ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Keila Ochoa

ฟังเสียงพระเจ้า

ลูกชายตัวน้อยชอบเสียงของฉัน ยกเว้นตอนที่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงดุและถามว่า “ลูกอยู่ไหน” หากฉันเรียกเขาแบบนี้ แสดงว่าเขาได้ทำเรื่องไม่ถูกต้องและพยายามปกปิดไม่ให้ฉันรู้ ฉันต้องการให้ลูกชายฟังเสียงของฉันเพราะ ฉันห่วงใยสวัสดิภาพของเขาและไม่อยากให้เขาบาดเจ็บ

อาดัมและเอวาคุ้นเคยกับการได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าในสวน แต่เมื่อพวกเขาไม่เชื่อฟังโดยไปกินผลไม้ต้องห้าม พวกเขาจึงไปซ่อนเสียเมื่อได้ยินพระเจ้าตรัสถามว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน” (ปฐก.3:9) พวกเขาไม่กล้าเผชิญหน้าเพราะรู้ว่าได้ทำเรื่องที่ผิด เรื่องที่พระองค์ทรงห้ามไม่ให้ทำ (ปฐก.3:11)

เมื่อพระเจ้าตรัสเรียกอาดัมและเอวาและพบพวกเขาในสวน พระดำรัสของพระองค์มีทั้งบทลงโทษและผลที่พวกเขาต้องรับ (ปฐก.3:13-19) แต่พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระเมตตาและประทานความหวังแก่มนุษยชาติผ่านทางพระสัญญาถึงพระผู้ช่วยให้รอดด้วย (ปฐก.3:15)

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องมองหาเรา พระองค์ทรงทราบว่าเราอยู่ที่ไหน และเรากำลังพยายามปิดบังสิ่งใด แต่ในฐานะที่ทรงเป็นพระบิดาที่รักเรา พระองค์ปรารถนาจะตรัสแก่จิตใจของเรา และนำการยกโทษและการฟื้นฟู พระองค์ทรงประสงค์ให้เราได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และตั้งใจฟัง

สมบัติในสุสานหมายเลขเจ็ด

ปี 1932 นักโบราณคดีชาวเม็กซิกันชื่ออัลฟอนโซ คาโซค้นพบสุสานหมายเลขเจ็ดที่มอนเต อัลบาน รัฐวาฮากา เขาพบวัตถุโบราณรวมทั้งอัญมณีสมัยก่อนสเปนยึดครองกว่าสี่ร้อยชิ้น ซึ่งเขาให้ชื่อว่า “สมบัติแห่งมอนเต อัลบาน” เป็นการค้นพบครั้งสำคัญของโบราณคดีเม็กซิกัน เราทำได้เพียงจินตนาการว่าคาโซตื่นเต้นเพียงใดที่ได้ถือถ้วยหยกเนื้อบริสุทธิ์

หลายศตวรรษก่อนหน้า ผู้เขียนสดุดีบอกเล่าถึงสมบัติที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำหรืออัญมณี ว่า “ข้าพระองค์เปรมปรีดิ์เพราะพระดำรัสของพระองค์อย่างผู้ซึ่งพบของที่ถูกริบมาเป็นอันมาก” (สดด.119:162) ในสดุดี 119 ผู้เขียนรู้ว่าพระบัญชาและพระสัญญาของพระเจ้ามีค่ากับชีวิตเรามากเพียงใด ท่านจึงเปรียบว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่มาพร้อมชัยชนะโดยผู้มีชัย

ทุกวันนี้ชื่อของคาโซเป็นที่จดจำเพราะการค้นพบสุสานหมายเลขเจ็ด ซึ่งเราชื่นชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ที่วาฮากา แต่สมบัติของผู้เขียนสดุดีอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว ทุกวันเราสามารถขุดค้นพระคัมภีร์และพบเพชรแห่งพระสัญญา ทับทิมแห่งความหวังและมรกตแห่งปัญญา แต่สิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราจะพบ คือผู้ซึ่งพระคัมภีร์เขียนถึง คือองค์พระเยซู ผู้ประพันธ์หนังสือเล่มนี้

ขอให้เราเพียรค้นหาด้วยความมั่นใจว่านี่คือสมบัติที่จะทำให้เราบริบูรณ์ขึ้น ดังที่ผู้เขียนสดุดีกล่าวไว้ว่า “บรรดาพระโอวาทของพระองค์ ข้าพระองค์รับไว้เป็นมรดกเป็นนิตย์ พระเจ้าข้า เป็นความชื่นบานแก่ใจข้าพระองค์” (สดด.119:111)

ขนมปัง!

