่ของหมีกริซลี่ แต่เราเอาสเปรย์ไล่หมีไปด้วย รวมทั้งรักษาความสะอาดบริเวณที่เรากางเต็นท์ และหวังว่าจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหมี

วันหนึ่งในช่วงกลางดึก ผมได้ยินเสียงแรน-ดี้ดิ้นและพยายามถีบตัวออกจากถุงนอน ผมคว้าไฟฉายและเปิด ผมคาดว่าจะเห็นเขาถูกหมีที่กำลังโกรธจัดตะปบเอาไว้

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ หนูป่าสูงประมาณ 4 นิ้ว นั่งยกเท้าหน้าขึ้นโบกไปมา มันงับหมวกของแรนดี้ไว้แน่น สิ่งมีชีวิตตัวเล็กกระตุกแล้วกระตุกอีกจนหมวกหลุดจากศีรษะของแรนดี้ พอผมหัวเราะ เจ้าหนูก็ทิ้งหมวกและวิ่งหนีไป เราสอดตัวกลับเข้าไปในถุงนอนของเรา แต่ผมตื่นเต้นเสียแล้วจึงไม่อาจหลับต่อได้ และผมคิดถึงนักล่าอีกรายหนึ่ง คือ มาร

เมื่อเราพิจารณาเหตุการณ์ที่มารมาทดลองพระเยซู (มธ.4:1-11) พระองค์ทรงรับมือการล่อลวงของมารโดยใช้พระวจนะของพระเจ้า พระเยซูทรงเตือนพระองค์เองในแต่ละคำตอบว่าพระเจ้าได้ตรัสถึงเรื่องนี้ไว้ ดังนั้น พระองค์จะไม่เชื่อฟังไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ มารจึงหนีไป

แม้ว่าซาตานต้องการกลืนกินเรา แต่ให้เราระลึกว่ามารเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าทรงสร้างมาเช่นเดียวกับเจ้าหนูตัวน้อย ยอห์นกล่าวว่า “พระองค์ผู้ทรงอยู่ในท่านทั้งหลายเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก” (1 ยน.4:4) - DHR

เมื่อชีวิตทุกข์ยาก

ฉันนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้าทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ พระเจ้าทรงนำครอบครัวเราให้ย้ายจากรัฐแคลิฟอร์เนียไปรัฐวิสคอน-ซิน เมื่อเรามาถึงรถก็เสีย เราจึงไม่มีรถใช้อยู่สองเดือน สามีของฉันเคลื่อนไหวได้จำกัดหลังการผ่าตัดหลัง ส่วนฉันมีอาการปวดเรื้อรังทำให้แกะกล่องของได้ลำบาก ยังมีปัญหาใหญ่ในบ้านหลังใหม่นี้ซึ่งเป็นบ้านมือสอง สุนัขของเราที่อายุมากก็มีปัญหาสุขภาพ ลูกสุนัขตัวใหม่สร้างรอยยิ้มให้บ้าง แต่การเลี้ยงลูกสุนัขขนฟูที่ซุกซนเป็นงานที่หนักเกินคาด ทัศนคติของฉันย่ำแย่ ฉันจะมีความเชื่อที่มั่นคง ขณะเดินไปบนเส้นทางขรุขระที่ยากลำบากนี้ได้อย่างไร

ขณะอธิษฐาน พระเจ้าทรงเตือนฉันให้นึกถึงผู้เขียนสดุดีที่สรรเสริญพระเจ้าได้โดยไม่ขึ้นกับสถานการณ์ ดาวิดระบายความรู้สึก ซึ่งบ่อยครั้งเป็นความอ่อนแอมากและท่านแสวงหาที่ลี้ภัยจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า (สดด.16:1) เมื่อตระหนักว่าพระเจ้าเป็นผู้จัดเตรียมและปกป้อง (ข้อ 5-6) ท่านจึงยกย่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของพระองค์ (ข้อ 7) ดาวิดยืนยันจะ “ไม่หวั่นไหว” เพราะท่าน “ตั้งพระเจ้าไว้ตรงหน้าเสมอ” (ข้อ 8) ท่านจึงชื่นชมยินดีและพักสงบอย่างปลอดภัยในความชื่นบานเมื่อพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย (ข้อ 9-11)

