มานาฯ เพื่อการประกาศ

วัตถุประสงค์

เพื่อให้สมาชิกมานาฯ ได้ร่วมรับใช้ในการประกาศเป็นพยานกับญาติมิตร หรือผู้ที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า ตลอดจนแจกจ่ายสื่อสิ่งพิมพ์มานาฯ ให้กับผู้สนใจผ่านอาชีพของตน

การเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนในการประกาศ

1. สมาชิกที่เข้าร่วมต้องมีภาระใจ และมุ่งมั่นในการประกาศเป็นพยาน และเป็น “หุ้นส่วนพันธกิจ” ในการประกาศข่าวประเสริฐร่วมกับมานาประจำวัน

2. ใช้สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่มานาฯ มอบให้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเป็นพยานส่วนตัว หรือแจกจ่ายสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ให้กับผู้ที่สนใจเท่านั้น

วิธีการ

1. อธิษฐานเผื่อผู้ในใจ และหาโอกาสสร้างความสัมพันธ์ในการเป็นพยาน

2. มอบสื่อสิ่งพิมพ์หรือแนะนำหนังสือมานาฯ ให้กับผู้สนใจ

3. ชวนมาร่วมนมัสการในกลุ่มเซล หรือในคริสตจักรของท่าน

4. หมั่นติดตามผลและแบ่งปันคำพยาน

สารมานาฯ เพื่อการประกาศฉบับเดือน ม.ค.-มี.ค. 2013

 ความรักไม่มีวันสูญสิ้น

เมื่อฉันได้ดู MV “The Passion of Christ” ประกอบเพลง “We Are The Reason” ทำให้ฉันสัมผัสถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระเยซูที่ทรงมีต่อเรา มืออันสั่นเทาที่เกาะพิงต้นไม้ คำอธิษฐานต่อพระบิดาท่ามกลางความมืดมิดในสวนเกทเสมนี ก่อนที่พระองค์จะถูกจับไปมอบไว้แก่ปีลาต ปลายแส้ที่ติดเหล็กกระชากเนื้อและเลือดของพระองค์ให้หลุดออกทุกครั้งที่ถูกกระหน่ำเฆี่ยนตีไปทั่วร่างกาย แม้กระนั้นพระองค์ก็ไม่ทรงปริปาก บนเส้นทางแห่งกลโกธา ตะปูที่ตอกตรึงพระองค์บนไม้กางเขน ฉันไม่รู้ว่าพระองค์ทรงทนความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนั้นได้อย่างไร แต่ถึงกระนั้นก็ทรงเต็มพระทัยวางชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อเรา

ทั้งหมดนั้นเพราะความรัก เราคือเหตุผลที่พระองค์ทรงมอบชีวิตให้
เราคือเหตุผลที่พระองค์ทรงทนทุกข์และยอมตาย
พระองค์ทรงให้ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงให้ได้แก่โลกที่มืดมนนี้
เพื่อสำแดงให้เราเห็นเหตุผลของการมีชีวิตอยู่
ทั้งหมดนั้นเพราะความรัก ทั้งหมดนั้นเพราะความรัก

ฉันหวังว่าความรักของพระเยซู จะเป็นเหตุผลเดียวในการมีชีวิตอยู่ของคุณและฉัน ขอให้ความรักของพระองค์เป็นลมหายใจที่คงอยู่ตลอดชีวิตของเรา หมดทั้งชีวิตถวายแด่พระองค์..

พระองค์คือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่

ภาพพ่อค้าแม่ค้าที่ยืนขายของในตลาดนัดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน คงเป็นภาพที่ชินตาของคนทั่วไป แต่เสียงที่ดังชัดเจนว่า “พระเจ้าอวยพรครับ” คงทำให้ผู้คนแปลกใจ…

มิชชันนารีตลาดนัด…

“ทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อพระเจ้า ไม่ได้ทำเพื่อให้คนอื่นชมเรา แต่ต้องการให้เขาเห็นพระเจ้าในชีวิตของเรา”

พี่ขาว (สมควร เจริญสุข) และพี่อ้อม (ทิพวรรณ แก้วโชติ) สามีภรรยา และลูกอีกสองคน ต่างช่วยกันขายหอยทอดในตลาดนัดนานาเจริญ ย่านรังสิต-ลำลูกกา คลอง 2 ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อหอยทอด พี่ขาวก็จะบอกว่า “พระเจ้าอวยพรครับ” พร้อมส่งรอยยิ้มให้กับลูกค้าเสมอ “ผมไม่กลัวว่าลูกค้าจะไม่ซื้อ ถ้าประกาศพระนามพระเจ้า” พี่ขาวแบ่งปันเรื่องราวของเขาให้เราฟังว่า… “เพราะพระเจ้าดีกับเรา ให้ชีวิตของเราได้ประกาศพระนามพระเจ้า การประกาศที่ดีที่สุด คือการประกาศผ่านชีวิต เมื่อก่อนผมเป็นมุสลิม ละหมาดวันละ 5 เวลา ถือศีลอด แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เคยเห็นชีวิตมุสลิมหลายคนยังกินเหล้า กินหมู ดูถูกคน มีความเห็นแก่ตัว ไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่พี่น้องคริสเตียนไม่เป็นอย่างนั้น ผมเห็นความแตกต่าง เมื่อมาเชื่อในพระเจ้า ผมมีสันติสุขมาก ขอบคุณพระเจ้า ที่ภรรยามาเชื่อพระเจ้าก่อน เวลาเขาไปโบสถ์ใต้ร่มพระคุณ กรุงเทพ ผมก็จะขับรถไปส่งเขา ทุกครั้งที่ผมไปโบสถ์ผมได้สัมผัสกับความรักของพระเจ้า ได้สัมผัสกับความรักของพี่น้องคริสเตียน ผมเชื่อว่านั่นเป็นเวลาของพระเจ้า เราไม่ได้เลือกพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงเลือกเรา”