ฉันอยู่ที่เมืองเล็กในประเทศเม็กซิโก ทุกเช้าและเย็นคุณจะได้ยินเสียงร้องดังชัดเจนว่า “ขนมปัง” ชายคนหนึ่งปั่นจักรยานมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ เพื่อขายขนมปังรสเค็มหวานสดใหม่นานาชนิด ฉันเคยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องออกไปซื้อขนมปังตามร้านเบเกอรี่ ฉันจึงชอบที่มีขนมปังอบใหม่มาส่งให้ถึงหน้าประตู

เปลี่ยนจากเรื่องการบริโภคอาหารฝ่ายร่างกายมาเป็นความหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ ฉันคิดถึงคำตรัสของพระเยซูที่ว่า “เราเป็นอาหารที่ธำรงชีวิต ซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าผู้ใดกินอาหารนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์” (ยน.6:51)

มีคนเคยบอกว่า การประกาศข่าวประเสริฐจริงๆ แล้วเป็นเหมือนการที่ขอทานคนหนึ่งบอกกับขอทานอีกคนว่าไปพบอาหารที่ไหน พวกเราหลายคนอาจพูดว่า “ครั้งหนึ่ง ฉันเคยหิวกระหายและอดอยากในฝ่ายวิญญาณเพราะความบาปที่มี แต่แล้วฉันก็ได้ยินข่าวดี มีคนบอกฉันว่าให้ไปรับอาหารได้จากพระเยซู และชีวิตฉันก็เปลี่ยนไป”

เวลานี้เรามีสิทธิพิเศษและความรับผิดชอบที่ต้องชี้ทางให้คนไปถึงอาหารแห่งชีวิต เราสามารถแบ่งปันเรื่องพระเยซูให้กับเพื่อนบ้าน ในที่ทำงาน ที่โรงเรียน ที่พบปะสังสรรค์ต่างๆ เราพูดคุยถึงพระเยซูได้ทั้งในขณะที่นั่งรอ อยู่บนรถเมล์ หรือบนรถไฟ เรานำข่าวประเสริฐไปถึงผู้อื่นได้โดยผ่านทางประตูแห่งมิตรภาพ

พระเยซูทรงเป็นอาหารแห่งชีวิต ให้เราบอกข่าวดีนี้แก่ทุกคน

เรียนนับ

ลูกชายฉันกำลังเรียนนับหนึ่งถึงสิบ เขานับทุกอย่างตั้งแต่ของเล่นไปถึงต้นไม้ เขานับสิ่งที่ฉันมักจะมองข้าม เช่น ดอกไม้ตามทางไปโรงเรียนหรือนิ้วเท้าของฉัน

ลูกยังสอนให้ฉันกลับมานับอีกครั้ง บ่อยครั้งที่ฉันหมกมุ่นอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่ยังทำไม่เสร็จหรือสิ่งที่ฉันไม่มี จนฉันพลาดโอกาสที่จะมองเห็นสิ่งดีรอบตัว ฉันลืมนับเพื่อนใหม่ในปีนี้ และคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบ ลืมนับน้ำตาแห่งความสุขและช่วงเวลาแห่งเสียงหัวเราะกับเพื่อนดีๆ

สิบนิ้วของฉันไม่พอนับพระพรทั้งหมดที่พระเจ้าประทานให้ทุกวัน “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ได้ทรงทวีพระราชกิจอันอัศจรรย์ของพระองค์และพระดำริของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมพระองค์ ถ้าข้าพระองค์จะประกาศและบอกกล่าวแล้วก็มีมากมายเหลือที่จะนับ พระเจ้าของข้าพระองค์” (สดุดี 40:5) ยิ่งไปกว่านั้น ทำอย่างไรเราจึงจะเริ่มนับพระพรทั้งสิ้นเรื่องความรอด การคืนดีและชีวิตนิรันดร์ได้

ให้เราร่วมกับดาวิดในการสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระดำริอันประเสริฐที่ทรงมีต่อเราและทุกสิ่งที่ทรงทำเพื่อเรา เมื่อท่านกล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้า พระดำริของพระองค์ประเสริฐแก่ข้าพระองค์จริงๆ รวมกันเข้าก็ไพศาลนักหนา ถ้าข้าพระองค์จะนับก็มากกว่าเม็ดทราย“ (สดุดี 139:17-18)

ให้เราเรียนนับอีกครั้ง

ทำดีต่อไป

ลูกชายฉันรักการอ่าน ถ้าเขาอ่านหนังสือมากกว่าที่โรงเรียนกำหนดเขาจะได้ใบประกาศนียบัตรเป็นรางวัลกำลังใจเล็กน้อยที่ช่วยผลักดันให้เขาทำดีต่อไป