เราชื่นชมยินดีเช่นกันเมื่อได้รู้ว่าสันติสุขที่เรามี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถาน-การณ์ปัจจุบัน ขณะที่เราขอบพระคุณพระเจ้า ผู้ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะพระองค์ทรงเป็นและจะเป็นพระองค์ตลอดไป พระองค์จะทรงสถิตอยู่ด้วยทำให้ความเชื่อของเรามั่นคงมากขึ้น - XED

ออกจากกรง

ขณะออกไปเดินเล่น มาร์ติน แลดนักเขียนมักจะพบกับชายคนหนึ่งที่มากับสุนัขพันธ์ุเคอร์รี่ บลู เทอร์เรียส์ 4 ตัว มีสามตัวที่วิ่งอย่างคึกคะนองออกไปทุ่งโล่ง แต่มีตัวหนึ่งที่อยู่กับเจ้าของและวิ่งวนเป็นวงเล็กๆในที่สุดแลดก็แวะถามเจ้าของถึงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดนี้ ซึ่งเขาอธิบายว่า มันเป็นสุนัขช่วยชีวิตที่ถูกขังไว้ในกรงเกือบตลอดชีวิตของมัน เจ้าเทอร์เรียตัวนี้ยังคงวิ่งวนไปมาราวกับอยู่ในกล่องที่คับแคบ

พระคัมภีร์เปิดเผยว่า เราทุกคนล้วนติดกับดักและสิ้นหวังหากไม่ได้รับการช่วยกู้จากพระเจ้า ผู้เขียนสดุดีพูดถึงการถูกศัตรูทำร้ายและดักโดยใช้ “บ่วงมัจจุราช” และถูก “สายใยของแดนผู้ตายพันตัว” (สดด.18:4-5) ขณะที่ถูกล้อมและถูกล่าม ท่านร้องทูลขอให้พระเจ้าช่วย (ข้อ 6) และด้วยฤทธิ์อำนาจอันมหาศาล พระองค์ทรง “เอื้อมมาจากที่สูง ทรงจับ” ท่านไว้ (ข้อ 16)

พระเจ้าทำแบบเดียวกันนี้กับเราได้ ทรงสามารถหักโซ่ตรวนและปลดปล่อยเราจากกรงที่คับแคบ พระองค์สามารถปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระและพาเรา “ออกมายังที่กว้างใหญ่” (ข้อ 19) เป็นเรื่องน่าเศร้าหากเรายังคงวิ่งวนไปมาราวกับว่ายังคงติดอยู่ในคุกเดิมของตัวเอง แต่โดยกำลังของพระองค์ เราจะไม่ถูกผูกมัดด้วยความกลัว ความอับอาย หรือการกดขี่ข่มเหง พระเจ้าทรงช่วยกู้เราออกจากกรงแห่งความตาย เราจึงวิ่งได้อย่างอิสระเสรี - WC

มหัศจรรย์หิมะสีขาว

ในศตวรรษที่สิบเจ็ด เซอร์ไอแซค นิวตัน ได้ใช้แท่งปริซึมเพื่อศึกษาว่าแสงช่วยให้เราเห็นสีต่างๆกันได้อย่างไร เขาพบว่าเมื่อแสงส่องผ่านวัตถุ จะเห็นว่าวัตถุนั้นมีสีเฉพาะตัว ผลึกน้ำแข็งหนึ่งชิ้นดูโปร่งแสง หิมะเมื่อแสงส่องผ่าน มาจากผลึกน้ำแข็งจำนวนมากอัดรวมกัน เราจะเห็นหิมะเป็นสีขาว