พี่อ้อมได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตให้เราฟังว่า “พี่รู้จักพระเจ้ามา 7-8 ปีแล้ว เดิมพี่เป็นพุทธ พี่ขาวเป็นมุสลิม อยู่ด้วยกันมากว่า 20 ปี ต่างคนต่างนับถือในศาสนาที่ตนเชื่อ พี่ขาวเดิมเป็นคนเคร่งศาสนา แต่ก็ไม่ได้เป็นคนใจแคบ อะไรที่พี่ขาวเห็นว่าดีก็เปิดใจรับฟัง พี่คิดว่าทุกศาสนาก็ดีแต่ไม่ได้ช่วยให้รอด แต่เมื่อมาได้ยินเรื่องราวของพระเจ้า ได้มานั่งนมัสการพระเจ้า พระองค์แตะต้องใจเรา สัมผัสจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ความรักของพี่น้องคริสเตียนก็แตกต่างจากคนข้างนอก พี่เชื่อว่าทุกอย่างมาจากพระเจ้า พระเจ้าทรงทำงานในจิตใจของเรา ทรงเคลื่อนไหวเหนือชีวิตของเรา ไม่ยากและไม่มีปัญหาเลยเมื่อพี่ขาวมาเชื่อพระเจ้า ญาติพี่น้องของพี่ขาวไม่มีใครต่อต้านรุนแรง เพียงแค่สงสัยว่าทำไมเขาจึงเปลี่ยนมานับถือพระเจ้า มาเป็นคริสเตียน แต่เนื่องจากพี่ขาวดำเนินชีวิตที่ดีอย่างสม่ำเสมอมาตลอดก่อนหน้านั้น มีชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดีกับคนอื่น ญาติหลายคนก็ถามว่า พระเยซูคือใคร มายังไง มาเพื่ออะไร ทำไมเราจึงเป็นคนบาป และพระเจ้าเข้ามาทำอะไรในชีวิตของเรา ทำให้การประกาศกับญาติพี่น้องง่ายขึ้น เมื่อเรามาเชื่อพระเจ้า ลูกๆของเราก็มาเชื่อพระเจ้าด้วย พี่จึงมีภาระใจ อยากให้คนอื่นได้รับความรอด ได้รับความรักจากพระเจ้า เหมือนที่ทรงประทานให้เรา

เราไปขายของหลายแห่ง ทั้งตลาดนานาเจริญ ตลาดเฟื่องฟ้า และตลาดบางบัว ทุกที่เราจะประกาศเรื่องพระเจ้ากับลูกค้า และเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าด้วยกัน มีชีวิตที่เป็นแบบอย่าง ให้ความช่วยเหลือคนอื่น ทั้งยกของ ช่วยจัดร้าน เก็บร้าน ทุกอย่างที่เราทำก็เพราะพระเจ้า ไม่ได้ทำเพื่อให้คนอื่นชมเรา แต่ต้องการให้เขาเห็นพระเจ้าในชีวิตของเรา จนเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าด้วยกัน เรียกเราว่า “มิชชันนารีตลาดนัด

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงใช้คนเล็กน้อยอย่างเรา มีหลายครอบครัวรับเชื่อพระเจ้า ที่ตลาดนานาเจริญ มี 2-3 ครอบครัวที่เราได้ประกาศ และชวนเขาไปโบสถ์ ตลาดเฟื่องฟ้า มีหนึ่งครอบครัวที่เชื่อพระเจ้าแล้ว และไปนมัสการที่คริสตจักรใต้ร่มพระคุณ กรุงเทพ ที่ตลาดบางบัว ก็มีหลายครอบครัวที่รับเชื่อแล้ว เพื่อนพ่อค้าแม่ค้าหลายคนที่มีปัญหาก็มาปรึกษา เราก็ช่วยเขา แต่เราก็จะบอกเขาว่ามนุษย์สามารถให้ความช่วยเหลือได้จำกัด แต่พระเจ้าสามารถให้ความช่วยเหลือที่ไม่จำกัด อยากให้เขารู้จักกับชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้าที่สำคัญมากกว่าทุกสิ่งในโลกนี้
พี่อยากหนุนใจผู้เชื่อทุกคน ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ขอให้ประกาศเรื่องราวของพระเจ้า พี่เชื่อว่าผู้เชื่อทุกคนมีภาระใจอยู่แล้ว ให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ขอกำลังจากพระเจ้าที่จะมีส่วนปรนนิบัติรับใช้ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไปถึงการประกาศเป็นพยาน ปกติแค่ขายของอย่างเดียวพี่ก็ยอมรับว่าเหนื่อยแล้ว แต่เมื่อได้พูดเรื่องพระเจ้าออกไป กลับยิ่งมีกำลัง ผู้ฟังก็จะสัมผัสได้ผ่านสีหน้า แววตา คำพูดของเรา อยากให้ทุกคนประกาศด้วยความภาคภูมิใจ ประกาศด้วยกำลัง และสันติสุขภายในใจที่มาจากพระเจ้า

ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่คนทั่วไปเปิดใจรับฟัง รับความรัก รับคำอวยพรจากคริสเตียน อยากให้เราฉวยโอกาสที่จะประกาศเป็นพยาน สำแดงความรัก สำแดงชีวิต พี่เชื่อว่าถ้าเขารู้ว่าพระเจ้ารักเรามากแค่ไหน จะไม่มีใครปฎิเสธพระเจ้า เพราะความรักของพระเจ้าบริสุทธิ์ ไม่มีเงื่อนไข ไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะดีหรือเลว พระเจ้าทรงรักเราทุกคน”