เมื่อเปาโลเขียนถึงชาวเธสะโลนิกา ท่านไม่ได้กระตุ้นคนเหล่านั้นด้วยรางวัลแต่ด้วยคำหนุนใจ ท่านกล่าวว่า “พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดนี้เนื่องจากเราได้สอนท่านถึงวิธีดำเนินชีวิตซึ่งจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและท่านดำเนินอย่างนั้นอยู่แล้ว เราจึงขอวิงวอนและเตือนสติท่านในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า จงดำเนินให้ดียิ่งขึ้นอีก” (1 เธสะโลนิกา 4:1) คริสเตียนเหล่านี้กำลังดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า และเปาโลหนุนใจพวกเขาให้ทำดียิ่งขึ้นอีกเพื่อพระองค์

วันนี้คุณกับฉันอาจกำลังทำดีที่สุดเพื่อจะรู้จักและรักพระองค์ และทำให้พระบิดาพอพระทัย ให้เรานำถ้อยคำของเปาโลมาเป็นกำลังใจให้เราดำเนินต่อไปในความเชื่อ

แต่ให้เราก้าวต่อไปอีกขั้นหนึ่ง วันนี้เราจะหนุนใจใครด้วยถ้อยคำของเปาโลได้บ้าง คุณคิดถึงใครที่บากบั่นติดตามพระเจ้าและแสวงหาที่จะเป็นที่พอพระทัยพระองค์ ให้คุณส่งข้อความหรือโทรไปหนุนใจเขาให้ดำเนินต่อไปในเส้นทางแห่งความเชื่อ สิ่งที่คุณพูดอาจเป็นกำลังใจที่เขาต้องการ เพื่อที่จะติดตามและปรนนิบัติรับใช้พระเยซูต่อไป

กลิ่นหอมหวาน

ผู้ผลิตน้ำหอมคนหนึ่งในนิวยอร์คประกาศว่า เธอแยกแยะกลิ่นที่ผสมผสานกันได้และเดาได้ว่าผู้ผลิตน้ำหอมนี้คือใครจากการสูดดมเพียงครั้งเดียว เธอสามารถบอกได้ว่า “นี่เป็นฝีมือของเจนนี่” เมื่อเปาโลเขียนจดหมายถึงผู้ติดตามพระคริสต์ในเมืองโครินธ์ ท่านใช้ตัวอย่างที่ทำให้พวกเขาคิดถึงกองทัพโรมที่เผาเครื่องหอมเมื่อพิชิตเมืองได้ (2 คร.2:14) นายพลจะเดินเข้าไปเป็นคนแรก ตามด้วยกองทหารของเขาและต่อด้วยกองทัพที่พ่ายแพ้ สำหรับพวกโรม กลิ่นของเครื่องหอมหมายถึงชัยชนะ แต่สำหรับเชลยศึกกลับหมายถึงความตาย

เปาโลกล่าวว่า สำหรับพระเจ้าเราเป็นกลิ่นหอมแห่งชัยชนะของพระคริสต์เหนือความบาป พระเจ้าประทานกลิ่นหอมของพระคริสต์แก่เราเพื่อเราจะเป็นเครื่องบูชาแห่งการสรรเสริญซึ่งมีกลิ่นอันหอมหวาน แต่เราจะใช้ชีวิตเพื่อกระจายกลิ่นหอมนี้ไปถึงคนอื่นได้อย่างไร เราสามารถแสดงความกรุณาและความรัก และบอกเล่าข่าวประเสริฐกับคนอื่นเพื่อพวกเขาจะได้พบทางแห่งความรอด เราสามารถยอมให้พระวิญญาณสำแดงความรักความปลาบปลื้มใจและความปรานีผ่านชีวิตของเราได้ (กาลาเทีย 5:22-23)

คนอื่นมองดูเราและพูดว่า “นี่เป็นผลงานของพระเยซู” หรือไม่ เรายอมให้พระองค์กระจายกลิ่นหอมของพระองค์ผ่านเราแล้วบอกคนอื่นเรื่องพระองค์ไหม พระองค์ทรงเป็นผู้ผลิตน้ำหอมที่ดีที่สุด เป็นกลิ่นหอมอันงดงามที่สุดตลอดไป

ทุกสิ่งมาจากพระเจ้า

ฉันได้งานประจำทำครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี และได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเรื่องวินัยในการเก็บเงิน ฉันทำงานเก็บเงินจนมีเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนหนึ่งปี แต่แล้วแม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ฉันรู้ว่า ฉันมีเงินพอจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่