พระคัมภีร์พูดถึงสิ่งหนึ่งซึ่งมีสีที่ชัดเจน นั่นคือ ความบาป พระเจ้าทรงชี้ให้คนยูดาห์เห็นบาปของตนผ่านผู้เผยพระวจนะอิสยาห์และอธิบายว่าบาปของพวกเขา “เหมือนสีแดงเข้ม” และ “แดงอย่างผ้าแดง” แต่พระเจ้าทรงสัญญาว่า พวกเขาจะ “ขาวอย่างหิมะ” โดยยูดาห์ต้องหันจากการกระทำผิดและแสวงหาการอภัยจากพระเจ้า

ขอบคุณพระเยซูที่ทำให้เราเข้าถึงการอภัยของพระเจ้าได้อย่างถาวร พระเยซูทรงเรียกพระองค์เองว่า “ความสว่างของโลก” และตรัสว่าใครที่ติดตามพระองค์ “จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต” (ยน.8:12) เมื่อเราสารภาพบาปของเรา พระเจ้าทรงอภัยให้และทอดพระเนตรเห็นเราผ่านการเสียสละของพระคริสต์บนไม้กางเขน นั่นหมายความว่าพระเจ้าทรงเห็นเราเหมือนที่พระองค์ทรงเห็นพระเยซู คือ ไร้ตำหนิ

เราไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความละอายต่อความผิดที่เราได้ทำ แต่เราสามารถยึดมั่นในความจริงที่เกี่ยวกับการอภัยของพระเจ้า ซึ่งทำให้เรา “ขาวอย่างหิมะ” - LMW

บ้านใกล้เรือนเคียง

ระแวกบ้านเราเป็นเช่นเดียวกับละแวกอื่นๆ ที่ใช้เว็บไซต์ช่วยให้คนในละแวกเดียวกันติดต่อกันได้อย่างทันท่วงที ในชุมชนของฉัน สมาชิกจะช่วยเตือนหากมีใครพบสิงโตภูเขาและมีคำสั่งให้อพยพผู้คนเมื่อเกิดไฟป่า รวมทั้งการช่วยกันดูแลเด็กในยามจำเป็น เว็บ-ไซต์ยังเป็นช่องทางในการตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไปอีกด้วย การใช้ประโยชน์จากพลังของอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้กันกลับมาสัมพันธ์กันอีกครั้งซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีในโลกปัจจุบันที่เร่งรีบ

การมีความสัมพันธ์กับคนที่อยู่ใกล้มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยของกษัตริย์ซาโลมอน ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นแหล่งสนับสนุนที่สำคัญ ซาโลมอนกล่าวว่า บทบาทของเพื่อนก็สำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่เราพบ “ความหายนะ” (สภษ.27:10) ญาติพี่น้องอาจห่วงใยคนในครอบครัวอย่างลึกซึ้งและอยากช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนั้น แต่ถ้าพวกเขาอยู่ไกลกัน ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนักเมื่อเกิดวิกฤติ แต่เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้กันมากกว่ามักรับรู้ความต้องการได้อย่างรวดเร็วและเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีมากยิ่งกว่า

เนื่องจากเทคโนโลยีทำให้เราได้ติดต่อกับคนที่เรารักซึ่งอยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้ง่ายขึ้น เราจึงอาจถูกลวงให้มองข้ามคนที่อยู่ใกล้ตัว ข้าแต่พระเยซู โปรดช่วยเราให้ลงทุนในความสัมพันธ์กับคนที่พระองค์ทรงนำให้อยู่รอบตัวเรา - KHH

มีส่วนร่วมกัน

ในช่วง 2 เดือนแรกปี 1994 ชาวทุตซี่ในรวันดาถูกสังหารมากถึงหนึ่งล้านคนโดยสมาชิกของเผ่าฮูตูซึ่งมักสังหารเพื่อนร่วมชาติ ในพิธีไว้อาลัยผู้ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัว บิชอปเจฟฟรีย์ รวูบูซีซี ได้ขอให้ภรรยาของเขาช่วยเหลือผู้หญิงที่คนรักถูกสังหาร แมรี่ตอบว่า “ฉันไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นนอกจากร้องไห้” เธอสูญเสียสมาชิกในครอบครัวเช่นกัน คำตอบของบิชอปเป็นคำตอบของผู้นำที่ฉลาดและสามีที่ห่วงใย “แมรี่ คุณรวมกลุ่มกับพวกผู้หญิงแล้วร้องไห้กับพวกเธอ” เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดของภรรยาช่วยเตรียมเธออย่างเฉพาะเจาะจงให้ร่วมในความเจ็บปวดกับผู้อื่น

