Category  |  ODB

พระนามพระเจ้า

ในหนังสือเรื่อง “พระเจ้าที่ฉันไม่เข้าใจ” (The God I Don’t Understand) คริสโตเฟอร์ ไรท์ให้ข้อสังเกตว่า คนที่ไม่น่าจะใช่ แต่กลับเป็นคนแรกคนหนึ่งที่เรียกพระนามพระเจ้า คือ นางฮาการ์

อุปกรณ์ของพระเจ้า

หัวใจฉันเต้นแรงขณะรอเสียงโทรศัพท์และการสัมภาษณ์ทางวิทยุที่จะเริ่มขึ้น ฉันคิดถึงสิ่งที่ผู้จัดรายการจะถามและคำตอบของตัวเอง ฉันอธิษฐานว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ทำได้ดีเรื่องการเขียนมากกว่า แต่ข้าพระองค์คิดว่าคงเหมือนกับโมเสส ที่ต้องวางใจว่าพระองค์จะประทานคำพูดให้”

ฉันไม่ได้เปรียบตัวเองกับโมเสส ผู้นำประชากรของพระเจ้าออกจากการเป็นทาสในอียิปต์เข้าสู่ชีวิตในแผ่นดินแห่งพันธสัญญา โมเสสเป็นผู้นำที่ไม่แน่ใจและต้องการให้พระเจ้ารับรองว่าคนอิสราเอลจะฟังท่าน พระเจ้าสำแดงหมายสำคัญแก่ท่านหลายประการ เช่น ไม้เท้ากลายเป็นงู (อพย.4:3) แต่โมเสสก็ลังเลที่จะยอมรับบทบาทผู้นำ โดยบอกว่าตนเองพูดไม่คล่อง (อพย.4:10) พระเจ้าจึงทรงเตือนท่านว่าพระองค์เป็นพระเจ้าและจะประทานคำพูดให้ พระองค์จะ “อยู่ที่ปากของท่าน” (ตามฉบับแปลดั้งเดิมโดยนักวิชาการพระคัมภีร์)

เรารู้ว่าตั้งแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาในวันเพ็นเทคอสต์ พระวิญญาณของพระเจ้าก็สถิตอยู่ภายในบรรดาบุตรของพระองค์ และหากเรายังรู้สึกว่าไม่เพียงพอ พระองค์จะทรงช่วยให้เราทำภารกิจที่ทรงมอบหมายได้สำเร็จลุล่วง พระเจ้าจะ “อยู่ที่ปากของเรา”

ชีวิตที่น่านับถือ

ขณะกล่าวสุนทรพจน์ที่เผยแพร่อย่างกว้างขวาง ผู้นำที่น่านับถือและรัฐบุรุษผู้นี้ได้ดึงดูดความสนใจของคนในชาติด้วยการประกาศว่า สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติส่วนใหญ่ในประเทศนี้เป็นคนไม่น่านับถือ มีวิถีชีวิตที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง วางท่าโอ้อวด ใช้ภาษาน่ารังเกียจและมีข้อเสียอื่นๆ เขาประณามบรรดาสมาชิกรัฐสภาและเตือนให้พวกเขาเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด คือ ความเห็นของเขาทำให้คนเหล่านั้นไม่พอใจและวิจารณ์ตอบโต้

จดจำได้...

เรื่องยากเรื่องหนึ่งเมื่อแก่ตัวลง คือความกลัวโรคสมองเสื่อมและการสูญเสียความจำระยะสั้น แต่ดร.เบนจามิน มาสท์ผู้เชี่ยวชาญโรคอัลไซเมอร์ ได้ให้กำลังใจว่าสมองคนไข้มักจะ “ผ่านการใช้งานมานาน” และ “มีความเคยชิน” ซึ่งพวกเขาได้ยินบทเพลงชีวิตคริสเตียนเก่าแก่และสามารถร้องตามได้ทุกคำ เขาแนะนำว่าวินัยฝ่ายวิญญาณ เช่น การอ่านพระคัมภีร์ การอธิษฐานและการร้องเพลงนมัสการจะทำให้ความจริง “ฝังแน่น” ในสมองของเรา และพร้อมให้เราเข้าถึงได้เมื่อต้องการ