ความรักที่ฉันมีต่อแม่สำคัญกว่าแผนการในอนาคตของฉันในทันที ฉันคิดถึงข้อความในหนังสือเรื่อง ความปรารถนาและความบริสุทธิ์ (Passion and Purity) โดย เอลิซาเบธ เอลเลียต ที่ว่า “ถ้าเรายึดสิ่งที่เราได้รับเอาไว้โดย ไม่ยอมปล่อยแม้ในเวลาที่ต้องปล่อย หรือไม่ยอมให้พระเจ้าใช้สิ่งนั้นอย่างที่พระองค์ผู้ประทานให้ต้องการใช้ เราก็กำลังทำให้จิตวิญญาณของเราหยุดเติบโต เรามักผิดพลาดเรื่องนี้ เราพูดว่า ‘ถ้าพระเจ้าให้ฉัน ก็เป็นของฉัน ฉันจะใช้ทำอะไรก็ได้ที่ฉันต้องการ’ ไม่ใช่เลย แท้จริงคือ สิ่งนี้เป็นของเราเพื่อเราจะได้ขอบคุณพระเจ้า เพื่อเราจะถวายกลับคืนให้พระองค์... เพื่อเราจะแจกจ่ายออกไป”

ฉันจึงตระหนักว่า งานที่ฉันได้รับ และวินัยการออมเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ ฉันสามารถให้กับครอบครัวด้วยใจกว้างขวาง เพราะฉันแน่ใจว่าพระเจ้าทรงสามารถช่วยเรื่องการเรียนของฉันด้วยวิธีอื่น และพระองค์ก็ทรงทำเช่นนั้น

วันนี้ พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราอธิษฐานอย่างดาวิดใน 1 พงศาวดาร 29:14 ว่า “เพราะว่าสิ่งของทุกอย่างมาจากพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ถวายของที่เป็นของพระองค์แด่พระองค์เท่านั้น”

จงเฝ้าระวังและอธิษฐาน

จากหน้าต่างห้อง ฉันมองเห็นเนินเขาเซรโร เดล โบร์เรโก (Cerro del Borrego) หรือ “เนินเขาลูกแกะ” ซึ่งสูง 1,700 เมตร กองทัพฝรั่งเศสได้บุกเข้าเม็กซิโกในปี 1862 ขณะที่ศัตรูตั้งค่ายอยู่ที่สวนออริซาบา กองทหารเม็กซิกันตั้งฐานที่มั่นอยู่บนยอดเขา แต่นายพลฝ่ายเม็กซิกันละเลยที่จะวางเวรยามทางขึ้นยอดเขา ขณะที่กองทหารเม็กซิกันกำลังหลับ ทหารฝรั่งเศสก็ได้เข้าโจมตีและสังหารทหารไป 2,000 นาย

เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงภูเขาอีกลูกหนึ่งคือภูเขามะกอกเทศ และสวนที่เชิงเขาซึ่งเหล่าสาวกนอนหลับอยู่ พระเยซูตำหนิพวกเขาว่า “จงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกการทดลอง จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง” (มก.14:38)

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะหลับไหลหรือขาดความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตคริสเตียน การทดลองจู่โจมในเวลาที่เราอ่อนแอที่สุด เมื่อเราละเลยชีวิตฝ่ายวิญญาณในบางด้าน เช่น การอธิษฐานและศึกษาพระคัมภีร์ เราย่อมกลายเป็นคนเผลอหลับและไม่ทันระวังตัว ทำให้ตกเป็นเป้าที่ง่ายดายต่อการโจมตีของศัตรูคือซาตาน (1 ปต.5:8)

เราจำเป็นต้องตื่นตัวต่อการจู่โจมต่างๆ ที่อาจเข้ามา และเฝ้าระวังอธิษฐาน หากเรายังคงเฝ้าระวังและอธิษฐานเผื่อตัวเราเองและผู้อื่น พระวิญญาณจะช่วยให้เราสามารถต่อต้านการทดลองได้

เพราะผมรักพ่อ

หนึ่งวันก่อนที่สามีของฉันจะกลับจากการไปทำงานต่างเมือง ลูกชายพูดว่า “แม่ครับ ผมอยากให้พ่อกลับบ้าน” ฉันถามเหตุผลและคิดว่า ลูกคงตอบว่าอยากได้ของฝากหรืออยากเล่นบอลกับพ่อ แต่เขากลับตอบอย่างจริงจังว่า “ผมอยากให้พ่อกลับมาเพราะผมรักพ่อ”