คริสตจักรซึ่งเป็นครอบครัวของพระเจ้า เป็นที่ซึ่งทุกชีวิตสามารถแบ่งปันทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีแก่กัน คำว่า “กันและกัน” ในพันธสัญญาใหม่แสดงถึงการพึ่งพากันและกัน “จงรักกันฉันพี่น้อง ส่วนการที่ให้เกียรติแก่กันและกันนั้น จงถือว่าผู้อื่นดีกว่าตัว...จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” (รม.12:10,16) ความผูกพันของเรากว้างขวางเพียงใดปรากฏอยู่ในข้อ 15 “จงชื่นชมยินดีกับผู้ที่มีความชื่นชมยินดี จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้”

ในขณะที่ความเจ็บปวดของเราอาจไม่มากและรุนแรงเท่ากับผู้ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับเรา และเช่นเดียวกับความเจ็บปวดของแมรี่ เรายอมรับและหนุนใจรวมทั้งทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นได้เพราะสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเรา - ALJ

เราเป็นแต่ผงคลี

คุณพ่อวัยหนุ่มกำลังจนปัญญา ขณะที่ลูกชายวัยเตาะแตะร้องเสียงดังว่า “ไอติม ไอติม” ความงอแงกลางห้างสรรพสินค้าที่คนแน่นเริ่มเป็นที่สนใจของลูกค้าในบริเวณนั้น “ได้ แต่เราต้องทำอะไรให้คุณแม่ก่อน ตกลงไหม” ผู้เป็นพ่อกล่าว “ไม่เอา ไม่เอา ผมจะกินไอติม” แล้วผู้หญิงร่างเล็กแต่งตัวดีสวมรองเท้าเข้ากับกระเป๋าถือก็เดินเข้ามาหาสองพ่อลูก “เขาชอบใช้อารมณ์” ผู้เป็นพ่อกล่าว หญิงคนนั้นยิ้มและตอบว่า “แต่ฉันว่าอารมณ์กำลังใช้เขามากกว่า อย่าลืมนะคะว่าเขายังเล็กมาก คุณต้องอดทนและดูแลเขาใกล้ชิด” สถานการณ์ไม่ได้คลี่คลายอย่างน่าอัศจรรย์ แค่เพียงการหยุดพักสักครู่ที่จำเป็นสำหรับพ่อลูกคู่นี้ในเวลานั้น

คำพูดของสตรีที่มีปัญญาผู้นี้ดังก้องอยู่ในสดุดี 103 ดาวิดกล่าวถึงพระเจ้าผู้ทรง “พระกรุณาและมีพระคุณ ทรงกริ้วช้าและอุดมด้วยความรักมั่นคง” (ข้อ 8) แล้วยกภาพของบิดาในโลกที่ยังรู้จัก “สงสารบุตรของตน” ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด “พระเจ้าทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น” (ข้อ 13) พระเจ้าพระบิดาทรง “ทราบโครงร่างของเรา ทรงระลึกว่าเราเป็นแต่ผงคลี” (ข้อ 14) ทรงทราบว่าเรายังเล็กและบอบบาง

เรามักจะล้มเหลวและถูกโถมทับโดยสิ่งที่โลกกว้างใหญ่ใบนี้หยิบยื่นให้ เป็นความมั่นใจอันน่าอัศจรรย์ที่ได้รู้ว่า พระบิดาของเราทรงอดทน อยู่กับเราเสมอ และอุดมด้วยความรัก - JB