จงเฝ้าระวังและอธิษฐาน

จากหน้าต่างห้อง ฉันมองเห็นเนินเขาเซรโร เดล โบร์เรโก (Cerro del Borrego) หรือ “เนินเขาลูกแกะ” ซึ่งสูง 1,700 เมตร กองทัพฝรั่งเศสได้บุกเข้าเม็กซิโกในปี 1862 ขณะที่ศัตรูตั้งค่ายอยู่ที่สวนออริซาบา กองทหารเม็กซิกันตั้งฐานที่มั่นอยู่บนยอดเขา แต่นายพลฝ่ายเม็กซิกันละเลยที่จะวางเวรยามทางขึ้นยอดเขา ขณะที่กองทหารเม็กซิกันกำลังหลับ ทหารฝรั่งเศสก็ได้เข้าโจมตีและสังหารทหารไป 2,000 นาย

เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงภูเขาอีกลูกหนึ่งคือภูเขามะกอกเทศ และสวนที่เชิงเขาซึ่งเหล่าสาวกนอนหลับอยู่ พระเยซูตำหนิพวกเขาว่า “จงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกการทดลอง จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง” (มก.14:38)

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะหลับไหลหรือขาดความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตคริสเตียน การทดลองจู่โจมในเวลาที่เราอ่อนแอที่สุด เมื่อเราละเลยชีวิตฝ่ายวิญญาณในบางด้าน เช่น การอธิษฐานและศึกษาพระคัมภีร์ เราย่อมกลายเป็นคนเผลอหลับและไม่ทันระวังตัว ทำให้ตกเป็นเป้าที่ง่ายดายต่อการโจมตีของศัตรูคือซาตาน (1 ปต.5:8)

เราจำเป็นต้องตื่นตัวต่อการจู่โจมต่างๆ ที่อาจเข้ามา และเฝ้าระวังอธิษฐาน หากเรายังคงเฝ้าระวังและอธิษฐานเผื่อตัวเราเองและผู้อื่น พระวิญญาณจะช่วยให้เราสามารถต่อต้านการทดลองได้

พระเจ้าตรัส

ไม่นานมานี้ ลูกเขยของผมอธิบายให้เเม็กกี้หลานสาวผมฟังว่า เราคุย กับพระเจ้าได้และพระเจ้าทรงสื่อสารกับเรา เมื่อเขาบอกแม็กกี้ว่าบางครั้งพระเจ้าพูดกับเราผ่านพระคัมภีร์ เธอตอบอย่างไม่ลังเลว่า “แต่พระเจ้าไม่เคยพูด...กับหนู หนูไม่เคยได้ยินพระเจ้าคุยกับหนู”

เสี่ยงต่อการล้ม

เมื่อเอลีนเพื่อนของฉันกำลังพักฟื้นหลังจากการหกล้มอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้สวมสายรัดข้อมือสีเหลืองสดให้ ซึ่งเขียนว่า เสี่ยงต่อการล้ม วลีนี้หมายถึงให้ดูแลบุคคลนี้ให้ดี เธออาจยืนไม่มั่งคง ให้ช่วยเหลือเวลาเธอจะไปที่ต่างๆ

ให้เรา

ขณะยืนเข้าแถวรอเล่นเครื่องเล่นที่คนนิยมในดิสนีย์แลนด์ ผมสังเกตว่าคนส่วนใหญ่พูดคุยและยิ้มแย้มแทนที่จะบ่นว่าต้องรอนาน ผมครุ่นคิดว่าอะไรทำให้การต่อแถวรอเป็นประสบการณ์ที่น่ายินดี คำตอบดูเหมือนจะเป็นเพราะมีน้อยคนที่มาคนเดียว แต่เพื่อนๆ ครอบครัว หมู่คณะและคนที่ไปเป็นคู่ ต่างแบ่งปันประสบการณ์นั้นร่วมกัน ซึ่งแตกต่างมากกับการยืนต่อแถวคนเดียว

ยักษ์บนแผ่นดิน

หลังจากตั้งค่ายใกล้ภูเขาซีนายสองปี ชาวอิสราเอลกำลังจะได้เข้าแผ่นดินคานาอันที่พระเจ้าทรงสัญญา ทรงให้ส่งผู้สอดแนมสิบสองคนไปประเมินแผ่นดินและคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เมื่อเห็นความแข็งแรงของชาวคานาอันและขนาดของเมือง มีสิบคนพูดว่า “เราสู้ไม่ได้” อีกสองคนพูดว่า “เราสู้ได้”