คำตอบของลูกทำให้ฉันคิดถึงพระเยซู และพระสัญญาว่าจะเสด็จกลับมา พระองค์ตรัสว่า “เราจะมาในเร็วๆ นี้แน่นอน” (วว.22:20) ฉันอยากให้พระองค์กลับมา แต่เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะฉันจะได้อยู่ต่อพระพักตร์ ห่างไกลจากโรคภัยและความตายหรือ หรือเพราะฉันเหนื่อยกับการอยู่บนโลกใบนี้ หรือเป็นเพราะคุณรักพระองค์มากกว่าชีวิตตนเอง หรือเพราะทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณ หรือเพราะพระองค์ทรงสัตย์ซื่อกว่าใคร คุณจึงอยากจะอยู่กับพระองค์ตลอดไป

ฉันดีใจที่ลูกคิดถึงพ่อตอนพ่อไม่อยู่ คงไม่ดีนักถ้าเขาไม่สนใจเลยว่า พ่อจะกลับหรือไม่ หรือกลัวว่าพ่อกลับมาแล้วจะทำให้แผนการชีวิตที่เขาวางไว้ต้องสะดุดลง เรารู้สึกอย่างไรกับการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ ขอให้เรารอคอยวันนั้นด้วยใจร้อนรน และพูดได้อย่างจริงใจว่า “พระองค์เจ้าข้า โปรดเสด็จมาเถิด เรารักพระองค์”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

> ODB

มอบให้ทั้งหมด

สมัยที่ผมเล่นบาสเก็ตบอลวิทยาลัย ผมตั้งใจแน่วแน่ทุกต้นฤดูกาลแข่งว่าผมจะเดินเข้าโรงยิมและอุทิศตนเองทั้งหมดให้โค้ช ผมจะทำทุกสิ่งที่โค้ชบอกให้ทำ

ลมหายใจแห่งชีวิต

เช้าที่หนาวจัดวันหนึ่ง ขณะฉันกับลูกสาวเดินไปโรงเรียน พวกเราสนุกกับการดูลมหายใจกลายเป็นไอน้ำ เราหัวเราะกับกลุ่มก้อนไอน้ำต่างๆ ที่เราผลัดกันทำ สำหรับฉัน ช่วงเวลานั้นคือของขวัญ ที่ฉันได้ชื่นชมกับการอยู่กับลูกและการมีชีวิต

ลมหายใจที่ปกติมองไม่เห็น สามารถมองเห็นได้เมื่ออากาศหนาวจัด ทำให้ฉันคิดถึงพระองค์ผู้ทรงเป็นต้นกำเนิดลมหายใจแห่งชีวิต คือองค์พระผู้สร้าง พระองค์ผู้ทรงปั้นอาดัมจากผงคลีดินและประทานลมหายใจแห่งชีวิตให้กับเขา ได้ประทานชีวิตให้เราและสิ่งมีชีวิตทั้งปวงเช่นกัน (ปฐก.2:7) ทุกสิ่งมาจากพระองค์ แม้กระทั่งลมหายใจของเรา ซึ่งเราสูดหายใจโดยไม่เคยคิดอะไร

การอยู่กับความสะดวกสบายและเทคโนโลยีในปัจจุบันอาจทำให้เราลืมจุดเริ่มต้นของเราและลืมว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานชีวิต แต่เมื่อเราหยุดนิ่งและระลึกว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง เราจะสร้างทัศนคติของการขอบพระคุณในชีวิตประจำวันของเราได้ เราสามารถขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า และยอมรับของขวัญแห่งชีวิตด้วยใจถ่อมและขอบพระคุณ ขอให้ความสำนึกในพระคุณของเราหลั่งไหลแตะใจผู้อื่น เพื่อว่าพวกเขาจะได้ถวายโมทนาพระเจ้าสำหรับความดีและความสัตย์ซื่อของพระองค์ด้วย

สมบัติที่ต้องแบ่งปัน

เดือนมีนาคมปี 1974 ชาวนาในประเทศจีนขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ แต่กลับค้นพบสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้ผืนดินกลางประเทศจีนคือกองทัพทหารดินเผา ซึ่งเป็นรูปปั้นดินเผาขนาดเท่าของจริงมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล เป็นรูปทหาร 8,000 นายม้าศึก 150 ตัวและรถม้า 130 คันที่เทียมด้วยม้า 520 ตัว กองทัพทหารดินเผานี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในประเทศจีน มีผู้เข้าชมปีละกว่าล้านคน สมบัติอัศจรรย์นี้เคยถูกซ่อนไว้หลายร้อยปี แต่ตอนนี้เปิดให้ทั่วโลกได้ชม